บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การขอคืนอากรที่เสียไว้เกินเพราะเหตุขอใช้สิทธิลดอัตราอากร

ดัชนีบทความ
การขอคืนอากรที่เสียไว้เกินเพราะเหตุขอใช้สิทธิลดอัตราอากร
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

การขอคืนอากรที่เสียไว้เกินเพราะเหตุขอใช้สิทธิลดอัตราอากร
ภายหลังตรวจปล่อยพ้นอารักขาศุลกากรแล้ว

ตามบันทึกของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 3)  เรื่องเสร็จที่0591/2553 เรื่อง การขอคืนอากรเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียจริง

ข้อเท็จจริง

๑. บริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า เลขที่ ๐๑๑๓ ๐๑๑๔๙ ๐๐๒๘๕ เพื่อขอรับสินค้าประเภทลูกพลับ (FUYU PERSIMMON) จำนวน ๑๙,๐๐๐ กิโลกรัม ชำระอากรขาเข้าในประเภทพิกัดอัตราศุลกากร ๐๘๑๐.๙๐๐ อัตราอากรร้อยละ ๔๐ หรือ ๓๓.๕๐ บาทต่อกิโลกรัม เป็นเงิน ๖๓๖,๕๐๐.๐๐ บาท (คำนวณอัตราอากรขาเข้าตามสภาพ) เจ้าหน้าที่ได้ตรวจปล่อยของไปจากอารักขาศุลกากรเมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙ ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑ บริษัทฯ ขอคืนอากรที่ได้ชำระไว้เกิน โดยอ้างว่าสินค้าที่นำเข้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ได้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) จึงขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและการลดอัตราอากรศุลกากร (อคล. ๙) ลงวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๔๔ ให้คำนวณอัตราอากรขาเข้าตามราคา เป็นเงิน ๔๓๙,๔๙๔.๐๐ บาท (คำนวณอัตราอากรขาเข้าตามราคา) ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอคืนอากรขาเข้าที่ชำระไว้เกิน เป็นเงิน ๑๙๗,๐๐๖.๐๐ บาท ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สินค้าที่นำเข้าสามารถใช้สิทธิลดอัตราอากรได้ตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว แต่บริษัทฯ ไม่ได้แสดงเจตนาที่จะใช้สิทธิฯ และไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประกาศกรมศุลกากร กล่าวคือ บริษัทฯ ไม่ได้ประทับตราหรือเขียนตัวบรรจงด้วยหมึกสีแดงไว้อย่างชัดเจนที่มุมบนขวาของต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้าและสำเนาทุกฉบับว่า WTO

๒. บริษัทสเตลลาลูนา (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า เลขที่๐๒๖ ๐๕๒๐๒ ๐๖๖๕๓ เพื่อขอรับสินค้าประเภทรองเท้าที่มีส่วนบนทำด้วยหนังฟอก รวม ๒๕ รายการ เมืองกำเนิดCHINA ใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงอาเซียน-จีน ตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ลงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๙ ประกอบกับประกาศกรมศุลกากร เรื่อง หลักเกณฑ์และพิธีการ การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรที่ ๑๒๒/๒๕๔๙ โดยชำระอากรขาเข้าในประเภทพิกัด ๖๔๐๓.๙๙.๐๐ และ ๖๔๐๔.๑๙.๐๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ ในขณะตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรเจ้าหน้าที่พบว่า สินค้าตามใบขนฯ ดังกล่าว ซื้อขายผ่านประเทศที่สาม (TAIWAN) ดังนั้น จึงไม่อาจใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงอาเซียน-จีนได้ สินค้าตามใบขนฯ ดังกล่าว ต้องชำระอากรในประเภทพิกัด ๖๔๐๓.๙๙.๐๐ และ ๖๔๐๔.๑๙.๐๐ อัตราอากรร้อยละ ๔๐ เป็นเหตุให้อากรขาด เจ้าหน้าที่จึงได้กล่าวหาว่า สำแดงเท็จ หลีกเลี่ยงอากร อันเป็นความผิดตามมาตรา ๒๗ ประกอบกับมาตรา ๙๙ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ บริษัทฯ จึงได้ยื่นคำร้องขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ในประเภทพิกัด ๖๔๐๓.๙๙.๐๐ และ ๖๔๐๔.๑๙.๐๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สินค้าดังกล่าวสามารถใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงดังกล่าวได้ แต่บริษัทฯไม่ได้แสดงเจตนาใช้สิทธิฯและไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประกาศกรมศุลกากรกล่าวคือ บริษัทฯไม่ได้ประทับตรา หรือเขียนตัวบรรจงด้วยหมึกสีแดงไว้อย่างชัดเจนที่มุมบนขวาของต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้าและสำเนาทุกฉบับว่า WTO

