บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ผลการออกใบอนุญาตให้นำเข้าอาวุธปืนโดยให้มีผลย้อนหลัง

 

ผลการออกใบอนุญาตให้นำเข้าอาวุธปืนโดยให้มีผลย้อนหลัง 

ตามบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเรื่องเสร็จที่ ๕๓๓/๒๕๕๖ 

กรมศุลกากรได้มีหนังสือ ที่ กค ๐๕๐๓/๒๔๙๗ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ ถึงสำ นักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า กรมศุลกากรขอหารือกรณีการดำเนินการตรวจปล่อยสินค้าอาวุธปืนให้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากห้างหุ้นส่วนจำกัดปืนเอกภัทร ได้นำสินค้าอาวุธปืนสั้นพร้อมอุปกรณ์เข้ามาในราชอาณาจักร รวม ๖ ครั้ง ระหว่างวันที่๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ โดยมีใบอนุญาตที่ออกให้ระหว่างวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๔ ถึงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๕ และใบอนุญาตแต่ละฉบับเป็นใบอนุญาตที่ออกให้ในภายหลังจากการนำเข้าแต่ละครั้งทั้งสิ้น จึงขอหารือประเด็นข้อกฎหมาย ดังนี้

 

๑. การที่นายทะเบียนท้องที่กรุงเทพมหานครออกใบอนุญาตนำเข้าอาวุธปืน หลังจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ปืนเอกภัทรนำอาวุธปืนเข้ามาแล้ว ซึ่งเป็นการออกใบอนุญาตย้อนหลัง จะเป็นการขัดกับมาตรา ๓๐ แห่ง พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ หรือไม่

 

๒. การนำใบอนุญาตสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนที่นายทะเบียนท้องที่กรุงเทพมหานครออกให้ย้อนหลังมายื่นต่อกรมศุลกากรภายหลังการนำอาวุธปืนเข้ามา ซึ่งถือว่ากระทำความผิดทางอาญาสำเร็จแล้ว การออกใบอนุญาตย้อนหลังดังกล่าวจะมีผลลบล้างความผิดหรือไม่ และกรมศุลกากรสามารถดำเนินการยึดอาวุธปืนให้ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ หรือไม่

 

๓. กรณีไม่สามารถออกใบอนุญาตย้อนหลังได้ อาวุธปืนที่นำเข้ามาถือเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงข้อห้าม ข้อกำกัด อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ หรือไม่

 

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑) ได้พิจารณาข้อหารือของกรมศุลกากรโดยมีผู้แทนกระ ทรวงการคลัง (กรมศุลกากร) และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง)เป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จ จริงแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากคำชี้แจงของผู้แทนกรมการปกครองว่าในการออกใบอนุญาตแต่ละฉบับ นายทะเบียนไม่ทราบว่าได้มีการนำอาวุธปืนเข้ามาในราชอาณาจักรแล้วหรือไม่ แต่ในทางปฏิบัตินายทะเบียนจะออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอรับใบอนุญาต เพื่อให้ผู้ได้รับใบอนุญาตสามารถนำใบอนุญาตนั้นไปใช้ในการดำเนินการเพื่อสั่งอาวุธปืนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผู้ได้รับอนุญาตจะ ต้องนำใบอนุญาตดังกล่าว ไปแสดงต่ออธิบดีกรมศุลกากรหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายทราบก่อนดำเนินการสั่งอาวุธปืนตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จ จริงเปลี่ยนแปลงไปดังกล่าว จึงไม่มีความจำเป็นต้องตอบปัญหาในประเด็นที่หนึ่ง

 

ส่วนปัญหาในประเด็นที่สองนั้น เห็นว่า มาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ บัญญัติห้ามมิให้ผู้ใดสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า เว้นแต่จะได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ยังบัญญัติให้ผู้ได้รับใบอนุญาตให้สั่งอาวุธปืนต้องนำใบอนุญาตดังกล่าวไปแสดงต่ออธิบดีกรมศุลกากรหรือเจ้าพนักงานที่อธิบดีกรมศุลกากรมอบหมายก่อนสั่ง ดังนั้น ในการสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน จึงต้องได้รับใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนจากนายทะเบียนท้องที่ก่อนสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืน และผู้ได้รับใบอนุญาตมีหน้าที่ต้องนำใบอนุ ญาตดังกล่าวไปแสดงต่ออธิบดีกรมศุลกากรหรือเจ้าพนักงานซึ่งอธิบดีศุลกากรมอบ หมายก่อนสั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนด้วย เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปืนเอกภัทรได้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนโดยไม่มีใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนจากนายทะเบียนท้องที่กรุงเทพมหานคร จึงเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๒๔ และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว อันเป็นความผิดสำเร็จแล้วส่วนการที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปืนเอกภัทรได้นำใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนที่นายทะ เบียนออกให้ในภายหลังมาแสดง ยังเป็นการยืนยันว่า ในขณะที่สั่งและนำเข้านั้น ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปืนเอกภัทร ไม่มีใบอนุญาตให้สั่งหรือนำเข้าซึ่งอาวุธปืนแต่ประการใด ดังนั้น ใบอนุญาตที่ออกให้ในภายหลัง จึงไม่สามารถทำให้ความผิดที่สำเร็จแล้วกลับเป็นความชอบด้วยกฎหมายได้ และส่งผลทำให้อาวุธปืนที่นำเข้ามาโดยฝ่าฝืนกฎหมายเป็นของต้องจำกัดตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙

 

ส่วนปัญหาในประเด็นที่ว่า กรมศุลกากรสามารถดำเนินการยึดอาวุธปืนให้ตกเป็นของ แผ่นดินตามมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ ได้หรือไม่ นั้น เห็นว่า มาตรา ๓๑แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นบท บัญญัติที่ใช้สำหรับกรณีอาวุธปืนที่ได้สั่งโดยมีใบอนุญาตโดยชอบด้วยกฎหมาย เมื่ออาวุธปืนมาถึงแล้วและไม่มีผู้รับไปจากกรมศุลกากรภายในเวลาที่กำหนด จึงส่งผลทำให้อาวุธปืนดังกล่าวตกเป็น ของแผ่น ดิน อันเป็นคนละกรณีกับปัญหาที่หารือมา

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา          พฤษภาคม ๒๕๕๖