บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ความผิดภายหลังมีประกาศให้มีผลย้อนหลัง

ดัชนีบทความ
ความผิดภายหลังมีประกาศให้มีผลย้อนหลัง
หน้าที่ 2
หน้าที่ 3
ทุกหน้า

ความผิดภายหลังมีประกาศให้มีผลย้อนหลัง

ความเห็นคณะกรรมการกฤษฏีกา เรื่องเสร็จที่ 00๖/๒๕๔๗

หลักทั่วไปของการใช้บังคับกฎหมายมีหลักว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลัง ส่วนการออกกฎหมายให้มีผลใช้บังคับย้อนหลังถือเป็นข้อยกเว้นซึ่งสามารถกระทำได้หากไม่เป็นการลงโทษหรือเพิ่มโทษบุคคลตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๓๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔0 เมื่อปรากฏว่าหลักการตามประกาศกระ ทรวงการคลังที่จะออกตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓0 มีหลักการเป็นการลดอัตราอากรเหล็กซิลิคอนอิเล็กทริคให้มีผลย้อนหลัง ซึ่งเป็นคุณแก่ผู้มีหน้าที่ต้องเสียภาษี ดังนั้น จึงเห็นว่ากระทรวงการคลังสามารถดำเนิน การออกประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าวได้

____________________________

กระทรวงการคลังได้มีหนังสือ ที่ กค ๐๕๐๓/๒๓๘๘๖ ลงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๔๗ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอหารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการออกประกาศลดอัตราอากรย้อนหลังของเหล็กซิลิคอนอิเล็กทริค สรุปความได้ดังนี้

(๑) กรมศุลกากรได้เข้าตรวจสอบผู้นำเข้าเหล็กซิลิคอนอิเล็กทริค เมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๔๖ จำนวน ๙ ราย พบว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ผู้นำเข้าทั้ง ๙ ราย สำ แดงรายการชำระค่าภาษีอากรสำหรับสินค้าเหล็กที่นำเข้าไว้ในประเภทพิกัดฯ ที่ ๗๒.๒๕ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๑๔ พฤษภาคม ๒๕๔๑ อัตราอากรเป็น ๐.๔๐ บาท ต่อกิโลกรัม และเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑-๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ อัตราอากรเป็น ๕และตั้งแต่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๓-ปัจจุบัน อัตราอากรเป็น ๑ทั้งนี้ เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลังที่ประกาศใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นโดยเหล็กซิลิคอนที่จะชำระอากรในประเภทพิกัดฯ ที่ ๗๒.๒๕ ได้จะต้องมีปริมาณธาตุซิลิคอนไม่น้อยกว่า ๐.๖โดยน้ำหนัก

(๒)จากการตรวจสอบเอกสาร Mill Certificate  และจากผลการส่งตัวอย่างเหล็กให้สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยพบว่าสินค้าเหล็กดังกล่าวมีปริมาณธาตุซิลิคอนน้อยกว่า ๐.๖ % โดยน้ำหนัก ซึ่งจะต้องชำระอากรในประเภทพิกัดฯ ที่ ๗๒.๐๙ โดยในปีพ.ศ. ๒๕๓๘-๑๔ พฤษภาคม ๒๕๔๑ อัตราอากรเป็น ๐.๔๐ บาท ต่อกิโลกรัม และเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑-๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๓ อัตราอากรเป็น ๕และตั้งแต่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๓-๓๑ มีนาคม ๒๕๔๖ อัตราอากรเป็น ๑๒ %หรือประเภทพิกัดฯ ที่ ๗๒.๑๐ โดยในปี พ.ศ. ๒๕๓๘-๑๔ พฤษภา คม ๒๕๔๑ อัตราอากรเป็น ๑๐และเมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๑-๑ พฤศจิ กายน ๒๕๔๓ อัตราอากรเป็น ๑๐และตั้งแต่วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๔๓-๓๑ มีนา คม ๒๕๔๖ อัตราอากรเป็น ๑๕(ซึ่งประเภทพิกัดฯ ทั้งสองดังกล่าวผู้นำเข้าจะต้องเสียอากรในอัตราที่สูงกว่าประเภทพิกัดฯ ที่ ๗๒.๒๕ การสำแดงประเภทพิกัดฯ ไม่ถูกต้อง เป็นเหตุให้ชำระค่าภาษีอากรขาด) และจากการตรวจสอบพบว่าในขณะยื่นใบขนสินค้าขาเข้า ผู้นำเข้าดังกล่าวจำนวน ๓ ราย ทราบข้อเท็จจริงอยู่แล้วว่าสินค้าที่นำเข้ามีปริมาณธาตุซิลิคอนน้อยกว่า ๐.๖โดยน้ำหนัก ส่วนผู้นำเข้าอีก ๖ ราย ไม่พบเอกสารหรือหลักฐานใดที่แสดงว่ารู้รายละเอียดดังกล่าว

(๓) ต่อมาวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๖ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยจึงได้เสนอที่ประชุมนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชนพิจารณายกเลิกการจัดเก็บมูลค่าส่วนต่างภาษีย้อนหลังและค่าปรับกรณีของเหล็กซิลิคอนอิเล็กทริคที่เกิดจากการชี้พิกัดใหม่ (๗๒๑๐.๙๐ และ ๗๒๑๒.๕๐) ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดบรรยากาศการลงทุนจากต่างประเทศ และเพื่อความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการนำเข้า ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันการอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมรับไปดำเนินการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาข้อยุติที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมและการพัฒนาศักยภาพของอุตสาหกรรม

(๔) คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๔๖ ได้มีมติรับ ทราบและเห็นชอบสรุปผลการประชุมของนายกรัฐมนตรีกับภาคเอกชน ตามข้อ (๓) โดยมีความเห็นเพิ่มเติมว่าการทบทวนการจัดเก็บภาษีย้อนหลังเหล็กซิลิคอนอิเล็ก ทริค มอบให้กระทรวงการคลังรับไปเร่งรัดดำเนินการตามที่ได้หารือกับกระทรวงอุต สาหกรรมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยในหลักการกรณีการเก็บภาษีย้อนหลัง สมควรพิ จารณายุติเรื่อง และให้กำหนดพิกัดอัตราศุลกากรและอัตราอากรขาเข้าเหล็กประเภทดังกล่าวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันให้ชัดเจนต่อไป และให้รายงานผลความคืบหน้าของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องให้นายกรัฐมนตรีทราบทุกๆ ๓ เดือน ซึ่งกรมศุลกากรได้พิจาร ณาและแจ้งให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีทราบว่า การจะพิจารณายุติเรื่องการเรียกเก็บภาษีอากรที่เก็บไว้ขาดเกินกว่า ๒๐ บาท ไม่อาจดำเนินการได้ภายใต้ข้อบังคับแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๐ ทวิ