บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

พิธีการส่งของออกทางบกที่ด่านศุลกากร

ดัชนีบทความ
พิธีการส่งของออกทางบกที่ด่านศุลกากร
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

พิธีการส่งของออกทางบกที่ด่านศุลกากร

การส่งของออกทางบก  หมายถึง การส่งของออกผ่านเขตแดนทางบก

สำหรับเขตแดนทางบก  หมายความว่า เขตแดนทางบกระหว่างราชอาณาจักรกับดินแดนต่างประเทศ และรวมตลอดถึงลำน้ำใด ๆ ซึ่งเป็นเขตแดนแห่งราชอาณาจักรหรือตอนหนึ่งแห่งเขตแดนนั้น เช่น มีแม่นำเป็นเขตแดนทางบก, หรือเป็นส่วนหนึ่งของเขตแดนทางบกนั้น การส่งของออกทางบกนอกจากต้องปฏิบัติตามระเบียบพิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วยังต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พุทธศักราช 2480 ซึ่งได้กำหนดระเบียบพิธีการแตกต่างจากการส่งของออกทางทะเล ดังนี้

1.  พิธีการที่ด่านศุลกากร

ของที่ส่งออกผ่านเขตแดนทางบกทุกชนิดไม่ว่าเป็นของที่ต้องเสียอากรขาออก หรือของต้องห้ามต้องกำกัด ผู้ส่งของออกจะต้องทำใบขนสินค้าขาออก และมีเอกสารกำกับของที่ส่งออกเช่นเดียวกับการส่งของออกทั่วไป นอกจากนั้นแล้วยังต้องให้ผู้ควบคุมยวดยาน หรือผู้ส่งของโดยยวดยานบรรทุกของที่เดินด้วยกำลังเครื่อง (จะมีของบรรทุกออกไปด้วยหรือไม่ก็ตาม) จัดทำบัญชีสินค้า (แบบ ศ.บ. 3) แสดงรายการของทั้งปวงที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรผ่านเขตแดนทางบก (รวมตลอดถึงลำน้ำซึ่งเป็นเส้นเขตแดน) รวม 2 ฉบับ ในกรณีเป็นรถเปล่าก็ให้หมายเหตุว่า ไม่มีสินค้าส่งออก ยื่นต่อด่านศุลกากรทางบกซึ่งรวมถึงด่านศุลกากรที่อยู่ริมแม่น้ำที่เป็นเส้นเขตแดน (ไม่รวมด่านศุลกากรรถไฟ) พร้อมกับใบขนสินค้าขาออก

เมื่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบของด่านศุลกากร ได้ตรวจสอบจำนวนสินค้าที่จะส่งออกถูกต้องตรงกับใบขนสินค้าขาออกและบัญชีสินค้า (แบบ ศ.บ.3) และได้ปฏิบัติพิธีการศุลกากรว่าด้วยการส่งของออกครบถ้วนแล้ว ให้ด่านศุลกากรที่รับผิดชอบเก็บต้นฉบับใบขนสินค้าขาออกและบัญชีสินค้า (แบบ ศ.บ. 3) ไว้ด้วยกัน มอบคู่ฉบับใบขนสินค้าขาออก และสำเนาบัญชีสินค้าให้ผู้ควบคุมยวดยาน หรือผู้ส่งของนำไปยื่นต่อด่านพรมแดนพร้อมด้วยสินค้านั้น

2.  การขนส่งของขาออกตามทางอนุมัติ

เวลาที่จะขนส่งของตามทางอนุมัติได้นั้น กำหนดระหว่าง 06.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกา เว้นแต่ระหว่างราชอาณาจักรสหพันธ์มาเลเซีย ทางถนนจากพรมแดนรัฐประลิศ สหพันธ์มาเลเซีย ตอนหลักเขตแดนหมายเลข 15 เอ มาบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 4054 สะเดา-ปาดังเบซาร์ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 11 + 695.89 ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และทางถนนจากเขตแดนประเทศมาเลเซียถึงด่านศุลกากรวังประจัน กำหนดระหว่างเวลา 05.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกา

