บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

คำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับความผิดฐานสำแดงเท็จ

ดัชนีบทความ
คำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับความผิดฐานสำแดงเท็จ
หน้าที่ 2
หน้าที่ 3
ทุกหน้า

คำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับความผิดฐานสำแดงเท็จ

๑ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติ ศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙

มาตรา ๙๙ ผู้ใดกระทำหรือจัดหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำ หรือยื่น หรือจัดให้ผู้อื่นยื่นซึ่งใบขนสินค้า คำแสดง ใบรับรอง บันทึก เรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ หรืออันพระราชบัญญัตินี้บังคับให้กระทำนั้นเป็นความเท็จก็ดี เป็นความไม่บริบูรณ์ก็ดี หรือเป็นความชักพาให้ผิดหลงในรายการใด ๆ ก็ดี หรือถ้าผู้ใดซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับให้ตอบคำถามอันใดของพนักงานเจ้าหน้าที่มิได้ตอบคำถามอันนั้นโดยสัตย์จริงก็ดี หรือถ้าผู้ใดไม่ยอม หรือละเลยไม่ทำไม่รักษาไว้ซึ่งบันทึกเรื่องราว หรือทะเบียน หรือสมุดบัญชี หรือเอกสาร หรือตราสารอย่างอื่น ๆ ซึ่งพระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ก็ดี หรือถ้าผู้ใดปลอมแปลงหรือใช้เมื่อปลอมแปลงแล้วซึ่งเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นที่พระราชบัญญัตินี้บังคับไว้ให้ทำ หรือที่ใช้ในกิจการใด ๆ เกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดี หรือแก้ไขเอกสารบันทึกเรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นภายหลังที่ได้ออกไปแล้วในทางราชการก็ดี หรือปลอมดวงตรา ลายมือชื่อ ลายมือชื่อย่อ หรือเครื่องหมายอย่างอื่นของพนักงานกรมศุลกากร หรือซึ่งพนักงานกรมศุลกากรใช้เพื่อการอย่างใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ก็ดี ท่านว่าผู้นั้นมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

๒ คำพิพากษาฏีกา

๒.๑ คำพิพากษาฏีกาที่ ๒๘๕/๒๔๗๗

ตามพระราชบัญญัติ ศุลกากร ไม่ได้บังคับให้นำใบเบิกร่องไปแสดงต่อเจ้าพนักงานเพื่อแจ้งรายการสินค้าซึ่งได้บรรทุกมา เมื่อปรากฏว่าใบเบิกร่องนั้นเป็นหนังสือปลอม ผู้แสดงต้องมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา ๒๓0

หมายเหตุ

พระราชบัญญัติ ศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙

มาตรา ๙๙ ผู้ใดกระทำหรือจัดหรือยอมให้ผู้อื่นกระทำ หรือยื่น หรือจัดให้ผู้อื่นยื่นซึ่งใบขนสินค้า คำแสดง ใบรับรอง บันทึก เรื่องราว หรือตราสารอย่างอื่นต่อพนัก งานเจ้าหน้าที่ในเรื่องใด ๆ อันเกี่ยวด้วยพระราชบัญญัตินี้ หรืออันพระราชบัญ ญัตินี้บังคับให้กระทำนั้นเป็นความเท็จก็ดี.............

(กรณีเป็นความผิดฐานสำแดงเท็จตามมาตรา ๙๙ ต้องเป็นกรณีกฎหมายบังคับให้ทำเท่านั้น)

๒.๒ คำพิพากษาฏีกาที่ ๕๓๓/๒๔๘๑

มีผู้ยื่นใบขนสินค้าเท็จ จำเลยซื่งเป็นเจ้าพนักงานศุลกากรได้ลงนามรับรองใบขนสินค้าเหล่านั้นตามหน้าที่ ทั้งที่รู้อยู่ว่าใบขนสินค้านั้นเป็นความเท็จ ดังนี้ต้องมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทำหลักฐานเท็จตามกฎหมายอาญา มาตรา ๒๓0

