บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การตีความกฎหมายภาษีอากร

การตีความกฎหมายภาษีอากร

การเก็บภาษีแม้นจะทำให้รัฐบาลมีรายได้นำมาใช้จ่ายในการบริหารประเทศ แต่เป็นเรื่องกระทบกระเทือนต่อผลประโยชน์ส่วนได้เสียของประชาชนฉะนั้นการที่จะเก็บ ภาษีจากบุคคลใดในพฤติการณ์ใดต้องปรากฎว่ามีกฎหมายบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งให้เก็บได้ หากตัวบทกฎหมายที่ใช้เก็บภาษีอากรไม่ชัดแจ้ง กำกวมหรือตีความได้หลายนัย ก็ต้องตีความไปในทางที่เป็นคุณหรือประโยชน์แก่ผู้เสียภาษี จะตีความโดยขยายความให้เป็นผลร้ายไม่ได้ กล่าวโดยสรุปก็คือกฎหมายภาษีอากรต้องตีความโดยเคร่ง ครัด

คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายภาษีอากร

๑ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๒๓๑๗/๒๕๑๙

ป้ายพิพาทคำนวณพื้นที่ได้สองแบบ คือ ตามแบบ ก. หรือ แบบ ข.แบบบัญชีอัตราภาษีป้ายท้ายพระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. ๒๕๑0 ถ้าคำนวณตามแบบ ก. คือถือว่าป้ายมีขอบเขตเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง ๑,00 เซนติเมตรยาว ๓,000 เซนติ เมตร แม้ด้านบนมีตัวอักษร ที ในภาษาอังกฤษล้ำออกจากขอบเขต ๗๕ เซนติเมตรก็ตาม จะถือว่าป้ายมีความกว้าง ๑,๒๗๕ เซนติเมตรไม่ได้เพราะด้านบนของตัวอักษร ที นั้นไม่ใช่ขอบเขตของป้ายตามแบบกของบัญชีอัตราภาษีป้ายดังกล่าว ถ้าคำนวณ ตามแบบ ข. คือถือเอาตัวอักษร ภาพหรือเครื่องหมายเป็นเกณฑ์ ป้ายจะมีความกว้าง ๑,0๕ เซนติเมตร และยาว ๒,๖๕0เซนติเมตร จะวัดขอบเขตของป้ายเข้าไว้ในเนื้อที่ป้ายด้วยไม่ได้ เพราะขอบเขตของป้ายมิใช่ตัวอักษรภาพหรือเครื่องหมาย

จริงอยู่ตามบัญชีอัตราภาษีป้ายดังกล่าวไม่ได้ห้ามการคำนวณเนื้อที่ป้ายโดยวิธีคำนวณแบบ ก. และ ข.รวมกันโดยตรงก็ดี แต่พระราชบัญญัติภาษีป้ายเป็นกฎ หมายเกี่ยวกับภาษีอากร หากจะต้องตีความเพราะตัวบทกฎหมายไม่แจ้งชัดเช่นนี้ก็ต้องตีความโดยเคร่งครัดในทางที่ไม่เป็นโทษแก่ราษฎรผู้จะต้องเสียภาษีอากรเมื่อพิเคราะห์บัญญัติ ที่เกี่ยวข้องในพระราชบัญญัตินี้แล้วอนุมานได้ว่าเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัตินี้ คือ จะต้องประเมินภาษีป้ายโดยเลือกคำนวณเนื้อที่ป้ายเฉพาะแบบใดแบบหนึ่งในสองแบบนี้ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่เลือกคำนวณตามแบบก.แล้ว ก็ต้องคำนวณตามแบบนั้น

๒ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๓๑๑0/๒๕๓๕

การเรียกเก็บเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙มาตรา ๑๑๒ จัตวา แม้จะไม่มีการวางประกันค่าอากรตามมาตรา ๑๑๒ ทวิก็เรียกเก็บได้ การแจ้งประเมินตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. ๒๔๖๙ มิได้กำหนดแบบหรือวิธีการไว้ เมื่อหนังสือที่เจ้าพนักงานของโจทก์แจ้งไปยังจำเลยกำหนดให้นำค่าภาษีอากรจำ นวนที่ขาดไปชำระภายในเวลาที่กำหนดไว้มิฉะนั้นจะดำเนินการตามที่เห็นสมควร ถือได้ว่าเป็นการแจ้งประเมินแล้ว สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกอากรที่ขาดเพราะเหตุเกี่ยว กับราคาของที่จำเลยนำเข้าในกรณีที่มีการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงอากรมีอายุความ ๑0 ปี ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๑0 วรรคสามตอนแรก มิใช่กรณีที่มีการคำนวณเงินอากรผิดอันจะมีอายุความ ๒ ปี กรณีที่จำ เลยแสดงรายการเท็จโดยเจตนาหลีกเลี่ยงภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเจ้าพนักงานมีอำ นาจประเมินให้จำเลยเสียภาษีอากรส่วนที่ขาดได้ภายในกำหนด ๑0 ปี ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๘๘ ทวิ(๒) กรณีที่มีการค้างชำระเงินภาษีอากรซึ่งจะ ต้องใช้สิทธิเรียกร้องเงินเพิ่มตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ มาตรา ๑๑๒ จัตวาและประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ ทวิ อันเป็นบทกฎหมายที่บัญญัติไว้เป็นพิเศษจะเรียก ร้องให้ชำระดอกเบี้ยตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อันเป็นสิทธิเรียกร้องทั่วไปไม่ได้

ข้อมูล: ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ศาลยุติธรรม

 

: ระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา