บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

จุดผ่อนปรนการค้า

ดัชนีบทความ
จุดผ่อนปรนการค้า
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

จุดผ่อนปรนการค้า
(CHECK POINT FOR BORDER TRADE)

จุดผ่อนปรนการค้า หมายถึง จุดที่กระทรวงมหาดไทยมอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนผ่อนปรนให้มีการค้าขายบริเวณชายแดนในพื้นที่สำหรับการซื้อขายสินค้าเล็กๆ น้อยๆ ที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภคกับประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งนี้ การออกประกาศดังกล่าวจะนำเรื่องหารือกับคณะอนุกรรมการพิจารณาเปิดจุดผ่านแดนของสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือไม่ก็ได้

1.  ความเป็นมา

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2530 สภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณากำหนดนโยบาย และแนวทางปฏิบัติการเป็นจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนด้านลาว เพื่อให้จังหวัดชายแดนถือเป็นแนวปฏิบัติให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ต่อมาได้นำนโยบายและแนวทางปฏิบัติด้านลาวมาปรับใช้กับการผ่อนปรนการค้าบริเวณชายแดนด้านกัมพูชาและพม่า โดยอนุโลมตามความจำเป็นและเหมาะสม สำหรับนโยบายและแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการค้า ณ จุดผ่อนปรนการค้าดังกล่าวมีสาระสำคัญ ดังนี้

นโยบาย กำหนดให้เปิดจุดผ่อนปรนการค้า ให้มีการค้าบริเวณชายแดนระหว่างประชาชน เพื่อช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านด้านมนุษยธรรม และเพื่อความสัมพันธ์ของประชาชนในพื้นที่ให้มีความเข้าใจดีต่อกันยิ่งขึ้น

แนวทางปฏิบัติ กำหนดให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชายแดนถือเป็นแนวปฏิบัติ ดังนี้-

(1)  ประเภทสินค้า ให้ผ่อนปรนการซื้อขายสินค้าเล็กๆน้อยๆ ที่จำเป็นต่อการอุปโภคบริโภค ในชีวิตประจำวัน  ยกเว้นไม้และต้องไม่เป็นสินค้าต้องห้ามตามกฎหมายอื่นใด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนของประเทศเพื่อนบ้าน

(2)  มูลค่าการซื้อขาย ปัจจุบันการค้าบริเวณชายแดนได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นและเป็นความต้องการทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น จึงอนุโลมให้มูลค่าการค้าบริเวณชายแดน จำนวนไม่เกิน 500,000 บาทต่อคนต่อวัน

(3)  บริเวณที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ให้พิจารณากำหนดพื้นที่ที่ทำการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าโดยพิจารณาความเหมาะสมเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบตัวบุคคล ประเภทและจำนวนสินค้า พร้อมทั้งให้พิจารณาความพร้อมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานด้วย

(4)  ระยะเวลาในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า ให้พิจารณากำหนดระยะเวลาที่เหมาะสมในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า โดยให้สัมพันธ์กับการรักษาความปลอดภัย การตรวจสอบตัวบุคคล ประเภทและจำนวนสินค้า โดยอาจกำหนดระยะเวลาเดือนละ 2 ครั้ง หรือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง หรือตามความจำเป็นของแต่ละพื้นที่ เป็นต้น

(5)  หลักฐานการเข้าออก กำหนดให้จัดทำหลักฐานการควบคุมการเข้าออกสำหรับบุคคลที่จะเข้ามาค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้า และให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและสอดส่องดูแลการเข้าออกของบุคคลเหล่านั้นโดยใกล้ชิด

2.  นโยบายและแนวทางปฏิบัติในการเปิดจุดผ่อนการค้าปัจจุบัน

ตามผลการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเปิดจุดผ่านแดน ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2543 ได้มีมติเกี่ยวกับนโยบายและแนวทางปฏิบัติในทางการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีสาระสำคัญเกี่ยวกับจุดผ่อนปรนการค้า ดังนี้.-

นโยบายและแนวทางปฏิบัติในการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านที่กำหนดโดยคณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านมา อาทิ นโยบายและแนวทางปฏิบัติในการเปิดจุดผ่านแดนชั่วคราว นโยบายและแนวทางปฏิบัติในการค้าไม้กับประเทศเพื่อนบ้าน นโยบายและแนวทางปฏิบัติการเปิดจุดผ่อนปรนการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน และเรื่องอื่นๆ นั้น บางนโยบายได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไป บางนโยบายไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบันแต่ไม่ค่อยสอดคล้องกับสถานการณ์ จึงเห็นสมควรได้มีการติดตามผลการดำเนินการตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเพื่อทราบความคืบหน้า อุปสรรค ปัญหา รวมทั้งสมควรได้มีการทบทวน ปรับปรุงนโยบาย และแนวทางปฏิบัติการค้าชายแดนให้สอดคล้อง และเอื้ออำนวยต่อความต้องการของเอกชนในสถานการณ์ปัจจุบัน ในขณะเดียวกันให้มีการตระหนักถึงความมั่นคงแห่งชาติเป็นประการสำคัญด้วย

นโยบายและแนวทางปฏิบัติในการเปิดจุดผ่อนปรนการค้า ให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการเปิดจุดผ่านแดน เมื่อ 15 ธันวาคม 2542 ดังนี้-

1)  การค้า ณ จุดผ่อนปรนการค้าของประชาชน ให้ปฏิบัติตามนโยบายและแนวทางปฏิบัติการค้า ณ จุดผ่อนปรนการค้าบริเวณชายแดนตามมติที่ประชุมส่วนราชการ เมื่อ 13 มีนาคม 2530 โดยจังหวัดชายแดนเป็นผู้รับผิดชอบร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคง และหน่วยงานปฏิบัติที่เกี่ยวข้องโดยให้มีมูลค่าการค้า ที่เหมาะสมกับสภาพแต่ละพื้นที่

2)  การค้า ณ ช่องทางศุลกากรของบริษัทจดทะเบียน ให้มีการค้ามูลค่าไม่จำกัดมูลค่า ทั้งนี้ การค้าดังกล่าวต้องเป็นการค้าที่ถูกต้อง และรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้านให้การรับรองสำหรับจุส่งออก ณ ช่องทางด่านถาวรที่เปิดอยู่แล้ว และช่องทางอื่นที่มีความปลอดภัยบริเวณชายแดน โดยกรมศุลกากรเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ทั้งนี้ ให้กรมศุลกากรประสานจังหวัด และหน่วยงานด้านความมั่นคงของชายแดน ก่อนกำหนดช่องทางส่งออกเป็นช่องทางอนุมัติเฉพาะคราวตามพระราชบัญญัติศุลกากร (มาตรา 5 ทวิ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480) นอกเหนือช่องทางปกติตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2480

3)  จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนที่ประกาศเปิดแล้ว ในกรณีที่กรมศุลกากรมีความจำเป็นใช้จุดเดียวกันในการส่งออก นำเข้าสินค้า ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจุดดังกล่าวมีการดำเนินการเป็น 2 ลักษณะ คือ จุดผ่อนปรนการค้าของประชาชนบริเวณชายแดน และช่องทางส่งออก นำเข้าสินค้าของบริษัทจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติศุลกากร ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้แต่ละประเภทกิจกรรม

3.  พิธีการศุลกากรการนำสินค้าเข้า ออก ผ่านจุดผ่อนปรนการค้า

3.1  การนำสินค้าเข้า ออก ในลักษณะเป็นของติดตัวผู้โดยสารหรือผู้เดินทาง เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจตรวจปล่อยผ่านศุลกากรตามมาตรา 17 แห่ง พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 พนักงานศุลกากรอาจตรวจค้นหีบห่อของคนโดยสารและปล่อยผ่านภาษีได้ และถ้าในหีบห่อนั้นมีของที่ยังมิได้เสียภาษีก็ดี ของต้องจำกัดก็ดี ของต้องห้ามก็ดี พนักงานศุลกากรจะกักหีบห่อนั้นไว้ก็ได้