ผู้ใดขออนุมัติขนส่งของตามทางอนุมัตินอกจากเวลาที่กำหนด เมื่อนายด่านศุลกากรไม่มีเหตุสงสัยจะมีการทุจริตก็อาจอนุญาตได้ถ้าเห็นว่าสมควร

3.  การขนส่งของขาออกตามทางอนุมัติเฉพาะคราว

3.1  กรณีผู้ส่งของออก หรือผู้ขนส่งมีเหตุจำเป็นและได้ยื่นคำร้องแสดงความจำนงล่วงหน้าต่อด่านศุลกากรว่าจะส่งของออกผ่านเขตแดนใดๆ ทางบกหรือตอนใดแห่งเขตแดนนั้นตามทางอื่นนอกทางอนุมัติ หากของนั้นราคารวมค่าภาษีอากรทั้งสิ้นไม่เกินห้าแสนบาท ให้นายด่านศุลกากรหรือผู้ปฏิบัติราชการแทนอนุญาตเป็นหนังสือให้ส่งของออกหรือขนส่งตามทางที่ขอได้ หากของนั้น ราคารวมค่าภาษีอากรทั้งสิ้นเกินกว่าห้าแสนบาทให้ด่านศุลกากรรายงานขออนุมัติต่อผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาค ที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาสั่งการเป็นรายๆ ไป

3.2  กรณีสินค้าที่ยกเว้นอากร เนื่องจากนำออกจากคลังสินค้าทัณฑ์บน ตามมาตรา 8 หรือจากเขตอุตสาหกรรมส่งออกที่มิได้ผ่านกรรมวิธีการผลิต และสินค้านำเข้าที่ส่งกลับออกไปโดยขอคืนอากรขาเข้า (RE-EXPORT) ที่จะส่งออกไปยังประเทศสหภาพเมียนมาร์, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ผ่านเขตแดนทางบก จะต้องส่งออกตามทางอนุมัติเท่านั้น ห้ามมิให้ส่งออกตามทางอนุมัติเฉพาะคราว

อนึ่งกรณีมีปัญหาในการพิจารณาว่าสินค้าใดได้ผ่านกรรมวิธีการผลิตในเขตอุตสาหกรรมส่งออก และจะให้ส่งอออกทางอนุมัติเฉพาะคราวได้หรือไม่ ให้อยู่ในอำนาจของผู้อำนวยการสำนักศุลกากรภาค พิจารณาสั่งการเป็นการเฉพาะราย

3.3  การส่งของออกหรือขนส่งตามที่กล่าวในข้อ 3.1 ให้กระทำได้เฉพาะระหว่างเวลา 06.00 นาฬิกา ถึง 18.00 นาฬิกาเท่านั้น

3.4  ผู้ส่งของออกหรือผู้ขนส่งจะต้องยื่นคำร้องขอรับเจ้าหน้าที่ศุลกากรไปประจำการนอกเขตที่ทำการศุลกากร โดยเสียค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวง และต้องปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับอันเกี่ยวกับของนั้นเช่นเดียวกับการส่งของออกตามปกติทุกประการ

3.5  หนังสืออนุญาตดังกล่าวในข้อ 3.1 ให้ทำเป็น 2 ฉบับ การสั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรไปทำการควบคุมของตามที่อนุญาต ให้ระบุชื่อและตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่จะไปดำเนินการนั้นให้ชัดเจน ทั้งในต้นฉบับและสำเนาให้ถูกต้องตรงกัน แล้วมอบต้นฉบับให้เจ้าหน้าที่ถือไปดำเนินการ 1 ฉบับส่วนสำเนาเก็บไว้ที่ด่านศุลกากร และลงทะเบียนไว้ให้ครบถ้วน

3.6  กรณีที่นายด่านศุลกากร หรือผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาค ที่รับผิดชอบ หรือผู้ปฏิบัติราชการแทนแล้วแต่กรณีเห็นว่า การปฏิบัติตามคำสั่งนี้จะเป็นเหตุให้ราชการเสียหายให้เสนอความเห็นพร้อมด้วยเหตุผลต่อกรมศุลกากร เพื่อพิจารณาสั่งการเป็นรายๆไป

ที่มา : ประมวลระเบียบปฏิบัติกรมศุลกากรข้อ 3 04 01 01 – 3 04 01 03