บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

เกณฑ์ระงับคดีฐานนำหรือพาเงินตราออกไปนอกราชอาณาจักร

เกณฑ์ระงับคดีฐานนำหรือพาเงินตราออกไปนอกราชอาณาจักร

๑ ลักษณะความผิด ฐานนำของต้องห้ามต้องกำกัดเข้ามาในหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร

ของต้องห้ามคือ ของที่มีกฎหมายห้ามมิให้นำเข้าหรือส่งออก เช่น วัตถุลามก ของที่มีการแสดงถิ่นกำเนิดเป็นเท็จ ของที่ละเมิดลิขสิทธิ์ หรือทรัพย์สินทางปัญญา เป็นต้น ส่วนของต้องกำกัดคือ ของที่จะนำเข้า-ส่งออกได้ ต้องได้รับอนุญาตหรือปฏิบัติให้ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น ๆ เช่น ต้องมีใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกของกระทรวงอุตสาหกรรมหรือกระทรวงสาธารณสุข ต้องปฏิบัติตามประกาศอันเกี่ยวกับฉลากหรือใบรับรองการวิเคราะห์หรือเอกสารกำกับยา เป็นต้น

บทโทษผู้กระทำผิดฐานนำของต้องห้ามต้องกำกัดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตคือสำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

๒ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตามพระราชบัญญัติ ศุลกากร พระพุทธศักราช2469 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา๒๗ ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด หรือของต้องห้ามหรือที่ยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในพระราชอาณาจักรสยามก็ดีหรือส่งหรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพระราชอาณาจักรก็ดี........  สำหรับความผิดครั้งหนึ่ง ๆ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ

๓ หลักเจตนา

พระราชบัญญัติศุลกากร(ฉบับที่9) พระพุทธศักราช2482

มาตรา ๑๖ การกระทำที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ และมาตรา ๙๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ นั้น ให้ถือว่าเป็นความผิดโดยมิพักต้องคำนึงว่าผู้กระทำมีเจตนาหรือกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือหาไม่”

๔ เกณฑ์การระงับคดี หรือ เกณฑ์การเปรียบเทียบงดการฟ้องร้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร

ความผิดฐานนำหรือพาหรือพยายามนำหรือพาเงินตราออกไปนอกราชอาณาจักร โดยมิได้รับอนุญาต ให้ผู้ต้องหายกเงินตราของกลางให้เป็นของแผ่นดิน และคืนเงินตราให้แก่ผู้ต้องหาตามจำนวนที่มีสิทธิจะนำติดตัวออกไปโดยไม่ต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงาน เว้นแต่กรณีที่ผู้ต้องหาได้รับอนุญาตจากเจ้าพนัก งานก่อนถูกจับกุมให้นำเงินตราออกไปจำนวนเท่าใด ก็ให้คืนเงินตราจำนวนที่ได้รับอนุญาตและที่มีสิทธิจะนำติดตัวออกไปโดยไม่ต้องขออนุญาต

บุคคลใดส่งหรือนำเงินตราต่างประเทศที่เป็นธนบัตรหรือเหรียญกษาปณ์อันมีมูลค่ารวมกันเกินสองหมื่นดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าออกไปนอกหรือเข้ามาในราชอาณาจักร โดยไม่แจ้งรายการเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะผ่านด่านศุลกากร เป็นการฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง กำหนดวงเงินตราต่างประเทศที่ผู้นำเงินตราต่างประเทศออกไปนอกหรือเข้ามาในประเทศต้องสำแดงรายการเงินตราต่างประเทศ ลงวันที่ 6 ธันวาคม 2550 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความใน ข้อ 10 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 25 (พ.ศ. 2550) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485 หากข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่า เงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายให้เปรียบเทียบระงับคดีในความผิดดังกล่าว โดยปรับเป็นเงิน 20,000.- บาท และให้ผู้ต้องหาปฏิบัติให้ครบถ้วนถูกต้องตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว แล้วให้คืนเงินตราต่างประเทศของกลางให้แก่ผู้ต้องหาไปได้ แต่ถ้ามีข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นเงินที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้เปรียบเทียบระงับคดีในความผิดดังกล่าว โดยให้ผู้ต้องหายกเงินตราต่างประเทศของกลางทั้งจำนวนให้เป็นของแผ่นดิน

ที่มา คำสั่งทั่วไปกรมศุลกากรที่  10/2554 ลงวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554