บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

คำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับความผิดตามมาตรา ๒๗

ดัชนีบทความ
คำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับความผิดตามมาตรา ๒๗
หน้าที่ 2
หน้าที่ 3
หน้าที่ 4
ทุกหน้า

 

  • คำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับความผิดตามมาตรา ๒๗

    ๑ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

    ๑.๑ ลักษณะความผิด

    พระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

    มาตรา ๒๗ ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือ ของต้องห้าม หรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากร โดยถูกต้อง เข้ามาในพระราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพระราชอาณาจักรก็ดี หรือช่วยเหลือด้วยประการ ใดๆ ในการนำของเช่นว่านี้เข้ามาหรือส่งออกไปก็ดี หรือย้ายถอนไป หรือช่วยเหลือให้ ย้ายถอนไปซึ่งของดังกล่าวนั้นจากเรือกำปั่น ท่าเทียบเรือ โรงเก็บสินค้า คลังสินค้า ที่มั่น คง หรือโรงเก็บของโดยไม่ได้รับอนุญาตก็ดี หรือให้ที่อาศัยเก็บ หรือเก็บ หรือซ่อนของ เช่นว่านี้ หรือยอม หรือจัดให้ผู้อื่นทำการเช่นว่านั้นก็ดีหรือเกี่ยว ข้อง ด้วยประการใดๆ ใน การขนหรือย้ายถอนหรือกระทำการอย่างใดแก่ของเช่นว่านั้น ก็ดี หรือเกี่ยวข้องด้วย ประการใดๆ ในการหลีกเลี่ยงหรือพยายาม หลีกเลี่ยงการเสียค่าภาษีศุลกากร หรือในการ หลีกเลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงบทกฎหมายและข้อจำ กัดใดๆ อันเกี่ยวแก่การนำของเข้า ส่งของออก ขนของขึ้น เก็บของในคลังสิน ค้าและการส่งมอบของโดยเจตนาจะฉ้อค่า ภาษีของรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะต้องเสียสำหรับของนั้นๆ ก็ดี หรือ หลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี สำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ ให้ปรับ เป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอา กรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

    ๑.๒ ยกเว้นหลักเจตนา

    พระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒

    มาตรา ๑๖ การกระทำที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ และมาตรา ๙๙ แห่งพระ ราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ นั้น ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำ นึงว่าผู้กระทำมีเจตนา หรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือหาไม่

    ๒ คำพิพากษาศาลฏีกา

    คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๕00/๒๕00

    โจทก์ฟ้องว่าจำเลยนำกระบือเข้ามาโดยมิได้ผ่านด่านและเสียภาษีศุลกากร ในการพิจารณาจำเลยรับว่าได้พากระบือเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านคลองใหญ่โดยมิได้ผ่านด่านและเสียภาษีที่ด่านคลองใหญ่ ดังนี้ก็เป็นอันชัดแจ้งว่าข้อเท็จจริงตามที่ได้ความในการพิจารณาตรงกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง ความข้อนี้จึงเป็นอันยุติ ไม่ต้องพิจารณาถึงข้อที่ว่าจำเลยพากระบือเข้ามาโดยทางใดตำบลใดอีกเลยฉะนั้นจะยกเอาเหตุที่ว่าทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยพากระบือเข้ามาทางด่านคลองใหญ่ไม่ใช่ทางบ้านท่าเลื่อน (ดังที่โจทก์กล่าวในฟ้อง) ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงต่างกับฟ้องไม่ได้

    ใบอนุญาตให้นำกระบือเข้ามาตรวจ(เข้ามาในราชอาณาจักร) นั้นหาเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีศุลกากรไม่เมื่อจำเลยนำเข้ามาโดยไม่เสียภาษีก็ต้องมีความผิด

    คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๒๘๙/๒๕0

    การที่จำเลยนำของกลางซึ่งเป็นของต้องห้ามต้องจำกัดผ่านเขตแดนเข้ามาในราชอาณาจักรโดยมีเจตนาหลีกเลี่ยงการเสียภาษีศุลกากรโดยนำผ่านเขตแดนเข้ามา แล้วแม้ยังไม่ได้ล่วงเลยด่านที่จะต้องเสียภาษีศุลกากรถูกจับเสียก่อน ก็ต้องมีความ ผิด

    คำพิพากษาศาลฏีกาที่ ๑๓๗๕/๒๕0

    ศาลลงโทษปรับจำเลย จำเลยชำระค่าปรับบางส่วนแล้ว จำเลยขอให้ศาลสั่งคืนค่าปรับโดยจำเลยขอถูกกักขังแทนค่าปรับ เช่นนี้ ศาลจะสั่งคืนค่าปรับให้จำเลยหาได้ไม่

    หากจำเลยเห็นว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับไปบ้างแล้วและชอบที่จะถูกกักขังแทนค่าปรับน้อยกว่ากำหนดที่ศาลพิพากษาไว้ ก็เป็นเรื่องที่จำเลยจะร้องเรียนในแง่นั้น หาใช่มาขอคืนค่าปรับซึ่งชำระไว้โดยถูกต้องแล้วไม่

    คำพิพากษาศาลฏีกาที ๑๒๙/๒๕0

    ของที่จำเลยสั่งเข้ามาจากต่างประเทศอันจะต้องเสียภาษีศุลกากรนั้นเมื่อไม่ ได้ความว่าจำเลยได้ปกปิดไม่แสดงรายการหรือแสดงรายการอันเป็นเท็จ หรือชักพาให้ผิดหลงแล้ว ก็ไม่มีการกระทำที่จะอ้างเป็นมูลความผิดเอาแก่จำเลยแต่อย่างใด

    คำพิพากษาศาลฏีกาที ๑0๒๗/๒๕0

    จำเลยสำแดงรายการสินค้าขาออกต่อกรมศุลกากรเป็นเท็จแล้วต่อมาอีก ๒ วัน จำเลยพยายามนำสินค้านั้นจะออกนอกราชอาณาจักรแต่ตำรวจจับได้เสียก่อน เช่นนี้ แม้การกระทำทั้งสองฐานนี้จะเกี่ยวเนื่องกัน คือ จำเลยสำแดงรายการสินค้าเท็จก็เพื่อจะลักลอบนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรก็ตาม ก็เป็นการกระทำผิดคนละอย่างต่างกรรมต่างวาระกัน เพราะเมื่อจำเลยสำแดงรายการสินค้าขาออกเท็จนั้น เป็นความผิดสำเร็จไปตอนหนึ่งแล้ว ต่อมาอีก ๒ วันทำผิดฐานพยายามนำสินค้าจะออกนอกราชอาณาจักรจึงเป็นความผิดอีกฐานหนึ่ง (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ ๒/๒๕0)

    คำพิพากษาศาลฏีกาที่๖๖๔/๒๕0

    กรณีที่พระราชบัญญัติศุลกากรบัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าสำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ ให้ปรับสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรเข้าด้วยนั้น ถ้าศาลพิพากษาปรับจำเลยแต่ละคนคนละสี่เท่าของราคาของซึ่งรวมค่าอากรด้วย ก็ย่อมเป็นการปรับจำเลยสำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ เกินกว่าสี่เท่า อันเป็นการผิดข้อความที่บัญญัติไว้และกรณีเช่นนี้ย่อมจะนำประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๑ ซึ่งให้ปรับเรียงตามรายตัวบุคคลมาใช้บังคับไม่ได้ด้วย