บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การขอคืนอากรกรณีผู้นำเข้าขอใช้สิทธิ WTO ภายหลังรับมอบของไปแล้ว

การขอคืนอากรกรณีผู้นำเข้าขอใช้สิทธิ WTO ภายหลังรับมอบของไปแล้ว

1.  ตามบันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 591/2553 กรมศุลกากรได้นำเรื่องหารือคณะกรรมการกฤษฎีกาในประเด็นดังนี้

1.1  กรณีสินค้าที่นำเข้าเป็นสินค้าที่ได้สิทธิยกเว้นอากร หรือลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แต่ในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากรไม่ได้แสดงสิทธิหรือไม่ได้ขอใช้สิทธิ หรืใช้สิทธิไม่ถูกต้อง เช่น ไม่ปฏิบัติพิธีการตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนดหรือขอใช้สิทธิลดอัตราอากรหรือยกเว้นอัตราอากรภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน แต่ภายหลังพบว่าสามารถใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) และสินค้านั้นได้รับการตรวจปล่อยจากอารักขาศุลกากรแล้ว ต่อมาผู้นำของเข้าจะกลับมาขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวงการคลังย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทเซ็นทรัท ฟู้ด รีเทล จำกัด)

1.2  กรณีสินค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรได้สิทธิยกเว้นอากร หรือลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก(WTO) แต่ในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากรผู้นำของเข้าได้แสดงหรือขอใช้สิทธิตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ตรวจพบในขณะตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรว่า สินค้าที่นำเข้าไม่ได้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน แต่ได้สิทธิตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) กรณีเช่นนี้ ผู้นำของเข้าจะกลับมาขอใช้สิทธิลดอัตราอากรที่ถูกต้องย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทสเตลาลูนา (ไทยแลนด์) จำกัด)

1.3  กรณีสินค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นของที่มีเมืองกำเนิดประเทศสมาชิกภาคีตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แต่ผู้นำของเข้าชำระอากรตามอัตราปกติในประเภทพิกัด 0710.10.00 อัตราอากรร้อยละ 30 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบในขณะตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรว่าสินค้าที่นำเข้าต้องชำระอากรในประเภทพิกัด 2004.10 อัตราอากรร้อยละ 30 หรือ 25 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังอยู่ในข่ายได้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ผู้นำของเข้าจึงขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด)

1.4  กรณีสินค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นของที่มีเมืองกำเนิดประเทศสมาชิกภาคีตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แต่ผู้นำของเข้าชำระอากรปกติในประเภทพิกัด 0710.10.00 อัตราอากรร้อยละ 30 เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบหลังจากตรวจปล่อยของจากอารักขาศุลกากรว่า สินค้าที่นำเข้าต้องชำระอากรในประเภทพิกัด 2004.10 อัตราอากรร้อยละ 30 หรือ 25 บาทต่อกิโลกรัม แต่ยังอยู่ในข่ายได้สิทธิลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ผู้นำของเข้าจึงขอใช้สิทธิลดอัตราอากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ย้อนหลังได้หรือไม่ (กรณีบริษัทยัมเรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด)

1.5 กรณีสินค้าที่นำเข้าเป็นสินค้าที่ได้สิทธิยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรตามประกาศกระทรวงการคลัง แต่ในขณะปฏิบัติพิธีการศุลกากรไม่ได้แสดง หรือใช้สิทธิหรือใช้สิทธิไม่ถูกต้อง กรณีเช่นนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่พนักงานเจ้าหน้าที่พึงต้องรู้อยู่ก่อนส่งมอบตามมาตรา 10 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯหรือไม่ และหากผู้นำของเข้าได้ชำระอากรไว้จะขอคืนอากรได้หรือไม่

2.  คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 3) พิจารณาแล้วมีความเห็นดังนี้

