บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

เมืองทวายของพม่า

ดัชนีบทความ
เมืองทวายของพม่า
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

เมืองทวายของพม่า

ข้อตกลงก่อสร้างท่าเรือและโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ที่เซ็นกันเพียงไม่กี่วันก่อนที่พม่าจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกล่วงหน้าถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่โตมโหฬารที่จะบังเกิดขึ้นกับแดนหม่องตลอดจนภูมิภาคแถบนี้ในวงกว้างออกไป ขณะเดียวกัน ข้อตกลงนี้ยังทำหน้าที่เสมือนเป็นเข็มชี้ทิศซึ่งบ่งบอกให้ทราบว่า ธุรกิจทั้งหลายน่าจะมั่งคั่งรุ่งเรืองได้แค่ไหน ภายใต้ระบอบปกครองใหม่ของพม่า ที่รูปโฉมภายนอก เป็นพลเรือนแต่เนื้อแท้ยังคงครอบงำโดยฝ่ายทหาร

ข้อตกลงเพื่อดำเนินการ โครงการพัฒนาเมืองทวาย” (Dawei Development Project) ระหว่างพม่า กับ บริษัทอิตาเลียน-ไทย ดีเวลอปเมนต์ ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย จะนำไปสู่การก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่มาก 1 แห่ง ตลอดจนทางหลวงสายที่เชื่อมระหว่างพม่ากับไทย และดูน่าที่จะทำให้แผนการซึ่งได้มีการเสนอออกมานมนานกว่าสิบปีแล้ว ได้ผลิดอกออกผลเป็นเรื่องเป็นราวเสียที

ในเดือนพฤษภาคม 2008 แนวความคิดในเรื่องนี้ได้รับแรงผลักดันให้บังเกิดความคึกคักขึ้นมาใหม่อีกคำรบหนึ่ง เมื่อมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (memorandum of understanding หรือ MOU) ฉบับหนึ่ง ระหว่าง นายนพดล ปัทมะ ซึ่งเวลานั้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของไทย กับ เนียน วิน (Nyan Win) รัฐมนตรีต่างประเทศของพม่า ในระหว่างที่ทั้งคู่ต่างเข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของสมาคมอาเซียน อยู่ที่สิงคโปร์

จากนั้นจึงติดตามมาด้วยการเซ็นข้อตกลงในวันที่ 11 ตุลาคมปีนี้ ระหว่าง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย กับ เต็ง เส่ง (Thein Sein) นายกรัฐมนตรีพม่า ที่กรุงเนย์ปิดอว์ เมืองหลวงใหม่ของพม่า ภายหลังที่มีการพูดจาหารือกันในเรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกแห่งนี้ ให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ

ในวันที่ 2 พฤศจิกายน หรือ 5 วันก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในพม่า ได้มีการลงนามในข้อตกลงเพื่อก่อสร้างท่าเรือแห่งนี้ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ระหว่าง นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริหารของอิตาเลียน-ไทย ดีเวลอปเมนต์ กับ เต็ง เถ่ (Thein Htay) กรรมการผู้จัดการการท่าเรือแห่งประเทศพม่า ในกรุงเนย์ปิดอว์

ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2008 อิตาเลียน-ไทย คือผู้ชนะการประกวดราคาเพื่อทำสัญญาสัมปทานกับทางการรัฐบาลพม่า ในการสำรวจและสร้างถนนสายที่จะเชื่อมต่อระหว่างเมืองทวาย (Dawei) กับจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งอยู่ทางภาคตะวันตกของไทย

