บริการของเรา

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรและสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เช่น การลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามมาตรา๑๒หรือมาตรา๑๔แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ๒๕๓๐

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคดีผิดศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอคืนภาษีศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอใบอนุญาตตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑบนหรือเขตปลอดอากร

  

 


สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ปัญหาการนำเข้ารถยนต์หรู

 

ปัญหาการนำเข้ารถยนต์หรู

ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรประจำท่าเรือแหลมฉบังได้กักสินค้าไม่ตรวจปล่อยรถยนต์หรูที่เสียภาษีแล้วของกลุ่มผู้นำเข้าอิสระโดยอ้างหนังสือลับมาก ด่วนที่สุด ที่ก.ค.๐๕๒๑(ส)/ร๒๖๔๐ ลงวันที่๒๘ สิงหาคม๒๕๖๐ ที่แจ้งอนุมัติกรมศุลกากรลงวันที่๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๐ ตามบันทึกที่ก.ค.๐๕๑๓(ส)/๒๑๙๖ ลงวันที่๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ กำหนดให้ประเมินราคารถยนต์๔ยี่ห้อใหม่คือ FERRARI, MASERATI , LAMBORGHINIและPORSCHEพร้อมทั้งวางระเบียบปฏิบัติให้ผู้นำเข้าชำระอากรตามจำนวนที่ผู้นำเข้าสำแดงไว้ในใบขนสินค้าและให้ วางเงินเพิ่มเติมเป็นเงินประกันจนครบตามฐานข้อมูลสำหรับประเมินความเสี่ยงและ รวมอุปกรณ์เสริมพิเศษ(Option) ถ้ามีแล้วโดยถือเป็นจำนวนเงินสูงสุดที่อาจจะพึงต้องเสียสำหรับรถยนต์ทั้ง๔ยี่ห้อนั้น และขณะนี้ผู้นำเข้ายังไม่สามารถนำเงินมาวางประกันเพิ่มเติมเพราะเป็นเงินจำนวนมากและเป็นเวลากระชั้นชิดจึงยังไม่สามารถเจรจาตกลงกับลูกค้าเพราะกรณีเป็นการตกลงซื้อขายล่วงหน้า ส่งผลกระทบต่อการประกอบการ เนื่องจากไม่สามารถส่งมอบรถยนต์นั่งใหม่ให้กับลูกค้า ปัจจุบันรถยนต์ดังกล่าวจึงยังคงตกค้างอยู่ที่ท่าเรือแหลมฉบัง

เพื่อให้การเสียภาษีเป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยศุลกากร จึงมีประเด็นต้องพิจารณาว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่ศุลกากรเป็นไปโดยชอบหรือไม่ ดังนี้

๑ ระเบียบปฏิบัติตามหนังสือดังกล่าว ถือเป็นระเบียบปฏิบัติการกำหนดราคาศุลกากรเพื่อการจัดเก็บภาษีศุลกากรหรือไม่

ตามหนังสือดังกล่าว กำหนดให้นำราคาที่สำแดงในใบขนสินค้าขาเข้ามาเปรียบเทียบกับราคาที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้นเอง หากพบว่าราคาที่สำแดงนั้นไม่ต่ำกว่าราคาที่กรมศุลกากรกำหนดให้รับราคานั้นเป็นราคาศุลกากรหรือหากราคาที่สำแดงต่ำกว่าราคาที่กรมศุลกากรกำหนด ผู้นำเข้าจะต้องวางเงินเพิ่มเติมเป็นเงินประกันจนครบตามฐานข้อมูลที่กรมศุลกากรกำหนด ดังนั้นหนังสือ ดังกล่าวมิได้มีผลบังคับใช้เพื่อการบริหารความเสี่ยงภายในหน่วยงานของกรมศุลกากรเท่า นั้นแต่เป็นการกำหนดราคาขึ้นใหม่เพื่อนำมาบังคับใช้กับกลุ่มผู้นำเข้าอิสระที่นำเข้ารถยนต์๔ยี่ห้อดังกล่าวกรณีจึงเป็นการออกคำสั่งหรือระเบียบปฏิบัติให้มีสภาพบัง คับอย่างกฎหมายแต่ไม่ปรากฏว่าออกโดยอาศัยอำนาจตามความในกฎหมายฉบับใดจึงเกรงว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

มาตรา๓๗  บุคคลย่อมมีสิทธิในทรัพย์สินและการสืบมรดก

     ขอบเขตแห่งสิทธิและการจำกัดสิทธิเช่นว่านี้ให้เป็นไปตามที่กฎ หมายบัญญัติ

อำนาจการออกระเบียบปฏิบัติการกำหนดราคาศุลกากร

 

