บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การคมนาคมระหว่างกัมพูชากับประเทศเพื่อนบ้าน

การคมนาคมระหว่างกัมพูชากับประเทศเพื่อนบ้าน

กัมพูชาจำแนกเส้นทางรถยนต์สายหลักและสายรองโดยใช้ตัวเลขกำกับในลักษณะเดียว กับไทย กล่าวคือเส้นทางสายหลักที่ออกจากพนมเปญไปยังภูมิภาคต่างๆ จะใช้เลขหลักเดียว       ( National Road ) ส่วนเส้นทางสายรอง( Feeder Road )จะมีหมายเลขแยกเป็น 2 หรือ 3 หลักแยกย่อยจากหมายเลขถนนสายหลัก ทั้งนี้ ถนนสายหลักของกัมพูชามี 7 สายนับเวียนซ้ายตามเข็มนาฬิกา เริ่มสายที่ 1 จากพนมเปญไปทางตะวันออกจนจรดไปพรมแดนทางใต้ของเวียดนาม วนไปจนถึงสายที่ 7 จากพนมเปญ จรดแขวงจำปาศักดิ์ของลาว ทุกเส้นทางยังเป็นทาง 2 ช่องจราจร     ( ไป 1 กลับ 1 )โดยแต่ละเส้นทางจะพาดผ่านจังหวัดต่างๆ ดังนี้

ถนนหมายเลข 1 จากพนมเปญไปทางตะวันออก ผ่านจังหวัดกันดาล ข้ามแม่น้ำ โขง เข้าจังหวัดไพรเวง จังหวัดสวายเรียง สุดทางที่ด่านพรมแดนนานาชาติบาเวต ( ติดต่อกับด่านมอกไบของเวียดนาม ) ระยะทางรวม 167 กม. ช่วง 60 กม.แรกพนมเปญ แม่น้ำโขง เป็นถนนราดยางชำรุดเป็นช่วงๆ ที่แม่น้ำโขงยังไม่มีสะพานจึงต้องข้ามแพ ขึ้นฝั่งตรงข้ามแล้วถนนราดยางดีตลอดถึงชายแดน ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3– 3.5 ชั่วโมง ทั้งนี้ ญี่ปุ่นได้ตกลงให้ความช่วยเหลือในการปรับปรุงถนนช่วงพนมเปญ-แม่น้ำโขง และสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามแม่น้ำโขงแล้ว คาดว่า เส้นทางจะสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2551

ถนนหมายเลข 2 จากพนมเปญไปทางใต้ ผ่านจังหวัดกันดาล แล้วไปสุดทางที่พนมเดิน จังหวัดตาแก้ว (มีด่านคนท้องถิ่นข้ามไปเวียดนามที่ หนาเบิง) ระยะทาง 121 กม. ถนนราดยางไหล่ทางแคบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.5 – 2 ชั่วโมง ถนนหมายเลข 3 จากพนมเปญไปทางใต้ เกาะตะเข็บจังหวัดกันดาล กับ กัมปงสะปือ ผ่านจังหวัดตาแก้วเข้าจังหวัดกัมปอต แล้วเลียบชายฝั่งไปทางตะวันตกจนจรดทางหลวงหมายเลข 4 ในเขตกรุงพระสีหนุ ระยะทาง 202 กม. ช่วงแรกพนมเปญกัมปอต148 กม. ถนนราดยางแต่เป็นคลื่น ช่วงหลัง เลียบชายฝั่งทางกำลังขยายรวมไหล่ทางเป็น 4 เลน ราดยางคืบหน้าแล้วประมาณร้อยละ 80 ใช้เวลาเดินทางรวมประมาณ 3.5 – 4.5 ชั่วโมง

ถนนหมายเลข 4 จากพนมเปญผ่านจังหวัดกัมปงสปือ และจังหวัดเกาะกง จนจรดชายทะเลอ่าวไทย บริเวณท่าเรือกรุงพระสีหนุ ระยะทาง 226 กม. เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญและถือเป็นราดยางที่ดีที่สุดตลอดเส้นทางของกัมพูชา ใช้เวลาเดินทาง 3.5 – 4 ชั่วโมง

