บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

กลฉ้อฉล แตกต่างกับ การฉ้อฉล

 

กลฉ้อฉล แตกต่างกับ การฉ้อฉล

กลฉ้อฉล คือ การหลอกลวงให้ผู้อื่นแสดงเจตนาทำนิติกรรม และการหลอกลวงนั้น ต้องถึงขนาดที่ทำให้ผู้นั้นแสดงเจตนาเข้าทำนิติกรรมด้วย ซึ่งแสดงว่า ถ้าไม่มีการหลอกลวง ผู้นั้นจะไม่เข้าทำนิติกรรมด้วย มีผลทำให้ นิติกรรมที่ทำขึ้นเพราะถูกกลฉ้อฉลเป็นโมฆียะ 

การฉ้อฉล คือ การที่ลูกหนี้กระทำนิติกรรมที่มีวัตถุแห่งนิติกรรมเป็นสิทธิในทรัพย์สิน การทำลงไปและทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ ถ้าผู้ที่เข้าทำนิติกรรมนั้นกับลูกหนี้รู้ถึงการเสียเปรียบของเจ้าหนี้ ยกเว้นการให้โดยเสน่หา เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องเพิกถอนได้ภายใน ๑ ปี และยังเข้าใจไปว่า "การฉ้อฉล" ต้องมีนิติกรรมที่สมบูรณ์เพื่อให้เพิกถอนได้เสียก่อน เพราะถ้าไม่มีนิติกรรมที่สมบูรณ์ ซึ่งก็จะไม่มีอะไรให้เพิกถอน "การฉ้อฉล" ได้

ดังนั้น จากกรณีดังกล่าว จะเห็นได้ว่า กลฉ้อฉล แตกต่างกับ การฉ้อฉล โดยสิ้นเฉิง ซึ่ง กลฉ้อฉลนั้นเป็นเรื่อง นิติกรรม ส่วน การฉ้อฉล นั้นเป็นเรื่อง หนี้ และมาตรากฎหมายมีรายละเอียดที่แตกต่างกันด้วย

นิติกรรม กับ หนี้ที่เกิดจากนิติกรรม เป็นอย่างเดียวกัน ไม่อาจจะแยกจากกันได้ เพราะหนี้อาจจะเกิดจากสัญญาในรูปแบบต่างๆ ซึ่งสัญญานั้นก็คือ นิติกรรมนั้นเอง ไม่เหมือนกับ หนี้ที่เกิดจากการละเมิด จะไม่ใช่นิติกรรม

 

#กลฉ้อฉล ไม่จำเป็นเป็น โมฆียะ เพียงอย่างเดียว เพราะอย่างที่บอกว่า นิติกรรม กับ หนี้เป็นอย่างเดียวกัน ดังนั้น การทำสัญญาบางอย่างเช่นต่างตอบแทน ซึ่งทำให้คู่สัญญาต่างก็เป็นหนี้ซึ่งกันและกัน หากมีคนมาทำกลฉ้อฉลให้เกิดเป็นสัญญาขึ้น เช่น มีคนมาหลอกให้ทำสัญญา อย่างนี้ สามารถปรับเป็นการ "สำคัญผิด" ได้ ซึ่งการสำคัญผิดนั้น กฎหมายบอกว่า ให้เป็น "โมฆะ" ตาม ป.พพ.ม.156 (ฎ.504 - 505/2543 , ฎ.843/2501 , ฏ.921/2501) ซึ่งเป็นนิติกรรม ที่เป็นทั้ง กลฉ้อฉล และ สำคัญผิด ในอันเดียวกัน

 

#การฉ้อฉล กฎหมายไม่ไดใช้แค่คำอย่างนี้ แต่กฎหมายใช้คำว่า "เพิกถอนการฉ้อฉล" ซึ่งต้องเขียนติดกัน จะแยกระหว่าง เพิกถอน กับ การฉ้อฉล ออกไปไม่ได้เพราะจะทำให้เสียความหมาย ต้องมีคำว่าเพิกถอนด้วยเพื่อเป็นการแบ่งแยกระหว่าง กลฉ้อฉล กับ เพิกถอนการฉ้อฉล ความจริงแล้ว ไม่ควรนำ 2 เรื่องนี้มาปะปนกัน แม้จะมีคำว่า "ฉ้อฉล" เหมือนกัน แต่ถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน การเพิกถอนการฉ้อฉล อยู่ในมาตรา 237 - 240 ซึ่งอยู่ใน "หมวด 2 ผลแห่งหนี้ ส่วนที่ 4 เพิกถอนการฉ้อฉล" ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าหนี้ไม่ได้รับชำระหนี้เพราะลูกหนี้เอาหนี้นั้นไปให้คนอื่น ซึ่งเจ้าหนี้มีทางเลือก 2 ทางคือ 1.ฟ้องให้ทำตามสัญญาต่อไป (ตามไปเพิกถอนการฉ้อฉลด้วย) กับ 2.บอกเลิกสัญญาไปเลยไม่จำว่าเจ้าหนี้จะต้องใช้สิทธิเพิกถอนการฉ้อฉล อาจจะบอกเลิกสัญญาก็ได้

 

#สรุป คือ กลฉ้อฉล กับ การเพิกถอนการฉ้อฉล มีสิ่งที่เหมือนกันคือ "ฉ้อฉล" ซึ่งคำๆนี้ มีความหมายว่า "โกหก หลอกลวง" ซึ่งขึ้นอยู่กับว่า โกหกใคร โกหกตอนไหน