บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

เมืองเจี่ยเก้าจากเมืองนอกชายแดนไปสู่เขตการค้าชายแดน

 

เมืองเจี่ยเก้าจากเมืองนอกชายแดนไปสู่เขตการค้าชายแดน 

ในจังหวัดปกครองตนเองชนชาติไตและชนชาติจิ่งโพในมณฑลยูนนาน มีดิน แดนสวยงามที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ผู้คนเรียกกันว่า"สุดหล้าฟ้าเขียว" ปัจจุบันได้พัฒนาเป็นเขตการค้าชายแดน นั่นก็คือเมืองเจี่ยเก้า เมืองด่านการค้าชายแดนที่เจริญรุ่งเรืองในภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน เขตการค้าที่ตั้งอยู่ระหว่างชายแดนจีนกับพม่าแห่งนี้ มีลักษณะพิเศษทั้งในด้านการค้าด้วย การเป็นคลังสินค้า การลอจิสติคและการท่องเที่ยว ได้ดึงดูดสายตาของชาวโลกโดยทั่วไป

เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองรุ่ยลี่ ซึ่งเป็นเมืองเปิดสู่ภายนอกระดับชาติไปทางทิศใต้ประมาณ 4 กิโลเมตร ปกติจีนกับพม่าได้ถือเอาแม่น้ำรุ่ยลี่เป็นเส้นแบ่งเขตแดน อยู่ด้วยกันอย่างสันติตลอดมา แต่ทว่าบนฝั่งตรงกันข้ามแม่น้ำรุ่ยลี่ กลับมีดินแดน 1.92ตารางกิโลเมตรของจีนตั้งอยู่ นั่นก็คือเจี่ยเก้า สมัยก่อนเรียกกันว่า"แดนบิน" ซึ่งหมายถึงดินแดนของฝ่ายหนึ่งแต่ตั้งอยู่ในเขตแดนของอีกฝ่ายหนึ่ง พื้นที่เหล่านี้ เป็นที่รวมการค้าขายสินค้าของประชาชนชายแดนมาแต่โบราณ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมปี 2000เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีจีนได้อนุมัติให้เขตการค้าชายแดนเจี่ยเก้าเป็นเขตควบคุมพิเศษที่เรียกว่า"เขตแดนนอกศุลกากร" ด้วยสิทธิพิเศษดังกล่าว ไดเพิ่มพลังชีวิตและโอกาสอย่างมากให้แก่เจี่ยเก้า ทำให้เจี่ยเก้ากลายเป็นเขตการค้าชายแดนที่มีนโยบายพิเศษแห่งแรกและเป็นเมืองท่าทางบกที่ใหญ่ที่สุดตามแนวชายแดนที่ยาวกว่า 2 หมื่นกิโลเมตรของจีน นายก่อง เหนิงเจิ้ง ผู้อำนวยการคณะกรรมการควบคุมเขตการค้าชายแดนเจี่ยเก้ากล่าวว่า"ในขณะที่เศรษฐกิจฟื้นฟูขึ้น นับวันจะมีพ่อค้าไปลงทุนที่เจี่ยเก้าเพิ่มมากขึ้น สี่ปีกว่ามานี้ ทั่วทั้งเขตนี้มีโครงการพัฒนา 91 โครงการ ปัจจุบัน ในเขตเจี่ยเก้ามีองค์กรเศรษฐกิจการค้า 1024ราย ค้าขายสินค้าต่างๆกว่า 3000 ชนิด บริษัทการค้าบางแห่งได้ขยายการลงทุนจากด้านการค้าไปสู่ด้านคลัง สินค้า การแปรรูปและการท่องเที่ยวอีกด้วย"

นายจาน เม่าเสิ้ง พ่อค้าชาวไต้หวันที่ไปพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรที่เมืองรุ่ยลี่ได้ย้ายเป้าหมายการลงทุนไปที่เมืองเจี่ยเก้าในเดือนพฤษภาคมปี 2004 และเริ่มพัฒนาศูนย์บริการลอจิสติคและคลังสินค้า เขากล่าวด้วยความมั่นใจว่า"เราเตรียมที่จะลงทุน 50 ล้านหยวน สร้างระบบลอจิสติคและคลังสินค้าให้เชื่อมต่อกับคลังสินค้าท่าเรือระหว่างประเทศ จะสร้างคลังสินค้าที่ค่อนข้างทันสมัยและเป็นแบบจักรกล"มีพ่อค้าต่างชาติไม่น้อยไปแสวงหาโอกาสทางธุรกิจที่เมืองเจี่ยเก้า นายโจง เหยียนฟาง พ่อค้าพม่าเชื้อสายจีนได้ลงทุน 120ล้านหยวนสร้างศูนย์แสดงสินค้าระหว่างประเทศขึ้นที่นี่ เขาเห็นว่า"เจี่ยเก้าเป็นด่านที่ใหญ่ที่สุดที่เชื่อมโยงการค้าระหว่างพม่ากับจีนในทางบก ด้วยเหตุนี้ การสร้างศูนย์แสดงสินค้าระหว่างประเทศที่เจี่ยเก้าจึงเป็นโครงการที่มีความจำเป็นต่อการค้าระหว่างสองประเทศ เราหวังว่าศูนย์แสดงสินค้าแห่งนี้จะเสนอโอกาสให้พ่อค้าทั้งสองประเทศมีการแลกเปลี่ยนกัน และกลายเป็นเวทีทางการค้าที่ดียิ่งขึ้น"เขายังกล่าวว่า เจี่ยเก้าได้ให้เงื่อนไขพิเศษมากมายแก่พ่อค้าต่างชาติ บรรยากาศการลงทุนค่อนข้างดี เพราะฉะนั้น เวลานี้ จึงมีพ่อค้าชาวพม่าพากันไปลงทุนที่เมืองเจี่ยเก้าอย่างคึกคัก

ด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์และความนิยมจากประชาชน การค้าชายแดนที่เจี่ยเก้ามีความคึกคักอย่างยิ่ง ปี 2003 มูลค่าการค้านำเข้าส่งออกที่ผ่านด่านเจี่ยเก้ามีมากถึง 2840ล้านหยวนเหรินหมินปี้ นับเป็น 68%ของมูลค่าการค้าระหว่างมณฑลยูนนานกับพม่า ขณะกล่าวถึงอนาคตการพัฒนาของเจี่ยเก้า นายก่อง เหนิงเจิ้งกล่าวว่า"ในฐานะเป็นหัวสะพานของมณฑลยูนนานที่เชื่อมไปสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ อุตสาหกรรมในเมืองเจี่ยเก้าควรถือการค้าและคลังสินค้าเป็นหลัก และถือการแปรรูปสินค้าและการท่องเที่ยวเป็นรอง ขยายการค้าขายให้เข้มแข็งและเติบใหญ่ยิ่งขึ้น และพัฒนาไปสู่รูปแบบเขตการค้าเสรี เพื่อเชื่อมต่อเข้ากับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซี่ยนโดย ตรงในปี 2015"