บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ข้าวไทย : การส่งออกที่ขยายตัวภายใต้การแข่งขันหลังการเปิดเสรี

ข้าวไทย : การส่งออกที่ขยายตัวภายใต้การแข่งขันหลังการเปิดเสรี

ข้าวเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของหลายประเทศไม่ว่าจะเป็นไทย จีน และเวียดนาม  แต่ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับหนึ่งของโลก  รองลงมาคือ เวียดนาม   โดยไทยส่งออกข้าวได้ประมาณปีละ 7-8 ล้านตัน  มูลค่าเฉลี่ย 83,409 ล้านบาท

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไทยได้เจรจาข้อตกลงการค้าเสรีกับหลายประเทศ  และข้าวเป็นสินค้าเป้าหมายหลักที่ไทยต้องการผลักดันให้ประเทศคู่ค้าเปิดตลาดให้ข้าวไทยมากขึ้น  จะเห็นว่าหลังเปิดเสรีการค้าสินค้ากับออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และจีน ปรากฎว่าการส่งออกข้าวไทยไปยังประเทศดังกล่าวได้เพิ่มขึ้น คือ  ในออสเตรเลีย   มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 1,060.1 ล้านบาท ในปี 2547 เป็น 1,445.8 ล้านบาท ในปี 2548 เพิ่มขึ้นร้อยละ 36.4 และในไตรมาส แรก (ม.ค.-มิ.ย.) ของปี 2549 การส่งออกมีมูลค่า 650.6 ล้านบาทเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 จากช่วงเดียวกันของปี 2548 นิวซีแลนด์  มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 184.8 ล้านบาท  ในเดือน ก.ค. 47 - มิ.ย. 48 เป็น 208.4 ล้านบาท ในเดือน ก.ค. 48- มิ.ย. 49 เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7

สำหรับ จีน  แม้สินค้าข้าวส่วนใหญ่เป็นสินค้าอ่อนไหวสูง( highly sensitive ) ยังคงไม่ได้ลดภาษีนำเข้า     ลงมา  แต่จีนจะเริ่มลดภาษีข้าวนอกโควตา( สินค้า highly sensitive) ลงมาในปี 2558 เหลือร้อยละ 50   (จากปัจจุบันเก็บในอัตราร้อยละ 65.0) ตลาดจีนยังคงเป็นตลาดที่น่าจับตามองในฐานะเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญในอันดับต้นๆ ของไทย  ที่ผ่านมาก็มีการนำเข้าจากไทยเพิ่มขึ้นอย่างมากแม้ว่าจะยังไม่ได้มีการลดภาษีตามกรอบ FTA ก็ตาม   โดยไทยสามารถส่งออกข้าวไปยังจีนเพิ่มขึ้นจาก 320,773.4 ตัน  มูลค่า 4,456.6 ล้านบาทในปี 2545 เป็น 513,516.3 ตัน  มูลค่า 7,773.8 ล้านบาท  ในปี 2548 และในครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย.)  ของปี 2549 เป็น 302,765.8 ตัน  มูลค่า 4,299.0 ล้านบาท  เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2548 ทั้งปริมาณและมูลค่าร้อยละ 83.1 และ 72.9 ตามลำดับ

แม้ว่าไทยจะครองตลาดการส่งออกข้าวอันดับ 1 อยู่นี้ ในขณะที่ เวียดนามเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ก็พยายามเร่งพัฒนาตนเองเพื่อจะแซงหน้าประเทศไทย  ปัจจุบันเวียดนามมีการส่งออกข้าวเฉลี่ยประมาณ 4-5 ล้านตันต่อปี  เทียบกับไทยที่ส่งออกเฉลี่ยประมาณ 7-8 ล้านตันต่อปี   และเวียดนามมีการส่งออกข้าวเพิ่มขึ้นในแต่ละปี    ทั้งนี้เนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีที่ช่วยให้สามารถผลิตข้าวได้มากกว่าเดิม  โดยการปรับปรุงเทคโนโลยีการชลประทาน   การผลิตใช้เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวเพื่อเก็บรักษาข้าวเปลือกให้คงคุณภาพไว้  และคุณภาพของข้าวก็ดีขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน   นอกจากนี้        กระทรวงเกษตรฯ ของเวียดนามได้ปรับแผนยุทธศาสตร์ในการผลิตข้าวถึงปี 2550 ด้วยการเพิ่มพื้นที่เพาะปลูกข้าวอีกกว่า 6.25 ล้านไร่ในภาคใต้ และ 1.8 ล้านไร่ในภาคเหนือ  โดยมีเป้าหมายที่จะผลิตข้าวให้ได้ถึง 36 ล้านตันต่อปี

ถึงแม้ว่าเวียดนามสามารถผลิตข้าวได้มากขึ้นแต่ก็ประสบปัญหาด้านคุณภาพของผลผลิตที่ไม่แน่นอน   และข้าวหอมมะลิที่ส่งออกนั้นยังคงมีปริมาณน้อย  เนื่องจากเวียดนามยังไม่สามารถปลูกข้าวชนิดนี้ได้ทั่วไป   ประกอบกับข้าวหอมมะลิของเวียดนามยังมีคุณภาพต่ำกว่าข้าวหอมมะลิของไทย  ซึ่งข้าวหอมมะลิของเวียดนามจะมีเมล็ดข้าวที่มีรูปร่างของเมล็ดไม่สม่ำเสมอและรสชาติสู้ข้าวหอมมะลิไทยไม่ได้ ทำให้ข้าวเวียดนามถูกเปรียบเทียบว่ามีคุณภาพต่ำกว่าในตลาดโลก

ดังนั้น ชาวนาไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  คงจะนิ่งนอนใจไม่ได้แต่ควรจะต้องรีบพัฒนาคุณภาพข้าวเพื่อรักษาศักยภาพการแข่งขันและเป็นผู้ครองตลาดอันดับหนึ่งของโลกตลอดไป