บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การคืนอากรตามมาตรา ๑๙ (Re-export)

การคืนอากรตามมาตรา ๑๙ (Re-export)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒

มาตรา ๑๙ “ของใดที่พิสูจน์เป็นที่พอใจอธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายว่าเป็นของรายเดียวกันกับที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและเสียอากรแล้ว ถ้าส่งกลับออกไปยังเมืองต่างประเทศหรือส่งกลับไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือเดินทางไปเมืองต่างประเทศ ให้คืนเงินอากรขาเข้าให้แก่ผู้นำของเข้าเก้าในสิบส่วนหรือส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทของจำนวนที่ได้เรียกเก็บไว้โดยคำ นวณตามใบขนสินค้าขาออกแต่ละฉบับ แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(ก) ระหว่างที่อยู่ในราชอาณาจักร ของนั้นมิได้ใช้ประโยชน์ด้วยประ การใด ๆ เว้นแต่เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งของนั้นกลับออกไป และมิได้เปลี่ยนแปลงรูปลักษณะใด ๆ

(ข) ของนั้นได้ส่งกลับออกไปทางท่าหรือที่สำหรับการส่งออกซึ่งของที่ขอคืนอากรขาเข้า

(ค) ของนั้นได้ส่งกลับออกไปภายในหนึ่งปีนับแต่วันนำเข้า และ

(ง) ต้องขอคืนเงินอากรภายในหกเดือนนับแต่วันที่ส่งของนั้นกลับออกไป

อธิบดีมีอำนาจออกข้อบังคับว่าด้วยการพิสูจน์ของ การส่งของกลับออกไป การจัดทำ และยื่นเอกสารต่าง ๆ การคำนวณเงินอากรที่พึงคืนให้ และวิธีการอื่น ๆ เกี่ยวกับการขอคืนเงินอากรนี้”

ดังนั้นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรและเสียอากรแล้วหากส่งกลับออก ไปยังเมืองต่างประเทศหรือส่งกลับไปเป็นของใช้สิ้นเปลืองในเรือเดิน ทางไปต่างประเทศ สามารถขอคืนเงินอากรขาเข้าที่ชำระไว้แล้วได้เก้าในสิบส่วน หรือส่วนที่เกินหนึ่งพันบาทของจำนวนที่เรียกเก็บไว้ โดยคำนวณตามใบขนสินค้าขาออกแต่ละฉบับ โดยมีเงื่อนไขว่า

. ของต้องอยู่ในสภาพเดิมที่นำเข้า

. ต้องส่งกลับออกไปภายใน ๑ ปีนับแต่วันนำเข้า

การปฏิบัติพิธีการในการส่งสินค้าขาออก

() ของที่ส่งออกต้องอยู่ในสภาพเดิมที่นำเข้าของที่ส่งออกไปที่สา มารถขอคืนอากรได้ต้องอยู่ในสภาพเดิมที่นำเข้ามา ถ้ามีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหีบห่อ หรือภาชนะบรรจุ หรือต้องสำแดงเลขหมาย เครื่อง หมายใหม่ เจ้าหน้าที่จะพิจารณาคำร้องของผู้ส่งของออก และแจ้งให้หน่วย งานตรวจปล่อย สำนักงานศุลกากรที่นำของเข้า ส่งเจ้าหน้าที่ไปควบคุมการเปลี่ยนแปลงตามความประสงค์ดังกล่าว

() การติดตัวอย่างของกับต้นฉบับใบขนสินค้าของส่งออกรายใดที่สามารถติดตัวอย่างกับต้นฉบับใบขนสินค้าขาออกได้ เช่น ผ้าผืน กระดาษ พลาสติก เป็นต้น ให้ผู้ส่งของออกติดตัวอย่างทุกชนิดตามรายการในบัญชีราคาสินค้าและ/หรือ เอกสารอื่นที่แนบใบขนสินค้าขาออก โดยผู้ส่งของออกต้องรับรองว่าเป็นตัวอย่างจากของที่ส่งออกจริงและให้เจ้า หน้าที่ลงลายมือชื่อกำกับไว้ด้วย

() วิธีปฏิบัติผู้ส่งของออกจะต้องยื่นคำร้องแสดงเหตุผลในการขอส่งกลับออกไปโดยขอใช้สิทธิ การชำระอากรของ Re-export พร้อมใบขนสินค้าดังนี้

