บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ธรรมเนียมการติดต่อธุรกิจกับชาวพม่า

ธรรมเนียมการติดต่อธุรกิจกับชาวพม่า

รัฐบาลพม่า มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในสาขาการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ทำให้นักลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกเตรียมขยายโอกาสการค้าและการลงทุนพม่า โดยในบรรดาผู้ประกอบการต่างชาติทั้งหมด ผู้ประ กอบการไทยมีความได้เปรียบในการทำการค้า การลงทุนกับพม่าจากทำเลที่ตั้ง ซึ่งมีพรมชายแดนติดต่อกับพม่าเป็นระยะทางถึง 2,401 กิโลเมตร ส่งผลเกื้อหนุนให้มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับพม่ามีสัดส่วนสูงถึงเกือบร้อยละ 90 ของมูลค่าการค้าระหว่างไทยกับพม่าทั้งหมด ขณะที่มูลค่าการลงทุนสะสมของไทยในพม่าสูงเป็นอัน ดับ 2 รองจากจีน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงโอกาส ของผู้ประกอบการไทยในการขยายการ ค้าการลงทุนในพม่าว่ายังมีอีกมาก สำหรับธรรมเนียมในการติดต่อธุรกิจกับชาวพม่าที่น่ารู้ เพื่อให้การเจรจาธุรกิจไปอย่างราบรื่น มีดังนี้

1.ภาษาที่ใช้ในการเจรจาธุรกิจ พม่ามีภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างกันมากกว่า 100 ภาษา และใช้ภาษาพม่า(Burmese หรือ Myanmar)เป็นภาษาราชการ อย่างไรก็ตามการเจรจาธุรกิจนิยมใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร สำหรับนามบัตรควรมีคำแปลเป็นภาษาพม่าอีกด้านหนึ่งของนามบัตรด้วย

2.การแต่งกาย ในการเจรจาธุรกิจควรแต่งกายสุภาพและภูมิฐาน โดยสุภาพบุรุษควรสวมเสื้อเชิ้ต ผูกเนคไทและสวมสูท สำหรับสุภาพสตรีควรสวมเสื้อแบบสุภาพ(เสื้อมีแขนและเนื้อผ้าไม่บางจนเกินไป) และกระโปรงยาวคลุมเข่ารวมทั้งควรหลีก เลี่ยงการสวมเสื้อผ้าสีจัด เช่น สีแดงและสีแสด ทั้งนี้ โดยทั่วไปชาวพม่านิยมสวมชุดสากลในการเจรจาธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ชาวพม่าบางคนอาจสวมเสื้อแบบสุภาพคู่กับโสร่งซึ่งเป็นชุดประจำชาติของชาวพม่า

3.การทักทาย ชาวพม่า ทักทายกันโดยกล่าวคำว่า มิงกะลาบาแทนคำว่า สวัสดีซึ่งสามารถใช้ได้ตลอดทั้งวัน สุภาพบุรุษอาจทักทายกันตามแบบสากลด้วยการสัมผัสมือพร้อมกับยิ้ม อย่างไรก็ตาม การทักทายด้วยการแตะต้องและยื่นมือไปหาสุภาพสตรีถือว่าไม่สุภาพ จึงอาจทักทายด้วยการโค้งตัวเล็กน้อยแทน สำหรับการเอ่ยชื่อคู่เจรจาชาวพม่า ควรเรียกชื่อเต็ม ห้ามเรียกเพียงบางส่วนของชื่อโดยเด็ดขาด ทั้ง นี้ชื่อของชาวพม่ามิได้มีเพียงชื่อจริงและนามสกุลเท่านั้น แต่ประกอบด้วย 3-4 ส่วน ซึ่งต้องกล่าวให้ครบถ้วนทุกส่วน อาทิ U Aung Win Khaing นอกจากนี้ ควรกล่าวคำนำหน้าชื่อ ได้แก่ อูแทนคำหน้าว่า “Mr” และ ดอว์แทนคำนำหน้าว่า “Ms.” หรือ “Mrs” หลังจากทักทายและแนะนำตัวแล้ว ชาวพม่านิยมแลกนามบัตร ซึ่งควรใช้ทั้งสองมือรับนามบัตร และควรดูนามบัตรของคู่เจรจาก่อนเก็บเข้ากระเป๋าเพื่อเป็นการให้เกียรติ

4.การติดต่อและนัดหมาย ชาวพม่าไม่นิยมใช้ E-mail ในการติดต่อและนัดหมายทางธุรกิจ ดังนั้นควรติดต่อผ่านโทรสาร โทรศัพท์ หรือนัดพลปะเพื่อพูดคุยกัน ซึ่งควรมีการนัดหมายล่วงหน้า และไปตรงตามเวลานัดหมาย นอกจากนี้ อาจนำของขวัญเล็กๆน้อยๆ ติดตัวไปมอบให้คู่เจรจาเพื่อแสดงความขอบคุณ ซึ่งโดยทั่วไปสิ่งของที่นิยมมอบให้กับคู่เจรจาชาวพม่า ได้แก่ หนังสือและนิตยสารภาษาอังกฤษหรือเครื่อง สำอางจากต่างประเทศ ( สำหรับสุภาพสตรี )

5.การเจรจาและการทำงานร่วมกัน ในการเจรจาธุรกิจครั้งแรกกับชาวพม่า ชาวพม่าส่วนใหญ่ไม่นิยมกล่าวถึงเรื่องธุรกิจอย่างลึกซึ้ง แต่จะใช้เวลาสอบถามและเรียนรู้ลักษณะของคู่เจรจา รวมถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของธุรกิจของคู่เจรจาอย่างคร่าวๆ ทั้ง นี้ ชาวพม่าให้ความเคารพอาวุโสกว่าอย่างมากเช่นเดียวกับชาวเอเชียชาติอื่นๆ ดังนั้น การเจรจาและทำงานร่วมกันระหว่างชาวพม่ากับชาวเอเชียมักง่ายกว่าชาว ตะวันตก นอกจากนี้ ชาวพม่ายังให้ความสำคัญกับการตอบแทนบุญคุณ หากได้รับความช่วย เหลือแม้เพียงเล็กน้อย ก็ต้องทำสิ่งตอบแทนกลับคืนมา

6.การร่วมรับประทานอาหาร หากได้รับเชิญไปรับประทานอาหารกับคู่เจรจาชาวพม่าควรแต่งกายสุภาพและตรงต่อเวลา สำหรับการรับประทานอาหารร่วมกันที่บ้านของชาวพม่า แขกและผู้สู้อายุจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ ทั้งนี้ชาวพม่านิยมนั่งรับ ประทานอาหารกันบนเสื่อ โดยโต๊ะอาหารมีลักษณะกลมและเล็กพอที่ทุกคนจะตักอาหารถึง อาหารพม่ามีลักษณะคล้ายอาหารอินเดียผสมจีน มีข้าวเป็นอาหารหลัก และจะเสิร์ฟพร้อมกันเป็นสำรับเหมือนอาหารไทย โดยวางตรงกลางสำหรับรับประ ทานอาหารด้วยช้อนกับส้อมโดยไม่ใช้มีด ทั้งนี้ควรรับประทานอาหารที่ตักมาให้หมด เพราะการเหลือข้าวบนจานเป็นการแสดงว่าต้องการข้าวเพิ่ม นอกจากนี้ ชาวพม่าไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอ ฮอล์ระหว่างรับประทานอาหาร แต่นิยมดื่มเพียงน้ำเปล่า น้ำผลไม้ และชาเท่านั้น