บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

สิทธิประโยชน์ตามประกาศกระทรวงการคลัง

สิทธิประโยชน์ตามประกาศกระทรวงการคลัง

การส่งเสริมการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกโดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมายให้ยกเว้นอากรหรือคืนอากรสำหรับวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิตเพื่อส่งออก เช่น การได้รับการส่งเสริมการลงทุน หรือการนำวัตถุดิบเข้าไปในเขตปลอดอากรหรือเขตประกอบ การเสรี หรือคืนอากรสำหรับวัตถุดิบที่นำเข้ามาผลิตหรือผสมหรือประกอบหรือบรรจุด้วยของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรตามมาตรา ๑๙ทวิหรือการนำวัตถุดิบเข้าไปในคลังสินค้าฑัณฑ์บนประเภทโรงผลิตสินค้าเพื่อผลิต ผสม ประกอบ บรรจุหรือดำเนิน การอื่นใดในคลังสินค้าฑัณฑ์บนแล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักรให้ได้รับยกเว้นการเก็บอากรขาเข้าและอากรขาออก เป็นต้น แต่ยังมีสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรอีกประ เภทหนึ่งที่สามารถกำหนดให้สิทธิประโยชน์ตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วงเวลาหรือตามข้อผูกพันกับต่างประเทศโดยอาศัยบทบัญญัติของกฎหมายออกประกาศกระทรวงการคลังให้ลดอัตราอากรหรือยก เว้นอากรสำหรับสินค้า ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

อาศัยบทบัญญัติของพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓0 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ออกประกาศกระทรวงการคลังกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากร ดังนี้

๑  ให้ลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากร สำหรับของตามประเภทพิกัดใด หรือของที่นำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการหนึ่งกิจการใดที่กำหนด

มาตรา ๑๒  “เพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศหรือเพื่อความผาสุกของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศลดอัตราอากรสำหรับของใดๆ จากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร หรือยกเว้นอากรสำหรับของใด ๆ หรือเรียกเก็บอากรพิเศษเพิ่มขึ้นสำหรับของใด ๆ ไม่เกินร้อยละห้าสิบของอัตราอากรที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับของนั้น ทั้งนี้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด ๆไว้ด้วยก็ได้”

“การประกาศ การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงประกาศในวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา”

๒  ให้ลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามข้อผูกพันกับต่างประเทศ เช่น เขตการค้าเสรี (FTA) เป็นต้น

มาตรา ๑๔ “เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศยกเว้น ลดหรือเพิ่มอากรจากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรหรือประกาศเรียกเก็บอากรตามอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร สำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศที่ร่วมลงนามหรือลักษณะตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือความตกลงดังกล่าว ทั้งนี้จะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้”

“การประกาศ การยกเลิกหรือการเปลี่ยนแปลงประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา”

๓ ให้ลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ หรือเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ

มาตรา ๑๔ ทวิ เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ หรือเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศยกเลิก เพิ่ม หรือแก้ไขเพิ่มเติมความในภาค ๑ หลัก เกณฑ์การตีความพิกัดอัตราศุลกากร และภาค ๒ พิกัดอัตราอากรขาเข้าท้ายพระราชกำหนดนี้ได้ โดยในการนี้ให้มีอำนาจประกาศยกเลิก เพิ่ม หรือแก้ไขเพิ่มเติมอัตราอา กรในช่องอัตราอากรขาเข้าให้เท่ากับหรือไม่สูงกว่าอัตราเดิมตามกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ขณะที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นได้ด้วย

ประกาศตามวรรคหนึ่งให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ให้ลดอัตราอากร หรือยกเว้นอากรหรือเพิ่มอากรสำหรับของที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปจากพื้นที่พัฒนาร่วม

มาตรา ๑๔ ตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐ มนตรี มีอำนาจประกาศยกเว้น ลด หรือเพิ่มอากรสำหรับของใด ๆ ที่นำเข้ามาในหรือส่งออกไปจากพื้นที่พัฒนาร่วมตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรร่วมไทย – มาเลเซีย จากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

การประกาศ การยกเลิก หรือการเปลี่ยนแปลงประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ประ กาศในราชกิจจานุเบกษา

๕ การเรียกเก็บอากรพิเศษ

มาตรา ๑๒ เพื่อประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศหรือเพื่อความผาสุกของประชาชนหรือเพื่อความมั่นคงของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศลดอัตราอากรสำหรับของใด ๆ จากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร หรือยกเว้นอากรสำหรับของใด ๆ หรือเรียกเก็บอากรพิเศษเพิ่มขึ้นสำหรับของใด ๆ ไม่เกินร้อยละห้าสิบของอัตราอากรที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับของนั้น ทั้งนี้ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใด ๆ ไว้ด้วยก็ได้

การประกาศ การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงประกาศในวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

มาตรา ๑๓ ในกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นว่าของใดที่นำเข้ามา เป็นของที่ได้รับความช่วยเหลือจากประเทศหรือบุคคลใดโดยวิธีอื่นนอกจากการคืนหรือชดเชยเงินค่าภาษีอากรอันก่อหรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่การเกษตรหรือการอุตสาหกรรมในประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศให้เรียกเก็บอากรพิเศษแก่ของนั้นในอัตราตามที่เห็น สมควรนอกเหนือไปจากอากรที่พึงต้องเสียตามปกติ แต่อากรพิเศษที่เรียกเก็บนี้จะ ต้องไม่เกินจำนวนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเห็นว่าได้มีการช่วยเหลือดังกล่าวข้างต้น

การประกาศ การยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงประกาศในวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ดังนั้นประกาศกระทรวงการคลังให้ลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรจึงเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรประเภทหนึ่งที่สามารถช่วยลดต้นทุนด้านภาษีอากรเพื่อให้การผลิตสินค้าส่งออกมีต้นทุนต่ำลงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้ากับต่างประเทศและการปฏิบัติตามข้อผูกพันกับต่างประเทศ

สำหรับการเรียกเก็บอากรพิเศษเป็นมาตราการป้องกันการทุ่มตลาดสำหรับสินค้านำเข้าที่ได้รับความช่วยเหลือจากประเทศหรือบุคคลใดโดยวิธีอื่นนอกจากการคืนหรือชดเชยเงินค่าภาษีอากรเพื่อคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ แม้นว่ามีกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะคือ พระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พศ.๒๕๔๒ แต่การใช้มาตรการเรียกเก็บอากรพิเศษก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่รวดเร็วและเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศมิให้เกิดความเสียหายจากทุ่มตลาดที่อาจมีผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศได้ทันท่วงที