๒.๓ คำพิพากษาฏีกาที่ ๕๕๒/๒๕0

ใบขนสินค้าขาเข้าที่จำเลยยื่นต่อพนักงาน ระบุว่าเป็นร่มผ้าทำด้วยผ้าฝ้ายล้วนจำนวน ๕0 โหลแต่ความจริงกลับเป็นร่มผ้าทำด้วยผ้าฝ้ายล้วนเพียง ๒๖ โหล อีก๒๔โหลเป็นร่มทำด้วยแพรล้วน ถือว่าใบขนสินค้านี้เป็นเท็จและเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร จำเลยจะอ้างว่าประมาทเลินเล่อหรือเป็นเรื่องที่จำเลยเข้าใจผิดไม่ได้ทั้งสิ้นเพราะพระราชบัญญัติ ศุลกากร (ฉบับที่๙) พ.ศ ๒๔๘๒ มาตรา ๑๖ บัญญัติไว้ชัดแจ้งให้ถือว่าการกระทำที่ระบุในมาตรา ๒๗และมาตรา ๙๙ แห่ง พระราชบัญญัติ ศุลกากร พระพุทธศักราช ๒๔๖๙ นั้นเป็นความผิดแม้ผู้กระทำมิได้มีเจตนาหรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อ

๒.๔ คำพิพากษาฏีกาที่ ๗0/๒๕๒0

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับกรมศุลกากรจำเลย คืนเงินอากรขาเข้าของโจทก์ที่วางเป็นประกันไว้แล้วเหลืออยู่จากจำเลย ไม่ใช่เป็นเรื่องเรียกร้องให้จำเลยใช้ค่าเสียหายอันเกิดแต่มูลละเมิด จึงนำอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๔๔๘ มาใช้บังคับมิได้ การเปรียบเทียบปรับโดยอธิบดีตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ มาตรา ๑0๒ ก็ดี หรือโดยคณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา ๑0๒ ทวิ ก็ดี จะต้องปรากฏว่าผู้จะถูกฟ้องได้ยินยอมและใช้ค่าปรับตามที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบได้เปรียบเทียบด้วยจึงจะชอบ กรมศุลกากรจำเลยเห็นว่าโจทก์มีความผิดฐานสำแดงเท็จชนิดและราคาสินค้าผ้าเพื่อหลีกเลี่ยงอากร จึงเสนอคณะกรรมการเปรียบเทียบพิจาร ณาปรับโจทก์สองเท่าของอากรที่ขาด คณะกรรมการเปรียบเทียบมีมติเห็นชอบด้วย แล้วนิติกรของจำเลยได้มีหนังสือเรียกโจทก์มาทำกความตกลงตามมติของคณะ กรรมการเปรียบเทียบ แต่โจทก์ไม่มาติดต่อจำเลยจึงส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี ดังนี้ แสดงว่าโจทก์หาได้ยินยอมตามที่เปรียบเทียบและใช้ค่าปรับแต่อย่างใดไม่ ส่วนที่โจทก์ทำสัญญาทัณฑ์บนไว้กับกรมศุลกากรจำเลยพร้อมกับนำหลักฐานสัญญาค้ำประกันของธนาคารมาวางค้ำประกันไว้ ก็เป็นเรื่องที่โจทก์ประสงค์ขอรับสินค้าที่ถูกกักไว้เพื่อไปจำหน่าย มิใช่เรื่องที่โจทก์ยินยอมให้ปรับ จำเลยจึงไม่มีอำ นาจสั่งปรับโจทก์ และจะหักเงินประกันค่าอากรขาเข้าซึ่งเหลืออยู่ที่จำเลยชำระค่า ปรับไม่ได้ ต้องคืนให้โจทก์ไป

 



แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ 19 ธันวาคม 2012 เวลา 15:27 น.