ในเวลาเดียวกันกับที่มีการลงนามในข้อตกลงฉบับล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน สื่อมวลชนของภาครัฐในพม่ายังออกประกาศว่า จะมีการนำเอาที่ดินในบริเวณเมืองทวาย ประมาณ 40,000 เฮกตาร์ (ราว 250,000 ไร่) มาจัดสร้างเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ (special economic zone หรือ SEZ) แห่งแรกของพม่า ทั้งนี้รัฐบาลพม่าได้ตกลงยินยอมให้ทางอิตาเลียน-ไทยได้รับสิทธิพิเศษต่างๆ เป็นต้นว่า ได้รับยกเว้นภาษีศุลกากรนำเข้า, ได้รับสัมปทานอายุ 75 ปีในการก่อสร้างและการดำเนินงานส่วนที่เป็นอุตสาหกรรมหนักของโครงการ, และได้รับสัมปทานอายุ 40 ปีสำหรับส่วนที่เป็นอุตสาหกรรมเบา สัมปทานเหล่านี้สามารถที่จะต่ออายุได้อีกในภายหลัง หรืออาจโอนไปอยู่ในความควบคุมของพม่า ผู้สังเกตการณ์บางรายให้ความเห็นว่า โครงการนี้ทั้งโครงการอาจจะมีมูลค่าสูงกว่า 58,000 ล้านดอลลาร์ทีเดียว ซึ่งจะมีฐานะเป็นโครงการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดของพม่า เมื่อเปรียบเทียบกันเป็นรายโครงการ

โครงการพัฒนาเมืองทวาย สามารถที่จะแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะ 3 ขั้นตอน กล่าวคือ การก่อสร้างเส้นทางถนนและทางรถไฟ หรืออาจจะเรียกว่าเป็น ระเบียงการขนส่ง” (transportation corridor) สู่ประเทศไทย ตลอดจนถนนหนทางที่จะเชื่อมโยงสิ่งสาธารณูปโภคและสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในเขตพื้นที่อุตสาหกรรม, การก่อสร้างตัวท่าเรือ, และการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม ขั้นตอนแรกนั้นคาดหมายกันว่าจะใช้เวลา 5 ปี ขณะที่อีกสองขั้นตอนท้ายก็คาดว่าคงจะใช้เวลาอีก 5 ปี เมื่อรวมแล้วทั้งโครงการน่าจะเสร็จสิ้นได้ทั้งหมดในปี 2020

การก่อสร้างทางหลวงขนาด 8 ช่องจราจร ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างท่าเรือทวายไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ของไทย เวลานี้กำลังดำเนินการกันแล้ว ส่วนงานก่อสร้างที่บริเวณท่าเรือในพม่านั้นคาดหมายว่าน่าจะเริ่มได้ในเดือนมกราคมปีหน้า อิตาเลียน-ไทยแถลงว่า ระยะแรกของโครงการจะสิ้นค่าใช้จ่าย 8,000 ล้านดอลลาร์ โดยที่ธนาคารเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งไม่ขอระบุชื่อ ได้ยืนยันให้ความสนับสนุนทางการเงินอย่างแน่นอนแล้ว ทางด้านรัฐบาลไทยก็ได้ร่วมให้เงินสมทบเพื่อการก่อสร้างทางหลวงสายนี้เป็นจำนวน 60 ล้านดอลลาร์ ทางหลวงดังกล่าวเมื่อออกจากท่าเรือจะใช้ระยะทางประมาณ 130 กิโลเมตรก็จะถึงชายแดนไทย จากนั้นจึงต่อไปยังจังหวัดกาญจนบุรี นอกจากนั้นยังจะมีการสร้างทางรถไฟคู่ขนานไปกับทางหลวงสายใหม่นี้ด้วย

สำหรับท่าเรือน้ำลึกทวาย ซึ่งอยู่ในระยะสองของโครงการนั้น แผนการก่อสร้างกำหนดให้เป็นท่าเรือใหญ่ที่มีท่าเทียบเรือ 22 ท่า ซึ่งสามารถรับเรือที่มีขนาด 20,000 ตัน จนถึง 50,000 ตันได้สูงสุดคราวละ 25 ลำ แหล่งข่าวอื่นๆ อีกหลายรายระบุว่า ท่าเรือแห่งนี้จะมีความสามารถรับเรือสินค้าขนาดใหญ่จนถึงระดับ 300,000 ตันได้ทีเดียว