(๓.๑)   การส่งของกลับออกไปโดยที่ของยังอยู่ในอารักขาของศุล กากร (ยังมิได้นำของออกไปจากศุลกากร) ให้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าและใบขนสินค้าขาออกพร้อมกันต่อหน่วยงานพิธีการของ ท่าที่นำเข้า เพื่อขออนุ มัติให้ทำ Re-export ก่อนที่จะให้หน่วยงานตรวจปล่อยดำเนินการต่อไป

การเรียกเก็บอากรขาเข้าแบ่งออกเป็น ๓ กรณี

กรณีที่ ๑ ถ้าผู้ส่งของออกส่งของออกทางท่าเดียวกับที่นำเข้า เช่น นำเข้าทางท่าเรือกรุงเทพและ ส่งออกทางท่าเรือกรุงเทพ ให้ชำระเฉพาะอากรขาเข้าเพียง ๑ ใน ๑0 ส่วน แต่ไม่เกิน ๑,000.-บาท ตัวอย่างเช่น

· มูลค่าอากรของๆ นั้นเมื่อนำเข้าเท่ากับ ๙,00 บาท ก็ชำระอากรเพียง ๙๕0 บาท

· กรณีที่มูลค่าอากรเกินกว่า ๑0,000.- บาท เช่น ๑๕,000 บาท จำนวนเงิน ๑ ใน ๑0 คือ ๑,๕00.- บาท แต่เป็นจำนวนเงินที่เกินกว่า ๑,000.- บาท จึงชำระอากร เพียง ๑,000.-บาทเท่านั้น

กรณีที่ ๒ หากผู้ส่งของออกส่งของออกทางท่าอื่นซึ่งมิใช่ท่าที่นำเข้า เช่น นำเข้าที่ท่าเรือกรุงเทพ แต่ส่งออกที่ท่าเรือแหลมฉบัง จะต้องชำระภาษี อากรต่างๆให้ครบถ้วนก่อน เมื่อได้ส่งของกลับออกไปแล้วจึงขอคืนอากร ๙ ใน ๑0 ส่วน หรือส่วนที่เกิน ๑,000.- บาท เว้นแต่จะเป็นการใช้สิทธิตัว แทนออกของรับอนุญาต ในการปฏิบัติพิธีการ จึงจะสามารถชำระเฉพาะอากรขาเข้า ๑ ใน ๑0 ส่วน แต่ไม่เกิน ๑,000.- บาท ได้ การที่มีระ เบียบปฏิบัติเช่นนี้ก็เนื่องจากการส่งออกต่างท่านั้น จะต้องนำสินค้าออกจากท่าหนึ่งไปยังอีกท่าหนึ่ง ซึ่งทำให้ยากแก่การควบคุมผู้ส่งออกอาจจะไม่ส่งของออกไปจริง ดังนั้นจึงให้ชำระภาษีให้ครบถ้วนก่อน แล้วมาขอคืนในภายหลังเมื่อพิสูจน์ได้ว่าส่งออกจริง

กรณีที่ ๓ กรณีของที่อยู่ในอารักขาของศุลกากรจนกลายเป็นของตกค้างตามกฎหมายแล้ว (เกิน ๒ เดือน ๑๕ วัน) ผู้ส่งของออกจะต้องชำระอากรขาเข้าให้ครบถ้วนก่อนแล้วจึงขอคืนอากรในภายหลัง เว้นแต่ได้รับอนุ มัติจากกรมศุลกากรให้ไม่ต้องชำระอากรเต็มจำนวน โดยชำระอากรเช่น เดียวกับกรณีที่ ๑

(๓.๒)   การส่งของกลับออกไปโดยที่อยู่นอกอารักขาของศุลกากร (ของที่ตรวจปล่อยไปจากศุลกากรแล้ว) ผู้ส่งของออกจะต้องยื่นใบขนสินค้าขาออกตามปกติ ที่หน่วยงานพิธีการของท่าที่ส่งออกพร้อมคำร้องขออนุมัติทำ Re-export เจ้าหน้าที่จะนำใบขนสินค้าขาเข้าของสินค้ารายนี้มาประ กอบ การพิจารณาเพื่ออนุมัติให้ต่อไป เมื่อได้รับอนุมัติแล้วจึงสามารถส่งของนั้นกลับออกไปได้และขอรับภาษีอากรที่ได้ชำระไว้แล้วต่อไป