ตามพระราชบัญญัติ ศุลกากร พระพุทธ ศักราช ๒๔๖๙แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ศุลกากร (ฉบับที่ ๑๗) พ.ศ.๒๕๔๓ ให้ยกเลิกการใช้ราคาอันแท้ จริงในท้องตลาดเป็นเกณฑ์ประเมินเงินอากรสำหรับของนำเข้า และกำหนดขึ้นใหม่ให้ใช้ราคาซื้อขายของที่นำเข้าหรือราคาที่ได้ชำระจริงหรือที่จะต้องชำระสำหรับของที่นำเข้านั้น เมื่อได้มีการขายเพื่อส่งออกมายังราชอาณาจักรเป็นเกณฑ์ในการประเมินอากรสำหรับของนำเข้านั้นและได้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการและ เงื่อนไขในการใช้ราคาและการกำหนดราคา ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระ ทรวง กระทรวงการคลังจึงได้ออกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓๒ (พ.ศ.๒๕๔๓) แก้ไข เพิ่ม เติมโดยกฎกระ ทรวง ฉบับที่ ๑๔๕ (พ.ศ. ๒๕๔๗) และกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๔๖ (พ.ศ.๒๕๕๐)ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา๑๖ แห่งพระราช บัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.๒๕๖๐ กำหนดการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อน ไขในการใช้และการกำหนดราคาศุลกากรให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและกฎกระทรวงให้อำนาจอธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจออกประกาศ ระเบียบหรือข้อบัง คับเพื่อปฏิบัติการให้เป็นตามกฎกระทรวงนี้

ต่อมาอธิบดีกรมศุลกากรจึงได้ออกระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดราคาศุลกากรในรูปของประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร พ.ศ.๒๕๕๖ ข้อ ๒ ๐๑ ๐๔ ๐๑ ถึง ข้อ ๒ ๐๑ ๐๔ ๓๑ แต่ตามหนังสือดังกล่าวกำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการกำหนดราคาศุลกากรแตกต่างจากกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่กำหนดให้ใช้ราคาที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้นใหม่เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบกับราคาที่สำแดงต้องไม่ต่ำกว่าราคาที่กรมศุลกากรกำหนดขึ้นใหม่นั้น จึงเกรงว่าอาจเป็นการจัดเก็บภาษีที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อาจขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยตามมาตรา ๕๐(๙) ที่บัญญัติว่า “หน้าที่เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายบัญญัติ หมาย ความว่าปวงชนชาวไทยมีหน้าที่เสียภาษีอากรตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงต้องจัดเก็บอากรตามที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน

ดังนั้นการกระทำของกรมศุลกากรดังกล่าวจึงสุ่มเสี่ยงเป็นการปฏิบัติมิชอบด้วยกฎหมายโดยมีกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้นำเข้า ดังนี้

๑ การกักของให้ล่าช้าโดยไม่ตรวจปล่อยของออกจากอารักขาศุลกากรกรณีเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ล่าช้าเกินสมควร จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลปกครองตามมาตรา๙(๒)แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒

๒ การบังคับให้ผู้นำเข้าต้องชำระอากรเพิ่มโดยกรมศุลกากรอ้างระเบียบปฏิบัติการกำหนดราคาศุลกากรที่กำหนดใหม่แต่ไม่ปรากฏว่าออกโดยอาศัยอำนาจตามความในกฎหมายฉบับใด ขณะที่ผู้นำเข้ามีความเห็นว่าต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงและประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร พ.ศ.๒๕๕๖ที่เกี่ยวข้องแต่ปรากฏว่าข้อโต้แย้งดังกล่าวยังไม่ได้ข้อยุติ จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิเรียกร้องของรัฐในหนี้ค่าภาษีอากร ตามมาตรา๗(๒)แห่งพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลภาษีอากรและวิธีพิจารณาคดีภาษีอากร พ.ศ. ๒๕๒๘ คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลภาษีอากร

๓ กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กำหนดราคาศุลกากรไม่เป็นไปตามกฎกระทรวงและประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร พ.ศ.๒๕๕๖ที่เกี่ยวข้องและเป็นเหตุให้ผู้นำเข้าได้รับความเสียหาย กรณีเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗”ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตามพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.๒๕๕๙

: ชนิด ศุทธยาลัย