๓. บริษัทยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้า เลขที่๐๑๖ ๐๕๒๐๒ ๐๖๓๐๔ เพื่อขอรับสินค้าประเภทมันฝรั่งแช่เย็นเมืองกำเนิดสหรัฐอเมริกา โดยชำระอากรในประเภทพิกัด ๐๗๑๐.๑๐.๐๐ อัตราอากรร้อยละ๓๐ในขณะตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรเจ้าหน้าที่พบว่า สิน ค้าดังกล่าวต้องชำระอากรในประเภทพิกัด ๒๐๐๔.๑๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ หรือ ๒๕ บาทต่อกิโลกรัมเป็นเหตุให้อากรขาด เจ้าหน้าที่จึงได้กล่าวหาว่าสำแดงเท็จหลีก เลี่ยงอากรอันเป็นความผิดตามมาตรา๒๗ประกอบกับมาตรา๙๙แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ บริษัทฯ จึงได้ยื่นคำร้องขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ในประเภทพิกัด ๒๐๐๔.๑๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า สินค้าดังกล่าวสามารถใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงดังกล่าวได้ แต่บริษัทฯ ไม่ได้แสดงเจตนาที่จะใช้สิทธิฯ และไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของประกาศกรมศุลกากร กล่าวคือ บริษัทฯ ไม่ได้ประทับตราหรือเขียนตัวบรรจงด้วยหมึกสีแดงไว้อย่างชัดเจนที่มุมบนขวาของต้นฉบับใบขนสินค้าขาเข้าและสำเนาทุกฉบับว่า WTO ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบเพิ่มเติมว่า สินค้าชนิดเดียวกันนั้น บริษัทฯ ได้นำของเข้าและได้รับการตรวจปล่อยจากอารักขาศุลกากรไปแล้ว โดยชำระในประเภทพิกัด ๐๗๑๐.๑๐.๐๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ ตามใบขนฯ จำนวน ๒๗ ฉบับ

ประเด็นปัญหา

กรมศุลกากรพิจารณาแล้วเห็นว่า สินค้าที่นำเข้าที่อยู่ในข่ายได้รับการลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังแต่ผู้นำของเข้าไม่ได้ปฏิบัติหรือปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนด สิทธิในการได้รับการลดอัตราอากรยังคงมีอยู่หรือไม่ กรมศุลกากรสามารถพิจารณาให้ใช้สิทธิลดอัตราอากรย้อนหลังได้หรือไม่ เพื่อให้ได้ความชัดเจนและเป็นแนวทางปฏิบัติ จึงขอหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็น ดังต่อไปนี้

๑ กรณีสินค้าที่นำเข้าเป็นสินค้าที่ได้สิทธิยกเว้นอากร หรือลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แต่ในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากรไม่ได้แสดงสิทธิหรือไม่ได้ขอใช้สิทธิ หรือใช้สิทธิไม่ถูกต้อง เช่น ไม่ปฏิบัติพิธีการตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด หรือขอใช้สิทธิลดอัตราอากรหรือยกเว้นอัตราอากรภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน แต่ภายหลังพบว่าสามารถใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) และสินค้านั้นได้รับการตรวจปล่อยจากอารักขาศุลกากรแล้ว ต่อมาผู้นำของเข้าจะกลับมาขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด)

๒ กรณีสินค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยได้สิทธิยกเว้นอากร หรือลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แต่ในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากรผู้นำของเข้าได้แสดงหรือขอใช้สิทธิตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ตรวจพบในขณะตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรว่า สินค้าที่นำเข้าไม่ได้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน แต่ได้สิทธิตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) กรณีเช่นนี้ ผู้นำของเข้าจะกลับมาขอใช้สิทธิลดอัตราอากรที่ถูกต้องย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทสเตลลาลูนา (ไทยแลนด์) จำกัด)

๓ กรณีสินค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นของที่มีเมืองกำเนิดประเทศสมาชิกภาคีตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แต่ผู้นำของเข้าชำระอากรตามอัตราปกติในประเภทพิกัด ๐๗๑๐.๑๐.๐๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบในขณะตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรว่าสินค้าที่นำเข้าต้องชำระอากรในประเภทพิกัด ๒๐๐๔.๑๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ หรือ ๒๕ บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังอยู่ในข่ายได้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ผู้นำของเข้าจึงขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด)

๔ กรณีสินค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นของที่มีเมืองกำเนิดประเทศสมาชิกภาคีตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แต่ผู้นำของเข้าชำระอากรปกติในประเภทพิกัด ๐๗๑๐.๑๐.๐๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบหลังจากตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรว่า สินค้าที่นำเข้าต้องชำระอากรในประเภทพิกัด ๒๐๐๔.๑๐ อัตราอากรร้อยละ ๓๐ หรือ ๒๕ บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังอยู่ในข่ายได้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ผู้นำของเข้าจึงขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด)

๕ กรณีสินค้าที่นำเข้าเป็นสินค้าที่ได้สิทธิยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรตามประกาศกระทรวงการคลัง แต่ในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากรไม่ได้แสดง หรือใช้สิทธิหรือใช้สิทธิไม่ถูกต้อง กรณีเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่พนักงานเจ้าหน้าที่พึงต้องรู้อยู่ก่อนส่งมอบตามมาตรา๑๐วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ หรือไม่ และหากผู้นำของเข้าได้ชำระอากรไว้จะขอคืนอากรได้หรือไม่