บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การคืนของกลางภายหลังระงับคดีโดยยกรถยนต์ของกลางให้เป็นของแผ่นดิน

ดัชนีบทความ
การคืนของกลางภายหลังระงับคดีโดยยกรถยนต์ของกลางให้เป็นของแผ่นดิน
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

การคืนของกลางภายหลังระงับคดีโดยยกรถยนต์ของกลางให้เป็นของแผ่นดิน

ตามบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๗๘๒/๒๕๕๖

กรมศุลกากรได้มีหนังสือ ที่ กค ๐๕๐๓/๔๔๑๕ ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๖ ถึงสำนัก งานคณะ กรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า  ตามที่กรมศุลกากรได้ขอหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเกี่ยวกับการคืนรถยนต์ของกลางในคดีความผิดตามกฎหมายศุลกากรที่ถูกโจรกรรมมา จากเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้สุจริตในต่างประเทศแล้วมีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักร ภายหลังเจ้าของกรรม สิทธิ์ได้ยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ดังกล่าว กรมศุลกากรจะสั่งคืนรถยนต์ของกลางดัง กล่าวให้แก่เจ้า ของหรือผู้มีสิทธิ์ได้หรือไม่ อย่างไร และกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาร้องขอคืนแทนเจ้าของได้หรือไม่ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้แจ้งผลคำวินิจฉัยของคณะ กรรม การกฤษฎีกา (คณะที่ ๓) โดยสรุปความได้ว่า เมื่อกรมศุลกากรเห็นวเจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นผู้สุจริตไม่มีส่วนเกี่ยว ข้องในการกระทำความผิด เจ้าของกรรมสิทธิ์เป็นผู้ถูกกระทำละเมิดมาแต่ต้น กรมศุลกากรจึงมีอำนาจสั่งคืนรถยนต์ของกลางดังกล่าวได้ เนื่องจากไม่มีเหตุที่จะยึดหน่วงไว้ตามกฎ หมาย และกงสุลมาเลเซียประจำจังหวัดสงขลาสามารถยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมในประเทศมาเลเซียแล้วมีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยแทนเจ้าของกรรมสิทธิ์หรือผู้มีสิทธิ์ซึ่งเป็นชาวมาเลเซียได้

                            

กรมศุลกากรมีประเด็นปัญหาเพิ่มเติมว่า คดีที่มีผู้ต้องหาได้กระทำความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ หรือความผิดฐานรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของลักลอบหนีศุลกากร มาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และผู้ต้องหาขอทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากรโดยยินยอมชำระค่าปรับและยกรถยนต์ของกลางให้เป็นของแผ่นดิน หรือยกรถยนต์ของกลางให้เป็นของแผ่น ดิน และอธิบดีกรมศุลกากรหรือคณะกรรมการเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องตามมาตรา ๑๐๒ หรือมาตรา ๑๐๒ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ แล้วแต่กรณี ได้รับทำความตกลงระงับคดีกับผู้ต้องหานั้นโดยการรับชำระค่าปรับและริบรถยนต์ของกลางไว้เป็นของแผ่นดิน ซึ่งถือว่าเป็นอันยุติ เป็นผลให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา ๓๙ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จึงไม่อาจยกคดีขึ้นพิจารณาใหม่ได้ตามแนวคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาในเรื่องเสร็จที่ ๔๘/๒๕๓๑ ต่อมาภายหลังปรากฏข้อเท็จจริงว่ารถยนต์ของกลางที่กรมศุลกากรริบไว้เป็นของแผ่นดินนั้น เป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมมาจากเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้สุจริต กรมศุลกากรจึงขอหารือในประเด็นดังต่อไปนี้

                            

๑. เมื่อกรมศุลกากรไม่ทราบข้อเท็จจริงว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์ที่ถูกโจรกรรมมาจากเจ้า ของกรรมสิทธิ์ผู้สุจริตจนกระทั่งการระงับคดีในชั้นศุลกากรเสร็จสิ้นแล้ว รถยนต์ของกลางได้ตก เป็นของแผ่นดินตามกฎหมาย อธิบดีกรมศุลกากรหรือคณะกรรมการเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องจะหยิบยกข้อเท็จจริงที่ปรากฏภายหลังขึ้นมาพิจารณาเพื่อยกเลิกหรือเพิกถอนการระงับคดีได้หรือไมอย่างไร

 ๒. เจ้าของกรรมสิทธิ์ได้มายื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ต่อกรมศุลกากรภายหลังคดีระงับไปแล้ว กรมศุลกากรจะสามารถส่งมอบรถยนต์ที่ตกเป็นของแผ่นดินแล้วคืนให้แก่เจ้าของได้หรือไม่ อย่างไร หากต้องคืนรถยนต์ซึ่งเป็นของแผ่นดินให้แก่เจ้าของกรรมสิทธิ์จะมีผลกระทบต่อการระงับคดีที่ได้ยุติไปแล้วหรือไม่ อย่างไร