บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

แนวโน้มการค้าชายแดนเติบโตสูงขี้น

ดัชนีบทความ
แนวโน้มการค้าชายแดนเติบโตสูงขี้น
หน้าที่ 2
หน้าที่ 3
ทุกหน้า

 

แนวโน้มการค้าชายแดนเติบโตสูงขี้น

ปัจจุบัน การค้าชายแดนมีความสำคัญเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมีการพัฒนาระบบการคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค โดยมี ไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ช่วยสนับสนุนให้ไทยมีบทบาทในการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับเส้นทางสำคัญที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค หรือที่รู้จักในนามของ GMS Economic Corridors (ระเบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง) เป็นโครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เกิดการค้าขาย การลงทุนทั้งในภาคอุตสาหกรรมบริการ และเกษตรกรรมระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ดัง กล่าวให้ดีขึ้น จากการมีงานทำ อันเนื่องจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในพื้นที่นั้น

สำหรับเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคนี้ เชื่อมต่อระหว่างเมืองสำ คัญในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งประกอบด้วย 6 ประเทศคือ ไทย จีนตอน ใต้ (มณฑลยูนนาน) เวียดนาม กัมพูชา ลาว และพม่า สำหรับเส้นทางคมนาคมที่พัฒนาตามแผน GMS Economic Corridors แบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ ตามภูมิภาค ได้แก่

• North-South Economic Corridor (พื้นที่เศรษฐกิจเหนือ-ใต้) เส้นทางเชื่อมโยงประเทศจีน-พม่า-ลาว-ไทย โดย เส้นทางนี้จะเน้นการเชื่อมต่อจีนตอนใต้ (มณฑลยูนนาน) เข้ากับไทยผ่าน ถนนในแนวเหนือ-ใต้และสามารถลงไปสู่มาเลเซียและสิงคโปร์

• East-West Economic Corridor (พื้นที่เศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก) เส้นทางเชื่อมโยงประเทศพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม โดยเป็นการเชื่อมระหว่างสองมหาสมุทรคือ มหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันออก และมหาสมุทรอินเดียทางตะวันตก

• Southern Economic Corridor (พื้นที่เศรษฐกิจตอนใต้) เส้นทางเชื่อมโยงประเทศไทย-กัมพูชา-เวียดนาม

ทั้งนี้ ภายหลังจากที่เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคเหล่านี้ได้มีการพัฒนาให้เสร็จเป็นรูปธรรมมากขึ้นนั้น กิจกรรมทางเศรษฐกิจตามแนวการค้าชายแดน ที่มีเส้น ทางเหล่านี้พาดผ่านก็มีปริมาณการขนส่ง และกิจกรรมเศรษฐกิจที่เกี่ยวเนื่องด้านอื่นเพิ่มขึ้น

จากสถิติของกรมศุลกากรตามด่านที่สำคัญ พบว่า กิจกรรมการค้าผ่านชายแดนมีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้นโดยด่านการค้าชายแดนทางภาคตะวันออกเฉียง เหนือนับได้ว่ามีความคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 ได้เปิดให้ใช้บริการเมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ประกอบกับภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีความร่วมมือ ในการอำนวยความสะดวกและการประชาสัมพันธ์เส้นทางเชื่อมโยงภูมิภาคแนวระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (เส้นทาง R8 R9 และ R12) รวมทั้งเป้าหมายการรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558 ยิ่งทำให้ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับการค้าตามแนวชายแดนมีการคึกคักมากขึ้นเป็นพิเศษ

ตัวอย่างเช่นที่จังหวัดนครพนม ซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทางเชื่อมโยงเศรษฐกิจ NSEC และ EWEC เป็นแนวของเส้นทางที่สำคัญ คือ R12 (ไทย-ลาว-เวียดนาม) และมีสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 3 (สร้างเสร็จประมาณปลายปี 2554 ที่ผ่านมา) ซึ่งการค้าชายแดนที่นครพนม เริ่มมีความคึกคักมากขึ้นภายหลังจากที่สะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งนี้สร้างเสร็จ โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2555 ที่ผ่านมา มูลค่าการส่งออกสินค้าผ่านด่านศุลกากรนครพนมมีประมาณ 3,537.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ การนำเข้ามีมูลค่าประมาณ 1,541.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20.9

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2555 การค้าชายแดนและผ่านแดนมีมูลค่าประมาณ 595,075 ล้านบาท หดตัวร้อยละ 2.1 โดยการค้ากับมาเลเซียและสิงคโปร์ที่หดตัวลง เนื่องจากสินค้าที่ส่งออกไป ยังสิงคโปร์ส่วนใหญ่จะเป็นผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งโรงงานที่ผลิตสินค้าในกลุ่มนี้กำลังอยู่ในระหว่างการฟื้นฟูผลกระทบหลังน้ำท่วม อย่างไรก็ดี ประเทศที่มีอัตราการขยายตัวสูง ได้แก่ เวียดนาม ลาว กัมพูชา และจีน ทั้งนี้ โดยภาพรวมการค้าชายแดนและผ่านแดนไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า โดยในช่วงครึ่งปีแรก เกินดุลเป็นมูลค่า 125,527.9 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี ในหลายๆ จุดการค้าชายแดนแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในแนวเส้นทางระ เบียงเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงก็มีความคึกคักเช่นกัน โดย มูลค่าการค้าขายระ หว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดนที่มีการเติบโตสูงขึ้นอย่างมากนั้นมีปัจจัยสนับสนุนทั้งจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งที่เชื่อมโยง ระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน นโยบายสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศของหน่วยงานราชการในท้องถิ่น รวมทั้งปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือการดำเนินการของแต่ละประเทศตามกรอบความ ตกลงเพื่อมุ่งสู่การรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC

ทั้งนี้ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจดังกล่าว นอกจากจะช่วยขยายการค้าภายในภูมิกาคแล้ว ยังก่อให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายประเภทตามมา อาทิ ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจโลจิสติกส์ และธุรกิจค้าปลีก เป็นต้น และไม่เพียงแต่เฉพาะจังหวัดชายแดนเท่านั้นแล้ว กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายไปยังจังหวัดข้างเคียงอีก ด้วย จึงอาจกล่าวได้ว่าการคมนาคมขนส่ง การค้าและการลงทุนภายในภูมิภาคที่มีความสะดวกขึ้นนี้ เป็นแรงผลักดันทำให้จังหวัดชายแดนและจังหวัดใกล้เคียงได้กลายเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูงในปัจจุบัน