บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

มลฑลยูนนาน ประตูสู่อาเซียนที่ไม่ควรมองข้าม

 

มลฑลยูนนาน ประตูสู่อาเซียนที่ไม่ควรมองข้าม 

มณฑลยูนนานตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ทิศตะวันออกติดกับมณ ฑลกุ้ยโจว และเขตปกครองจ้างกวางสี ทิศเหนือติดมณฑลเสฉวน ทิศตะวันตกติดกับเขตปกครองตนเองซีจ้าง และประเทศพม่าทิศใต้ติดกับประเทศพม่า ลาว และเวียด นามจึงนับเป็นมณฑลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของจีน เนื่องจากเป็นเขตติด ต่อระหว่างภาคตะวันตก และภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะประเทศไทยเนื่องจากมีความใกล้เคียงกันในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ หรือลักษณะทางภูมิประเทศที่ประกอบไปด้วยที่ราบสูง และทะเลสาบจำนวนมาก ตลอดจนภูมิอากาศแบบเขตร้อน รวมทั้งมีทางเชื่อมต่อกับประเทศต่างๆ ในอาเซียนทางบกเป็นสำคัญ มณฑลยูนนานจึงจัดเป็นศูนย์กลางการขนส่ง (Transportation Hub) ที่สำคัญสำหรับเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียน ซึ่งนอกจากจะมีทางด่วนสายพิเศษ และทางรถไฟที่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้างเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศไทย เวียดนาม และประเทศอื่นๆ ในอาเซียน และมีเส้นทางเชื่อมต่อทางแม่น้ำหลานชัง (แม่น้ำล้านช้าง) กับแม่น้ำแม่กลองของไทย
       
        ทรัพยากรที่สำคัญของยูนนาน คือ สินแร่ที่มีการพบมากกว่า 150 ชนิด โดยแร่โลหะที่ไม่มีธาตุเหล็กเป็นองค์ประกอบหลัก จัดเป็นแร่ที่สำคัญของยูนนาน ทั้งนี้ยูนนานมีแร่ตะกั่ว สังกะสี และดีบุก มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศจีน และยังมีแร่วัตถุดิบเคมีที่ใช้สำหรับการก่อสร้างมากเป็น 1 ใน 10 อันดับของประเทศ ได้แก่ แร่หินเกลือ โพแทสเซียม ดีเกลือ ไมกา ตะกั่วดำ หินบะซอล เป็นต้น
       
        นอกจากนี้ยังมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์แห่งหนึ่งของประเทศ โดยมีพื้นที่ป่าไม้มากกว่า 12,800,000 เฮกเตอร์ ซึ่งมีพืชชั้นสูงประมาณ 18,000 ชนิด ในจำนวนนี้มีพืชสมุนไพรเป็นจำนวนมากกว่า 2,000 ชนิด
       
        ในปี 2547 ยูนนานมีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศประมาณ 295.9 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.5 มีมูลค่าเพิ่มทางอุตสาหกรรม 105.34 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าร้อยละ 13.9 อุตสาหกรรมสำคัญได้แก่ อุตสาหกรรมยาสูบซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในมณฑลยูนนาน โดยคิดเป็นร้อยละ 32.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของยูนนาน เป็นอันดับ 1 ของประเทศ คิดเป็นร้อยละ 17.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ อุตสาหกรรมสำคัญอื่นๆ ได้แก่ อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมพลังงานโลหะ อุตสาหกรรมพลังงานอิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากโครงการ West-East Electricity Transmission Project
       
        ด้วยจำนวนประชากรที่มากถึง 44.152 ล้านคน จึงทำให้ตลาดการค้าปลีกของยูนนาน มีมูลค่าสูงถึง 88.5 พันล้านหยวน ในปี 2547 เพิ่มขึ้นร้อยละ 13.1 แหล่งค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดอยู่ในเมืองหลวง คือ นครคุนหมิง ซึ่งเป็นเมืองที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี โดยบริษัทค้าปลีกต่างชาติรายใหญ่หลายรายได้เข้ามาดำเนินกิจการที่มณฑลยูนนาน ได้แก่ Wal-mart, Carrefour, Price-mart และ Trust-mart
       
