บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

จีนรุกหนักใช้ประโยชน์ R3A กินเรียบตลาดไทย-ลาวหวั่นแค่ทางผ่าน

จีนรุกหนักใช้ประโยชน์ R3A กินเรียบตลาดไทย-ลาวหวั่นแค่ทางผ่าน

15 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อพัฒนาประเทศ โดยปูพรมสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่างๆ ทั้งด้านการขนส่งทางบก น้ำ อากาศ การสื่อสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคมนาคมทางบก มีการตัดถนนทั้ง ซูเปอร์ไฮเวย์ มอเตอร์เวย์ภายในมณฑล และระหว่างมณฑล

การเกิดขึ้นของถนนเป็นการเชื่อมเมือง สู่ภูมิภาคและชนบท ทำให้การขนส่งสินค้าสะดวกรวดเร็ว สามารถเข้าถึงตลาดและแหล่งวัตถุดิบได้ง่ายขึ้น รวมทั้งเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ตามมา เช่น โรงงานอุตสาหกรรม ภาคบริการ การท่องเที่ยว

วันนี้ยุทธศาสตร์ของผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของจีนทั้ง "เติ้ง เสี่ยว ผิง" และ "จู หรง จี" อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นรูปธรรมแล้ว หลังจากมีการเปิดใช้เส้นทางอาร์สามเอ (R3A) เมื่อเดือนเมษายน 2551 โดยใช้เวลา ผลักดันนานกว่าหนึ่งทศวรรษ เพื่อทำให้มณฑลด้านในของจีนมี "ประตู" ออกสู่ทะเลทางด้านใต้ หรือมหาสมุทรอินเดียตามแนวเส้นทางเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor)

สะพานข้ามโขง 3 จุดพลุลงทุน

เมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ นำโดย ดร.วีรพงษ์ รามางกูร นายกสมาคม และเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศได้พาสื่อมวลชนร่วม สำรวจเส้นทาง R3A หลังเปิดใช้เป็นทางการราว 4 เดือน  ถนน R3A เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสายคุนหมิง-กรุงเทพฯ โดยเชื่อมจากเมืองบ่อหาน เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน เข้ามาทางเมืองบ่อเต็น แขวงหลวงน้ำทา มาถึงเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ฝั่งตรงข้าม อ.เชียงของ จ.เชียงราย รวม 228 ก.ม.

ขณะนี้จุดเชื่อมต่อถนน R3A ที่เมืองห้วยทราย กับ อ.เชียงของ โดยรถยนต์จะต้องรอโครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขง แห่งที่ 4 (เชียงของ-ห้วยทราย) ปัจจุบันการออกแบบสะพานเสร็จแล้ว และเตรียมเปิดประมูลหาผู้รับเหมา มูลค่าก่อสร้าง 36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เปิดใช้ปี 2554 นั่นคือโอกาสที่จะเกิดขึ้นทั้งจีน ลาว และไทย

ศักยภาพของถนนเส้นนี้ เริ่มจากเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว เป็นเมืองริมแม่น้ำโขงที่เงียบสงบ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาและที่ราบสูง มีประชากรเพียง 137,300 คน รายได้หลักมาจากการทำนา ปลูก ถั่วเหลือง งา ข้าวโพด ทรัพยากรที่สำคัญคือบ่อพลอย เช่น ไพลิน ทับทิม มีการนำเข้าสินค้าจากไทย เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องใช้ไฟฟ้า วัสดุก่อสร้าง เครื่องอุปโภคบริโภค ปัจจุบันยังไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ มีเพียงกลุ่มทุนจีนและเกาหลีใต้ที่เข้ามาเช่าที่ดินไว้แล้วนับหมื่นไร่ ด้านที่พักมีโรงแรมขนาดเล็กประมาณ 4 แห่ง

จีนยึดหลวงน้ำทา

สำหรับแขวงหลวงน้ำทานั้นถือว่ามีศักยภาพมาก เพราะเป็นจุดกึ่งกลางหรือจุดแวะพักของผู้สัญจรบนถนน R3A และยังเป็นพื้นที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์มาก มีป่าไม้มากถึง 59% ของเนื้อที่ทั้งหมด 9,325 ตารางกิโลเมตร เป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญทั้ง ถ่านหิน ทองแดง ทองคำ ตะกั่ว และมีแม่น้ำมากถึง 76 สาย ซึ่งเจ้าแขวงหลวงน้ำทาระบุว่าสามารถพัฒนาเป็นเขื่อนไฟฟ้าขนาดกลางและขนาดเล็กได้

ปัจจุบันมีนักลงทุนไทยปักหลักทำธุรกิจน้อยมาก เช่น บริษัท ขุดค้นถ่านหินเวียง ภูคา จำกัด เข้าไปทำเหมืองถ่านหินที่บ้านน้ำเงิน แขวงหลวงน้ำทา โดยลำเลียงด้วยรถบรรทุกมาที่ อ.เชียงของ เพื่อส่งให้กับปูนซีเมนต์นครหลวง ที่ จ.สระบุรี ซึ่งมีอายุสัมปทาน 40 ปี

ตลอด 2 ข้างทาง แม้เส้นทางจะค่อนข้างคดเคี้ยวต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่แล้ว เสน่ห์ของที่นี่คือ อากาศเย็นสบาย มีวิวทิวทัศน์ ป่าไม้ ภูเขาที่สวยงามมาก โดยเฉพาะบริเวณดอยทัพฟ้า ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติน้ำห้า นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านของชนเผ่าต่างๆ 17 ชนเผ่าที่ดำรงชีพอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวอย่างยิ่ง และตั้งแต่เดือนมีนาคม 2551 มีการเปิดใช้สนามบินหลวงน้ำทาแล้ว

ขณะนี้การลงทุนในเมืองหลวงน้ำทาคึกคักมาก ซึ่งทุนจีนกำลังรุกหนัก โดยเฉพาะภาคบริการ โดยกำลังเร่งก่อสร้างโรงแรมอย่างน้อย 3 แห่ง และปลูกยางพารา ส่วนที่เมืองบ่อเต็นชายแดนลาว-จีน กลุ่มทุนจีนได้เช่าพื้นที่ติดชายแดนพัฒนาเป็นโรงแรม บ่อนกาสิโน และร้านค้าจำนวนมาก ลูกค้าหลักตอนนี้ก็คือชาวจีน

สินค้าจีนทะลักไทย

หากข้ามฟากไปฝั่งจีนคือ เมืองบ่อหาน หรือโม่ฮาน พบว่ามีความเจริญแตกต่างกับฝั่งลาวอย่างชัดเจน มีด่านพรมแดนขนาดใหญ่และทันสมัย มีอาคารพาณิชย์ ที่พักหลายสิบคูหา พร้อมรองรับการลงทุนเต็มที่ บริษัทไทยที่ไปลงทุนศูนย์โลจิสติกส์ที่เมืองบ่อหานเพื่อทำคลังสินค้า ท่าพักคอน เทนเนอร์ สถานีน้ำมัน คือ บมจ.ทรานซ์เอเชีย โลจิสติกส์ และอีก 60 กิโลเมตรก็จะถึงเมืองลา ซึ่งมีความเจริญมากเช่นกัน

ถัดจากเมืองลามุ่งสู่เมืองจิ่งหง หรือเชียงรุ่ง เขตปกครองตนเองสิบสองปันนา มณฑลหยุนหนาน พื้นที่ทางผ่านคือ เมืองสิงห์ เมืองนูน เมืองฮา ถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มาก และมีผลต่อภาคการเกษตรของไทยแน่นอน เพราะปัจจุบันจีนปูพรมปลูกยางพาราจำนวนหลายล้านไร่แทบทุกขุนเขา บางแห่งกรีดน้ำยางใช้ในประเทศได้แล้ว นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งผลิตอาหารสำคัญทั้งข้าว ข้าวโพด กล้วย ชา ดอกไม้ ผัก ผลไม้ และใบยาสูบ

จุดสุดท้ายคือเมืองเชียงรุ่ง ซึ่งเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจใหม่ของจีนติดแม่น้ำโขง กลุ่มบริษัท ไทยแลนด์ โกลบอล ไลเซชั่น อีโคโนมิก แอนด์ โปรโมชั่น เน็ตเวิร์ค ได้เข้าไปลงทุนก่อสร้างเขตนิคมอุตสาหกรรม และที่นี่กำลังเปิดต้อนรับ นักท่องเที่ยวไทยเต็มที่ เพราะมีชาวไทลื้อที่พูดภาษาไทยคล้ายกับเชียงใหม่ เชียงราย และยังมีวัฒนธรรม ประเพณี อาหารการกินเหมือนชาวเหนือของไทยอีกด้วย

ที่สำคัญเชียงรุ่งยังมี "ท่าเรือจิ่งหง" ซึ่งมีความทันสมัยรองรับเรือขนาดใหญ่ได้ทั้งเรือขนส่งสินค้า และนักท่องเที่ยว ซึ่งการขนส่งทางเรือผ่านแม่น้ำโขงมายังท่าเรือเชียงแสน จ.เชียงราย จีนได้เปรียบมากเพราะมีความเชี่ยวชาญการต่อเรือและเดินเรือในลำน้ำโขง และมีต้นทุนต่ำกว่าทางบก

ในอนาคตสินค้าจีนจะหลั่งไหลเข้าสู่พม่า ลาว และไทยเพิ่มมากขึ้นทุกปีทั้งช่องทางแม่น้ำโขงและ R3A นี่คือ ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังมาเยือนคนไทย