บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การนำรถผ่านเข้า-ออกตามแนวชายแดน

 

การนำรถผ่านเข้า-ออกตามแนวชายแดน 

1 รถยนต์ขนส่งสินค้าหรือรถโดยสารประจำทาง

หากเป็นรถที่จดทะเบียนและได้รับอนุญาตแล้ว ให้เดินทางเข้าออกได้ตามปกติ โดยไม่ต้องทำสัญญาประกันทัณฑ์บนหรือยื่นใบขนสินค้าสำหรับตัวรถ แต่ถ้าเป็นรถที่ยังมิได้ชำระอากรขาเข้าจะต้องยื่นใบขนสินค้าและสัญญาประกันทัณฑ์บน วางเงินสดหรือหลักทรัพย์ไว้ขณะนำเข้าครั้งแรกให้คุ้มค่าภาษีเสียก่อน ในครั้งต่อไปให้เข้า-ออกได้ตราบเท่าที่ยังอยู่ในอายุสัญญา 

2 รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ที่ผู้เดินทางเข้าออกประจำนำเข้ามาชั่วคราว
        

จะต้องยื่นบัตรอนุญาตที่เรียกว่า "บัตรอนุญาตให้นำรถยนต์/รถจักรยานยนต์เข้ามาในราช อาณาจักรเป็นการชั่วคราว" (Customs Pass) ต่อด่านศุลกากรที่ประสงค์จะนำเข้า บัตรนี้จัดทำขึ้นเป็น 3 ฉบับ เก็บไว้ที่สำนักงานศุลกากรภาค 1 ฉบับ ที่ด่านศุลกากรต้นทางนำเข้า 1 ฉบับ และผู้นำเข้าถือไว้ 1 ฉบับ เพื่อติดไว้กับรถให้ตรวจสอบบัตรนี้มีอายุการใช้งาน 1 ปีนับจากวันได้รับอนุญาต
        

ทุกครั้งที่มีการนำรถเข้าออก ผู้นำเข้าจะต้องยื่นใบขนสินค้าพิเศษพร้อมสำเนา 1 ฉบับ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกับบัตรอนุญาตที่ติดประจำรถเพื่ออนุญาตให้เข้าออกได้ 

3 การนำรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์เข้ามาชั่วคราว
        

ผู้นำเข้าจะต้องยื่นใบขนสินค้าพิเศษพร้อมสำเนา และต้องวางประกันด้วยเงินสดหรือหนังสือค้ำประกันของธนาคาร ในวงเงินประกัน โดยถือราคาบวกภาษีอากรทุกประเภทรวมกัน อย่างไรก็ตามการนำเข้ารถจักรยานยนต์ทางสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ สำนักงานศุลกากรกรุงเทพ ให้ค้ำประกันตัวเองได้ สำหรับด่านศุลกากรภูมิภาคอาจให้บุคคลค้ำประกัน หรือกรณีไม่สามารถจะวางประกันได้จริงๆ ก็อาจอนุญาตให้ค้ำประกันตนเองได้เช่นกัน
        

การทำสัญญาประกันกำหนดระยะเวลาให้นำเข้ามาได้ไม่เกิน 2 เดือน หากขอระยะเวลาเกิน 2 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือน จะต้องแสดงเหตุผลพิเศษให้เป็นที่พอใจจึงจะอนุญาตได้ 

: กรมศุลกากร
         

สำหรับการนำรถยนต์บรรทุกสินค้าผ่านจุดผ่านแดนถาวรเข้ามาหรือออกไปนอกราชอาณา จักร ต้องปฎิบัติพิธีการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

 

ขั้นตอนที่1 ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง

 

ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือผู้ขนส่งต้องยื่นเอกสารกับด่านตรวจคนเข้าเมือง ฝั่งไทย ณ ด่านที่จะนำรถออกโดยกรอกเอกสารแบบคำขอรายการเกี่ยวกับพาหนะ (ตม. 2)  และ แบบคำขอบัญชีคนโดยสาร (ตม. ๓) รถ 1คัน ต้องมีแบบคำขอ ตม.2 และตม.3 อย่างละ 2 แผ่น เพื่อดำเนินการทั้งขาออกและขาเข้าโดยมีเอกสารประกอบมีดังนี้

 

1.สำเนาทะเบียนรถ พร้อมหน้าเสียภาษี

2.สำเนาใบขับขี่ ผู้นำรถออกไป

3.ในกรณีข้ามไป สปป.ลาว ต้องมีพาสปอร์ตรถ

4.ในกรณีเจ้าของรถแต่ไม่ไช่คนนำออก ต้องมีหนังสือมอบอำนาจนำรถออกด้วยดังนี้

หนังสือมอบอำนาจนำรถออกนอกราชอาณาจักร และ อากรแสตมป์ 10 บาท ในกรณีเจ้าของรถไม่ได้ขับรถเองหรือรถติดไฟแนนซ์โดยมี สำเนาทะเบียนบ้าน บัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ เจ้าของรถหรือผู้มีอำนาจลงนามของไฟแนนซ์ พร้อมลายเซ็นรับรอง,ในกรณีรถยังติดไฟ แนนซ์ ต้องมีหนังสือรับรองการจดทะเบียนของไฟแนนซ์ประกอบไปด้วย พร้อมสำเนาทะเบียนบ้าน และบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (ผู้นำรถออก)

 

หากนำรถเข้า-ออก ในเวลาราชการ เสาร์-อาทิตย์ หรือนอกเวลาราชการ ต้องเสียค่าทำการล่วงเวลาในอัตรา คันละ 100 บาท

 

ขั้นตอนที่ 2 ที่ด่านพรมแดน

 

ผู้ควบคุมยานพาหนะหรือผู้ขนส่งต้องยื่นบัญชีสินค้า(ศ.บ 1) สำหรับขาเข้าเพื่อเป็นเอกสารกำกับรถนั้นไปยังด่านศุลกากรต่อไป และบัญชีสินค้า (ศ.บ 3)สำหรับขาออก หากจำเป็นต้องนำรถออกทางด่านหนึ่ง แล้วจะกลับเข้ามาอีกด่านหนึ่ง เจ้าหน้าที่จะออกใบขนพิเศษให้ และเมื่อกลับมา ถึงด่านที่นำเข้าต้องคืนให้กับเจ้าหน้าที่ที่ด่านพรมแดนที่นำเข้านั้น