บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

โทษริบในคดีผิดศุลกากร

ดัชนีบทความ
โทษริบในคดีผิดศุลกากร
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

โทษริบในคดีผิดศุลกากร

๑ โทษริบ

๑.๑ โทษริบของกลางที่ได้จากการกระทำความผิด

พระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่๙) พุทธศักราช๒๔๘๒

มาตรา ๑๗ ของใดๆ อันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราช บัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ประกอบด้วยมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร (ฉบับที่ ๙) พุทธศักราช ๒๔๘๒ ท่านให้ริบเสียสิ้น โดยมิพักต้องคำนึงว่า บุคคล ผู้ใดจะต้องรับโทษหรือหาไม่ “

( มาตรา ๑๖ การกระทำที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ และมาตรา ๙๙ แห่งพระ ราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ นั้น ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำ นึงว่าผู้ กระทำมีเจตนา หรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือหาไม่”)

๑.๒โทษริบยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด

พระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา ๓๒ เรือชนิดใดๆ อันมีระวางบรรทุกไม่เกินสองร้อยห้าสิบตันก็ดี รถ เกวียน ยานพาหนะ หีบ หรือภาชนะอื่นใดก็ดี หากใช้ในการย้ายถอน ซ่อนเร้น หรือ ขนของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือที่ต้องจำกัด หรือต้องห้าม ท่านว่าให้ริบเสียสิ้นและถ้ามี ของอื่นรวมอยู่ในหีบห่อ หรือภาชนะอื่น หรือในรถ เกวียน ยานพาหนะ อันปรากฏว่ามี ของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือที่ต้องจำกัด หรือต้องห้ามนั้นด้วยไซร้ ท่านว่าให้ริบของนั้นๆเสียด้วยดุจกัน”

“ถ้าเรือที่ได้ใช้หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำตามวรรคหนึ่งที่มีระวางบรรทุกเกินสองร้อยห้าสิบตันให้ศาลมีอำนาจสั่งริบ เรือนั้นได้ตามควรแก่การกระทำความผิด”

๑.๓  โทษริบตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ๓๒ ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ผู้ใดทำหรือมีไว้เป็นความผิด ให้ริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

มาตรา ๓๓ “ในการริบทรัพย์สิน นอกจากศาลจะมีอำนาจริบตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะแล้ว ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้อีกด้วย คือ

(๑) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด หรือ

(๒) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้มาโดยได้กระทำความผิด

เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของผู้อื่นซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด”

การใช้อำนาจยึด

๒.๑ ตามพระราชบัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.๒๔๖๙ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา๒๔ “สิ่งใดๆอันจะพึงต้องริบตามพระราชบัญญัตินี้พนักงานศุลกากรพนัก งานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ มีอำนาจยึดในเวลาใด ๆ และ ณ ที่ใด ๆ ก็ได้”

“สิ่งที่ยึดไว้นั้นถ้าเจ้าของหรือผู้มีสิทธิไม่มายื่นคำร้องเรียกเอาภายในกำหนดหกสิบวัน สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิด หรือสามสิบวันสำหรับสิ่งอื่น นับแต่วัน ที่ยึด ให้ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีเจ้าของและให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยมิพักต้องคำนึงว่าจะมีการฟ้องคดีอาญานั้นหรือไม่”