2.1  ตามมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ได้บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มีอำนาจประกาศยกเว้น ลดหรือเพิ่มอากรจากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากรสำหรับของที่ถิ่นกำเนิดจากประเทศที่ร่วมลงนามหรือลักษณะตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศได้เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ โดยจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้ ซึ่งได้มีประกาศกระทรวงการคลัง เรื่องการยกเว้นอากรและการลดอัตราอากรศุลกากร (อคล. 9) เพื่อยกเว้นอากรและลดอัตราอากรสำหรับของในภาค 2 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรฯ เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการได้รับยกเว้นอากรและการลดอัตราอากรว่าของที่จะได้รับการยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรต้องเป็นของที่ถิ่นกำเนิดจากประเทศภาคีของความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) และผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนด ดังนั้น เมื่อของที่นำเข้าเป็นของที่จะได้รับยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากร เพราะเป็นของที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศภาคีของความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) แล้วผู้นำของเข้าย่อมได้สิทธิตามประกาศกระทรวงการคลัง แล้ว ส่วนการใช้สิทธิดังกล่าวหากไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนดให้ถูกต้องก็เป็นเรื่องที่ผู้นำของเข้าต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ อีกส่วนหนึ่งและหากเป็นเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ผู้นำของเข้าก็สามารถทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนดได้ต่อไป โดยมิได้ทำให้สิทธิที่จะได้รับการยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรของผู้นำของเข้าหมดสิ้นไปแต่อย่างใด

2.2  ในกรณีที่ผู้นำของเข้าเสียเงินอากรไว้ไม่ครบจำนวนที่จะต้องเสียจริง กรมศุลกากรมีสิทธิเรียกเก็บส่วนที่ขาดจนครบ และหากพบว่ามีการเสียเงินอากรไว้เกินจำนวนเพราะเหตุที่คำนวณจำนวนเงินอากรผิดไปจากที่จะต้องเสียจริง อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจคืนเงินอากรส่วนที่เสียไว้เกินได้ และในกรณีกลับกัน ผู้นำของเข้าจะใช้สิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินอากรเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนก็ได้ โดยจะต้องใช้สิทธิภายในระยะเวลาสองปีนับจากวันที่นำของเข้า ทั้งนี้ การรับพิจารณาคำเรียกร้องขอคืนเงินอากรเพราะเหตุอันเกี่ยวกับชนิด คุณภาพ ปริมาณ น้ำหนัก หรือราคาแห่งของใด ๆ หรือเกี่ยวกับอัตราอากรสำหรับของใด ๆ ภายหลังจากที่ได้เสียอากรและของนั้นๆ ได้ส่งมอบไปแล้วจะกระทำได้ต่อเมื่อ

(1)  มีการแจ้งความไว้ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อนการส่งมอบว่าจะยื่นคำเรียกร้องดังกล่าวหรือ

(2)  ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พึงรู้อยู่ก่อนส่งมอบว่าอากรที่ชำระไว้นั้นเกินจำนวนที่พึงต้องเสีย

ดังนั้น ตามข้อเท็จจริงที่กรมศุลกากรหารือมา เมื่อประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การยกเว้นอากรและการลดอัตราอากรศุลกากร (อคล.9) เป็นประกาศที่ใช้บังคับเป็นการทั่วไป และได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงต้องถือว่าเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่พึงต้องรู้อยู่ก่อนส่งมอบว่าสินค้าใดอยู่ในข่ายที่จะได้รับสิทธิยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) หากผู้นำของเข้าได้มาขอใช้สิทธิยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่นำของเข้าแล้ว แม้จะเป็นการขอใช้สิทธิภายหลังจากที่มีการเสียอากรและส่งมอบของไปแล้วก็ตาม ถ้าปรากฏว่าอากรที่ผู้นำของเข้าได้เสียไว้ ณ ขณะนำของเข้าเป็นการชำระไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียสำหรับของที่นำเข้านั้น ผู้นำของเข้าย่อมมีสิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินอากรเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียได้ และเมื่อไม่ปรากฏว่ามีการหลีกเลี่ยงหรือ พยายามหลีกเลี่ยงอากร กรมศุลกากรย่อมต้องคืนอากรที่เสียไว้เกินให้แก่ผู้นำของเข้า

3.  ความเห็นฉบับย่อ ของคณะกรรมการกฤษฎีกา

ผู้นำเข้าได้มาขอใช้สิทธิยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรศุลกากรตามความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) ภายในระยะเวลาสองปีนับแต่นำเข้าแล้ว แม้จะเป็นการขอใช้สิทธิภายหลังจากที่มีการเสียอากรและส่งมอบของไปแล้วก็ตาม หากปรากฏว่าอากรที่ผู้นำเข้าได้เสียไว้ ณ ขณะนำเข้าเป็นการชำระไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียสำหรับของที่นำเข้านั้น ผู้นำเข้าย่อมมีสิทธิในการเรียกร้องขอคืนเงินอากรเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียได้ ตามมาตรา 10 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469

ข้อมูล    ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 591/2553