บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

เขตเศรษฐกิจพิเศษในจีนยุคหลังสังคมนิยม

ดัชนีบทความ
เขตเศรษฐกิจพิเศษในจีนยุคหลังสังคมนิยม
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

เขตเศรษฐกิจพิเศษในจีนยุคหลังสังคมนิยม

เทคโนโลยีการจัดจำแนกพื้นที่ (Zoning Technologies) เป็นกลไกสำคัญในการสร้าง หรือจัดรูปเครือข่ายของ "ระบบการปกครอง" ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างกันออก ไปในแต่ละพื้นที่ ก่อให้เกิดแบบแผนของอำนาจอธิปไตย ที่มีสีสันหลากหลายแต่เชื่อมโยงเป็นรัฐเดียวกัน ดังเช่นการที่ฮ่องกงซึ่งเป็นอดีตอาณานิคมอังกฤษถูกจัดให้เป็นพื้นที่ปกครองและพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และมีรูปแบบการบริหารจัดการที่แตกต่างไปจากจังหวัดอื่นๆ ของจีน

 การจัด "พื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ" มิใช่ปรากฏการณ์ใหม่แต่อย่างใด ตรงกันข้าม การจัดพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเป็นปรากฏการณ์สามัญธรรมดาที่เราพบเห็นได้ในทุกภูมิภาคของโลก ภายใต้การสนับสนุนอย่างแข็งขันขององค์กรพัฒนาอุตสาหกรรมของสหประชาชาติและธนาคารโลก เขตอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออกผุดขึ้นมากมายหลายแห่งในเอเชีย ละตินอเมริกา และตะวันออกกลาง แนวคิดเรื่อง "เขตอุตสาห กรรมพิเศษเพื่อการส่งออก" (Export-Processing Zones : EPZs) นำเอาการลด หย่อนภาษีมาเป็นแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนจากต่างชาติ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมส่งออกและทดแทนการนำเข้า การฝึกฝีมือแรงงาน การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างมูลค่าเพิ่ม และรายได้เข้าประเทศ

 ประเทศจีนได้เรียนรู้การจัดพื้นที่พิเศษจากความสำเร็จของประเทศอื่นๆ ในเอเชีย และได้พัฒนาเทคโนโลยีการจัดพื้นที่ซึ่งมีรูปแบบพิเศษขึ้น เพื่อเชื่อมโยงจีนแผ่นดินใหญ่กับชุมชนจีนอื่นๆ ไม่ว่า ในไต้หวัน สิงคโปร์ มาเลเซีย ฮ่องกง มาเก๊า เป็นเครือข่ายของพันธมิตรทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมการค้าและการขยายตัวของการส่งออก ประเทศจีนเริ่มคิดค้นตรรกะของพื้นที่ยกเว้น เพื่อเป็นพื้นฐานของการสร้างระบบ "เขตเศรษฐกิจพิเศษ" (Special Economic Zones: SEZs) ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1970 ในยุคของเติ้งเสี่ยวผิง ระบบนี้ค่อยๆ พัฒนาขึ้นจนกลายเป็นแนวคิด "หนึ่งประเทศ สองระบบ" ซึ่งเป็นนโยบายในการจัด "เขตบริหารจัดการพิเศษ" (Special Administration Regions : SARs) เพื่อบริหารจัดการพื้นที่อาณานิคมเดิม อาทิเช่น ฮ่องกง มาเก๊า (รวมทั้งไต้หวัน) เพื่อผนวกรวมพื้นที่เหล่านี้กลับสู่อ้อมกอดของการบริหารจัดการของแผ่นดินแม่ ในขณะที่เขต SEZs ถูกจัดขึ้นบนแนวคิดของการสร้างเครือข่ายธุรกิจการค้า ส่วนเขต SARs กลับเป็นแนวคิดในการบริหารจัดการและการปกครองที่ยืดหยุ่น ความเชื่อมโยงระหว่างเทคโนโลยีการจัดพื้นที่ทั้งสองระบบนี้ นำไปสู่การผนวกรวมระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับชุมชนจีนอื่นๆ จนก่อรูปขึ้นเป็น "พันธมิตรจีน" ในฐานะเป็นองค์กรภูมิภาคขึ้นจนสำเร็จ

 ในช่วงทศวรรษที่ 1970 โครงการสี่ทันสมัย (Four Modernization Program) ของรัฐบาลจีนได้นำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการจัดพื้นที่แบบใหม่ เพื่อต้อนรับเทคโนโล ยีและการลงทุนจากต่างชาติ นโยบายนี้นำไปสู่การจัดตั้งพื้นที่ "ฮ่องกงใหม่" ตามแนวพรมแดนระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับชุมชนจีนโพ้นทะเล เติ้งเสี่ยวผิง ผู้นำการปฏิรูปจีนยุคใหม่มองว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษ (SEZs) เป็นทั้งหน้าต่างทางเศรษฐกิจและประ ตูทางการเมืองที่จะนำจีนสู่โลกภายนอก จนนำไปสู่การจัดตั้งพื้นที่หรือเขตพิเศษรูป แบบต่างๆ อย่างหลากหลายในช่วงทศวรรษที่ 1980 และ 1990

 ในช่วงแรก จีนเน้นการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษในแถบชายแดน เมืองชายฝั่งและคาบสมุทร เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติ โดยเฉพาะฮ่องกง ไต้หวันและชุม ชนจีนโพ้นทะเล เมื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและเขตอุตสาหกรรมเริ่มขับเคลื่อนไปได้ดี เขตการค้าเสรี เขตเศรษฐกิจพิเศษ และเขตอุตสาหกรรมไฮเทค ตลอดจนเขตท่องเที่ยวหลายสิบแห่ง จึงได้รับการกำหนดขึ้นในพื้นที่ชั้นใน เพื่อดึงดูดเงินลงทุนจากต่างชาติและเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่อื่นๆ ในปี 1997 ภายใต้นโยบาย "หนึ่งประเทศ สองระบบ" เทคโนโลยีการจัดพื้นที่ทางการเมืองได้เริ่มกำหนด "เขตปกครองพิเศษ (SARs)" เพื่อเชื่อมต่อ ระบบทุนนิยม ของฮ่องกงและมาเก๊า ให้เข้ากับ ระบบสังคมนิยม ของแผ่นดินใหญ่

 การกำหนดเสิ่นเจิ้น (Shenzhen) ซึ่งเคยเป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ นอกพรมแดนของฮ่องกงเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทำงานคู่ขนานไปกับเขตปกครองพิเศษฮ่องกง นับเป็นตัวแบบของความสำเร็จในการจัดพื้นที่พิเศษสองแบบคู่ขนานกัน เพื่อเชื่อมต่อพื้นที่สังคมนิยมเข้ากับทุนนิยม และเป็นสะพานสำหรับการไหลเข้ามาของนักลงทุน ทรัพยากรและเทคโนโลยีข้ามพื้นที่