บริการของเรา

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรและสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เช่น การลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามมาตรา๑๒หรือมาตรา๑๔แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ๒๕๓๐

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคดีผิดศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอคืนภาษีศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอใบอนุญาตตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑบนหรือเขตปลอดอากร

  

 


สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การสอบถามพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

ดัชนีบทความ
การสอบถามพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

การสอบถามพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

เมื่อเริ่มตัดสินใจนำของเข้าเพื่อธุรกิจการค้านั้น การสอบถามพิกัดล่วงหน้าเป็นเรื่องจำเป็น และเป็นบริการหนึ่งที่กรมศุลกากรเปิดช่องทางไว้ให้ผู้ประกอบการได้ทำหนังสือ สอบถามพิกัดฯล่วงหน้ายื่นต่อกรมฯ แนวทางเบื้องต้นกำหนดให้กรมศุลกากรดำเนินการตามที่กฎหมายและข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องได้บัญญัติไว้ ได้แก่การกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับของ ดังนั้นผู้ประกอบการที่ต้องการค้นหาพิกัดฯของของสามารถสอบถามพิกัดฯล่วงหน้า ได้โดยติดต่อกับกรมศุลกากรผู้ประกอบการควรยื่นคำขอสอบถามพิกัดล่วงหน้าตามแบบที่กำหนดอย่างน้อย 30 วันก่อนวันที่คาดว่าของจะนำเข้ามาในราชอาณาจักร นอกจากนี้ คำขอฯนั้นควรประกอบไปด้วยข้อมูลเพิ่มเติมหากมีการร้องขอจากกรมศุลกากร ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการเองในการยื่นข้อมูลที่ครบถ้วน สมบูรณ์และถูกต้อง หากการยื่นข้อมูลเพิ่มเติมดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่กำหนด หรือไม่ครบถ้วน อาจเป็นผลทำให้การชี้พิกัดฯต้องล่าช้า หรือพิกัดฯที่ชี้ไปนั้นไม่สามารถนำมาใช้ได้ถูกต้องตรงกันกับของที่ขอสอบถาม พิกัดฯล่วงหน้า
คำร้องขอสอบถามพิกัดศุลกากรล่วงหน้า

1. แบบคำร้องขอให้จำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

2. แจ้งผลการจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

3. ยกคำร้องขอให้จำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

4. แจ้งผลการดำเนินการพิจารณาจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

5. แบบคำร้องขอให้ทบทวนการจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

6. แจ้งผลการทบทวนการจำแนกประเภทพิกัดอัตราศุลกากรล่วงหน้า

คำร้องขอสอบถามพิกัดฯล่วงหน้าต้องทำตามแบบที่กำหนดตามประกาศกรมศุลกากร ที่13/2553 คำร้องแต่ละฉบับกำหนดให้ใช้สำหรับสิ่งของที่ต้องการสอบถามพิกัดฯล่วงหน้าได้ เพียงฉบับละหนึ่งชนิด และต้องแนบเอกสารเพิ่มเติมมาด้วยดังต่อไปนี้;
1. เอกสารประกอบการพิจารณาเพื่อแสดงถึงเจตนาในการนำเข้าของที่ต้องการสอบถาม เช่น เอกสารการสั่งซื้อ หรือสัญญาซื้อขาย หรือบัญชีราคาสินค้า หรือ letter of credit (L/C) หรือ performa invoice เป็นต้น และ;
2. รายละเอียดของสินค้าที่เพียงพอต่อการพิจารณาชี้พิกัดฯ พร้อมด้วยเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น ชื่อทางการค้า ลักษณะเฉพาะของสินค้า ส่วนผสมหรือส่วนประกอบของสินค้า สูตรการผลิต โครงสร้างทางเคมี รายละเอียดของหีบห่อ ประโยชน์ใช้สอยของสินค้า รายละเอียดการผลิตสินค้าประเภทเดียวกันก่อนหน้า ภาพวาด ภาพถ่าย ของตัวอย่าง แคตาล็อก ข้อมูลทางพิกัดศุลกากรของสินค้าที่คล้ายกันที่ได้นำเข้ามาก่อนหน้า เป็นต้น
ผู้ประกอบการควรยื่นคำร้องขอสอบถามพิกัดฯล่วงหน้าต่อสำนักพิกัดอัตรา ศุลกากร กรมศุลกากร กรุงเทพฯ อย่างน้อย 30 วันก่อนวันนำของเข้า ซึ่งกรมศุลกากรได้สร้างบรรทัดฐานการชี้พิกัดฯไว้ภายใน 30 วันทำการนับแต่วันได้รับยื่นหนังสือสอบถามฯ และเอกสารจำเป็นที่เกี่ยวข้อง หากข้อมูลที่ผู้ประกอบการยื่นให้นั้นไม่เพียงพอในการพิจารณาเพื่อชี้พิกัดฯ จะต้องยื่นข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งการนับวันทำการเพื่อตอบหนังสือสอบถามฯ จะเริ่มนับใหม่เป็นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมนั้น


แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน 2012 เวลา 11:00 น.