บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

คำสั่งและคำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับการขอระงับคดี

คำสั่งและคำพิพากษาฏีกาเกี่ยวกับการขอระงับคดี

๑ ศาลปกครองสูงสุด คำสั่งที่ ร.526/2548 คำร้องที่ ร.190/2548

คำสั่งเดิมของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่อนุมัติให้งดฟ้องร้องนาย อ. ทำให้คดีถึงที่สุด สิทธินำคดีมาฟ้องระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ต่อมา ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มีคำสั่งใหม่ว่าคดีดังกล่าวยังไม่ระงับเนื่องจากมีข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นใหม่ ล้วนแล้วแต่เป็นคำสั่งที่เป็นขั้นตอนภายในของการดำเนินกระบวนการ ยุติธรรมทางอาญา ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ต้องหาที่กระทำผิดฐานลักลอบและหลีกเลี่ยงค่าภาษีอากรหรือฐานรับของหนีภาษี ได้รับโทษตามกฎหมาย ซึ่งผู้ต้องหามีหน้าที่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าการกระทำของตนมิได้เป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พุทธศักราช 2469

ตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของ ศาลยุติธรรม มิได้อยู่ในอำนาจของศาลปกครอง ส่วนคำขอของผู้ฟ้องคดีที่ขอให้ศาลปกครองพิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่มีคำสั่งให้คดีนาย อ. ยังไม่ระงับและของกลางยังไม่ตกเป็นของแผ่นดินเป็นพิพากษาให้คดีของนาย อ. ระงับและให้ของกลางตกเป็นของแผ่นดิน ก็เป็นคำขอที่ไม่อยู่ในอำนาจของ ศาลปกครองที่จะออกคำบังคับให้ได้ตามมาตรา 72 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครองฯ

 

๒ คำพิพากษาฏีกาที่ ๕๙๙๕/๒๕๓0

 

เจ้าหน้าที่ศุลกากรจับกุมโจทก์ในข้อหาพยายามพาของต้องจำกัดออกไปนอกราชอาณาจักร อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 มาตรา 27 จึงมีอำนาจนำตัวโจทก์และของพิพาทซึ่งเป็นของกลางที่เกี่ยวกับการพยายามกระทำความผิดส่งสถานีตำรวจ เพื่อจัดการตามกฎหมาย

 

แม้ต่อมาโจทก์ได้ทำคำร้องขอให้เปรียบเทียบเพื่อไม่ต้องดำเนินคดี โดยขอยกของพิพาทให้เป็นของแผ่นดินก็ตาม แต่ภายหลังโจทก์กลับขอคืนของพิพาทก่อนที่คณะกรรมการเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องจะพิจารณาคำร้องขอให้เปรียบเทียบมาตรา 102 ทวิ ถือได้ว่าโจทก์ไม่ประสงค์ให้มีการเปรียบเทียบต่อไปโจทก์จึงหมดความคุ้มกันในการที่จะถูกดำเนินคดีจำเลยย่อมมีอำนาจยึดของพิพาทไว้เพื่อนำส่งพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการตามมาตรา 20 ได้

 

๓ คำพิพากษาฏีกาที่ ๒๓๖๙/๒๕๓๒

ความผิดตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 99 เป็นเรื่องสำแดงรายการสินค้าอันเป็นเท็จ แต่ จำเลยนอกจากได้สำแดงรายการสินค้าอันเป็นเท็จแล้วยังได้ นำสินค้าที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง เข้ามาในพระราชอาณาจักรอันเป็นการหลีกเลี่ยงภาษีและฉ้อภาษีของ รัฐบาล ด้วย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความ ผิดตาม มาตรา 27 ที่แก้ไขแล้ว จำเลยขอทำความตกลง ระงับคดีต่อ กรมศุลกากร ตาม มาตรา 102102 ทวิ อธิบดีกรมศุลกากรอนุมัติให้รับทำความตกลง ระงับคดีโดยให้จำเลยชำระค่าซื้อของกลางคืนเป็น 3 งวด งวดละหนึ่งเดือนโดย มีธนาคารเป็นผู้ค้ำประกัน

แต่จำเลยมิได้ดำเนินการตามข้อตกลง อธิบดีกรมศุลกากรจึงขอให้ดำ เนินคดีแก่จำเลย เช่นนี้คดียังไม่ระงับ อายุความตาม พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10 เป็นอายุความในทางแพ่งเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าภาษีอากร ไม่ใช่อายุความการฟ้องคดีอาญา จำเลยกระทำผิดฐาน ไม่สำแดงราย การให้ตรงตาม ความจริง เป็นการหลีกเลี่ยงภาษีและฉ้อภาษีของ รัฐ บาล เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2517 มีความผิดตาม มาตรา 27 ซึ่ง มีโทษปรับหรือจำคุกไม่เกินสิบปี มีอายุความ 15 ปี ตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 95(2)โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2527 คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ

ที่มา ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ ศาลยุติธรรม