ถนนหมายเลข 5 จากพนมเปญไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่จังหวัดกันดาล เข้าตัวจังหวัดกัมปงชะนัง จังหวัดโพธิสัด จังหวัดพระตะบอง จังหวัดบันเตียเมียนจัย และสิ้นสุดทางที่ด่านพรมแดนนานาชาติปอยเปต - อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ประเทศไทย ระยะทางรวม 407 กม. เป็นถนนราดยางใช้ได้ดี ยกเว้นช่วงจากอำเภอศรีโสภณ จังหวัด บันเตียเมียนจัย ไปพรมแดนระยะทาง 49 กม. เป็นถนนราดยางที่ชำรุดหน้าแล้งพอใช้ได้ หน้าฝนทรุดโทรมมาก ตลอดเส้นทางใช้เวลารวม 5.5 – 7.5 ชั่วโมง

ถนนหมายเลข 6 จากพนมเปญขึ้นไปทางเหนือผ่านเขตจังหวัดกันดาล กัมปงจาม เข้าตัวจังหวัดกัมปงธม จังหวัดเสียมราฐ แล้วไปบรรจบกับถนนหมายเลข 5 ที่อำเภอศรีโสภณ จังหวัดบันเตียเมียนจัย ระยะทางรวม 416 กม. เป็นถนนราดยางใช้ได้ดี ยกเว้นช่วงเสียมราฐ ศรีโสภณ ระยะทาง 90 กม.เป็นลูกรังหน้าแล้งพอใช้ได้ หน้าฝนไม่สะดวก ตลอดเส้นทางใช้เวลา 6.5 – 8 ชั่วโมง

ถนนหมายเลข 7 แยกจากถนนหมายเลข 6 ที่บ้านเชิงไพร จังหวัดกัมปงจามไปทางตะวันตก ผ่านตัวจังหวัด มุ่งสู่ชายแดนด้านเวียดนามก่อนเลี้ยวขึ้นไปทางเหนือเข้าสู่ตัวจังหวัดกระแจะ จังหวัดสตรึงไตรย์ ไปจนจรดด่านพรมแดนนานาชาติบ้านโอสวาย เวือนคำ แขวงจำปาศักดิ์ของประเทศลาว ระยะทางรวม 461 กม. ช่วงแรกพนมเปญ-กระแจะ ประมาณ 280 กม. เป็นถนนราดยางใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.5-4.5 ชั่วโมง ที่เหลือเป็นทางลูกรังยังไม่ได้สำรวจ

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชากำลังเร่งรัดขอความช่วยเหลือจากนานาชาติในการปรับปรุงการคมนาคมในทุกด้าน โดยคาดว่า ภายในอีก 3 ปีข้างหน้าถนนสายหลักจะราดยางสมบูรณ์ตลอดทั้ง 7 เส้นทาง (แล้วคงต้องกลับมาซ่อมทางราดยางเดิมที่เสียหาย) สำหรับประเทศไทยได้ตกลงให้ความช่วยเหลือทางด้านถนนแก่กัมพูชาแล้ว 2 เส้นทาง ได้แก่

( 1 ) ทางหลวงหมายเลข 48 แยกจากทางหมายเลข 4 ที่ กม.130 ไปทางตะวันตกจนถึงจังหวัดเกาะกงซึ่งติดกับจังหวัดตราดของไทย โดยเป็นการให้เปล่าสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กข้ามแม่น้ำ 4 แห่ง และให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการปรับปรุงแนวถนนลูกรังเดิมเป็นถนนราดยางตลอดเส้นทาง รวมระยะทางประมาณ 148 กิโลเมตร

( 2 ) ทางหลวงหมายเลข 67 แยกจากทางหลวงหมายเลข 6 ที่ตัวจังหวัดเสียมราฐ ขึ้นไปทางเหนือ จนจรดด่านชายแดนไทย กัมพูชา( ช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ อันลองเวง จังหวัดอุดรมีจัย ) โดยเป็นการให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำในการปรับปรุงแนวถนนลูกรังเดิมเป็นถนน ราดยางตลอดสาย รวมระยะทางประมาณ 138 กิโลเมตร และฝ่ายกัมพูชาได้ขอให้ไทยพิจารณาให้ความช่วยเหลืออีก 1 เส้นทาง คือ ทางหลวงหมายเลข 68 แยกจากทางหลวงหมายเลข 6 ที่อำเภอกระลัน ทางตะวันตกของจังหวัดเสียมราฐ ขึ้นไปทางเหนือ จนจรดด่านชายแดนไทย กัมพูชา     ( ช่องจอม จังหวัดสุรินทร์ สำโรง จังหวัดอุดรมีชัย ) ระยะทางประมาณ 125 กิโลเมตร