        ในด้านการค้ากับต่างประเทศ ยูนนานมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปี 2547 มีการส่งออกประมาณ 2.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 จากปีก่อนหน้า ในขณะที่มีการนำเข้า 1.51 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 52.1 ตลาดส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ พม่า ฮ่องกง เวียดนาม ญี่ปุ่น สหรัฐฯ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ ส่วนตลาดนำเข้าสำคัญ ได้แก่ พม่า แคนาดา ฮ่องกง ออสเตรเลีย ชิลี อินเดีย เยอรมนี เม็กซิโก เวียดนาม อินโดนีเซีย
       
        สำหรับการลงทุนจากต่างประเทศ ในปี 2547 มีการลงทุนจากต่างประเทศรวม 168 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยร้อยละ 46 เป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งชาติที่เข้าไปลงทุนมากที่สุดในยูนนานได้แก่ ฮ่องกง มีมูลค่าเงินลงทุน 50.8 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 30 ของการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ นอกจากนั้นเป็นนักลงทุนหลักจาก เกาะเคย์แมน สิงคโปร์ มาเลเซีย เป็นต้น คิดเป็นร้อยละ 62.6 สำหรับการลงทุนของไทยในยูนนาน มีมูลค่า 2.86 ล้านเหรียญสหรัฐ
       
        มณฑลยูนนานเป็นมณฑลที่มีความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการดึงดูดให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้แก่ อุตสาหกรรมการเกษตร และยาสมุนไพร อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมขนส่งโลจิสติกส์
       
        อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปที่น่าสนใจ คือ การแปรรูปหัวบุก หรืออาหารบำรุงสุขภาพคอนญัก ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มณฑลนี้มีความชำนาญในการผลิตเป็นอย่างมาก ในขณะที่ไทยเองก็มีการปลูกหัวบุกเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทนี้สามารถส่งออกไปขายได้ทั่วโลกรวมทั้งในจีนเองด้วย ส่วนอุตสาหกรรมพลังงานถ่านหินก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่น่าสนใจเช่นกัน โดยยูนนานจัดเป็นหนึ่งในห้าฐานอุตสาหกรรมผลิตถ่านหินที่สำคัญในจีน
       
        นอกจากนี้อุตสาหกรรมโลจิสติกส์ก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีความโดดเด่น ด้วยความได้เปรียบในด้านที่ตั้งภูมิศาสตร์ ประกอบกับแผนการก่อสร้างถนนที่เชื่อมระหว่างมณฑลยูนนานกับประเทศลาวที่จะสร้างเสร็จในปี 2549 นี้ ตลอดจนการสร้างทางรถไฟจากมณฑลยูนนานผ่านประเทศไทยเชื่อมต่อไปถึงสิงคโปร์ รวมทั้งการพยายามดัดแปลงเส้นทางเดินเรือในลุ่มแม่น้ำโขง ทำให้ยูนนานมีข้อได้เปรียบในการลงทุนอุตสาหกรรมโลจิสติกส์
       
        อีกทั้งภายในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า เส้นทางสายคุนหมิง-กรุงเทพฯ ซึ่งผ่านประเทศลาวจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ ก็ยิ่งทำให้บทบาทของประเทศไทยในการเป็นประตูเชื่อมระหว่างจีนกับอาเซียนชัดเจนขึ้น
       
        ดังนั้นการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ตามยุทธศาสตร์ A2C (From Andaman to South-West China) ที่ครอบคลุมพื้นที่ประเทศบนที่ตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำโขงไปสู่พื้นที่แถบตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ได้แก่ เสฉวน ฉงชิ่ง และยูนนาน เป็นเป้าหมายหลักในการเชื่อมโยงสู่พื้นที่อื่นๆ ในประเทศจีน โดยมีท่าเรือที่ จ.ระนอง ของไทยเป็นประตูสู่ทะเลอันดามันที่จะเชื่อมโยงไปถึงตลาดโลกด้านตะวันตก คือตะวันออกกลาง และยุโรป
       
        ซึ่งตามยุทธศาสตร์นี้จะช่วยให้การขนส่งทางพื้นที่ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของจีนสามารถประหยัดระยะทางในการขนส่งได้มากกว่า 2,000 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับการออกสู่ทะเลผ่านทางท่าเรือกวางเจา แล้วอ้อมที่แหลมมาลายู ประเทศสิงคโปร์
       
        ปัจจุบันมีบริษัท ทราน เอเชีย โลจิสติกส์ ของไทยได้ร่วมมือกับ Hao Hong Group และบริษัทชั้นนำในด้านโลจิสติกส์ของจีน ดำเนินการพัฒนาธุรกิจด้านโลจิสติกส์ครบวงจร