ซึ่งในเรื่องนี้กรมศุลกากร ได้มีหนังสือที่ กค 0601/08258 ลงวันที่ 9 มิถุนายน 2541 ตอบสภาความมั่นคงแห่งชาติ ชี้แจงแนวทางปฏิบัติการจัดเก็บภาษี ณ จุดผ่อนปรนการค้าว่าการนำสินค้าเข้ามาในปริมาณเล็กน้อยเพียงเพื่ออุปโภคบริโภค ตามแนวชายแดนโดยนำมาซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน ณ จุดผ่อนปรนการค้า กรมศุลกากรไม่ได้เรียกเก็บภาษีแต่อย่างใดสำหรับการนำสินค้าเข้ามาเป็นจำนวนมากมีลักษณะเป็นการค้าขายเพื่อเอากำไรสินค้าดังกล่าวจะต้องเสียภาษีตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะพืชไร่ บางชนิดต้องได้รับอนุญาตก่อนนำเข้า ทั้งนี้ เพื่อคุ้มครองพืชไร่ภายในประเทศ

กรณีของติดตัวผู้โดยสารหรือผู้เดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมากมีลักษณะเป็นการค้าขายเพื่อเอากำไร เจ้าหน้าที่ศุลกากรอาจเรียกเก็บอากรและออกใบเสร็จรับเงิน ณ จุดผ่อนปรนการค้านั้นโดยไม่ต้องมาผ่านพิธีการที่ด่านศุลกากรเรียกว่าอากรปากระวาง แต่ทั้งนี้ การเก็บอากรปากระวางจะต้องเข้าหลักเกณฑ์ ดังนี้.

(1)  ของนั้นมีราคาไม่เกิน 20,000 บาท (สองหมื่นบาทถ้วน)

(2)  ของนั้นไม่เป็นของต้องห้าม หรือต้องกำกัดในการนำเข้าตามกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามระเบียบและหลักเกณฑ์การนำเข้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

(3)  ผู้นำของเข้ามีเงินพร้อมที่จะชำระอากรให้เสร็จในวันนั้น

กรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ข้างต้น เจ้าหน้าที่ศุลกากรจะกักของนั้น และจะต้องผ่านพิธีการใบขนสินค้าขาเข้าและเสียอากรที่ด่านศุลกากร ทั้งนี้ มูลค่าของนั้นต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อคนต่อวัน หรือตามที่จังหวัดชายแดนร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานปฏิบัติ กำหนดมูลค่าการค้าที่เหมาะสมกับสภาพแต่ละพื้นที่

3.2  การค้า ณ ช่องทางศุลกากรของบริษัทจดทะเบียนผ่านจุดผ่อนปรนการค้าต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมติที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาเปิดจุดผ่านแดน ครั้งที่ 1/2543 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2543 ที่กำหนด จุดผ่อนปรนการค้าชายแดนที่ประกาศเปิดแล้ว ในกรณีที่กรมศุลกากรมีความจำเป็นใช้จุดเดียวกันในการส่งออก นำเข้าสินค้า ต้องระบุให้ชัดเจนว่าจุดดังกล่าว มีการดำเนินการเป็น 2 ลักษณะ คือ จุดผ่อนปรนการค้าของประชาชน บริเวณชายแดนและช่องทางส่งออก นำเข้า สินค้าของบริษัทจดทะเบียน ตามพระราชบัญญัติศุลกากร ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามมาตรการและแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้แต่ละประเภทกิจกรรม สำหรับการค้า ณ ช่องทางศุลกากรของบริษัทจดทะเบียน ให้มีมูลค่าการค้าไม่จำกัดมูลค่า

กรณีการค้า ณ ช่องทางศุลกากรดังกล่าว ไม่อาจขนส่งผ่านตามทางอนุมัติตามกฎหมายศุลกากร ผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออกจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 5 ทวิแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480 การนำของเข้าหรือส่งของออกนอกทางอนุมัติ ในกรณีผู้นำเข้าหรือผู้ส่งออก หรือผู้ขนส่งมีเหตุจำเป็น และแสดงความจำนงล่วงหน้าต่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายว่าจะขนส่งของผ่านเขตแดนใดๆ ทางบกหรือตอนใดแห่งเขตแดนนั้น ตามทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายอาจอนุญาตเป็นหนังสือให้ขนส่งตามทางที่ขอ โดยจะกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติประการใดก็ได้ ให้ถือว่าทางที่ได้อนุญาตเช่นว่านี้เป็นทางอนุมัติเฉพาะคราว



แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2012 เวลา 16:24 น.