บริการของเรา

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรและสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เช่น การลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามมาตรา๑๒หรือมาตรา๑๔แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ๒๕๓๐

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคดีผิดศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอคืนภาษีศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอใบอนุญาตตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑบนหรือเขตปลอดอากร

  

 


สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงร่างกฎหมายศุลกากร ฉบับใหม่

ดัชนีบทความ
ความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงร่างกฎหมายศุลกากร ฉบับใหม่
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

ความจำเป็นที่ต้องปรับปรุงร่างกฎหมายศุลกากร ฉบับใหม่

เดิมการยกร่างพ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 มีจุดประสงค์เพื่อแก้ไขสนธิสัญญาที่ ไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพื่อให้ประเทศไทยมีอิสระในการจัดเก็บรายได้ โดยในสมัยที่พระ วรวงศ์เธอพระองค์เจ้าพร้อมพงษ์อธิราช ทรงดำรงตำแหน่งอธิบดี และ มร.วิลเลียมนันท์ (Mr. Wullam Nuns) เป็นที่ปรึกษาศุลกากร ทางการได้จัดร่างกฎหมายวางระเบียบวิธีการศุลกากรขึ้นฉบับหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2452 (ร.ศ.128) เรียกว่า ร่างข้อบังคับการค้าและศุลกากร [Trade and Customs Regulations 128 (1909)]  โดยอาศัยตามหลักในกฎหมายอังกฤษเป็นแบบฉบับ ลงวันที่ 24 กรกฎาคม ค.ศ.1879 (พ.ศ. 2419) ชื่อ Customs Consolidation Act.1879   แล้วส่งร่างข้อบังคับทางการค้าดังกล่าว [Draft of Proposed Trade and Customs Regulation for the Kingdom of Siam, R.S. 128 (1909)] ไปให้นานาประเทศที่มีสัญญาทางพระราชไมตรีกับประเทศไทย พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน  หลังจากนั้นจึงประกาศ ใช้เป็นกฎหมายนั่นคือ พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469  ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบันการจัดเก็บภาษีศุลกากรเพื่อเป็นรายได้ของรัฐมีบทบาทลดลง  เนื่องจากมีการลดการกีดกันทางการค้าที่เป็นมาตรการทางภาษี(Tariff Barrier)โดยมีการลดอัตราภาษีแบบเป็นการทั่วไปและการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีเพื่อยกเว้นและลดอัตราภาษีระหว่างประเทศสมาชิกภาคีสำหรับสินค้าประเภทวัตถุดิบแต่สำหรับสินค้าประเภททั่วไปบางรายการ เช่นรถยนต์ยังมีอัตราภาษีสูง ดังนั้นภาษีศุลกากรจึงจัดเก็บได้จากสินค้าประเภทบริโภคและอุปโภคเป็นหลักโดยมีลักษณะอย่างเดียวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม บทบาทของกรมศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีศุลกากร จึงมีหน้าที่ส่งเสริมการค้าภายประเทศเพื่อให้เกิดการนำเข้าเพื่อให้สามารถจัดเก็บภาษีศุลกากรได้สูงขึ้นและเป็นการส่งเสริมผู้ประ กอบการ SMEไปพร้อมกันด้วย

หน้าที่ของกรมศุลกากรในส่วนที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศเพื่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาในระบบเศรษฐกิจที่เดิมเป็นการส่งเสริมการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิตสินค้าส่งออกไปต่างประเทศ จำเป็นต้องเพิ่มบทบาทของกรมศุลกากรโดยส่งเสริมให้ใช้เขตสิทธิพิเศษทางภาษีอากร เช่น คลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากรให้เป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าในภูมิภาคเอเชีย เช่นเดียวกับประเทศสิงค์โปร์โดยการค้าต่างประเทศผ่านเขตสิทธิพิเศษทางภาษีอากรคือระบบคลังสินค้าทัณฑ์บนและเขตปลอดอากร สำหรับสำนักงานศุลกากรหรือด่านศุลกากรในสังกัดกรมศุลกากรในระบบโลจิสติกส์ถือว่ามีฐานะเป็นจุดพักรถเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายศุลกากรและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง หากการปฏิบัติที่จุดนี้ล่าช้า ย่อมมีความเสี่ยงให้ต้นทุนการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น ส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของประเทศ จึงอาจส่งผลกระทบต่อการส่งเสริมการลงทุนตามนโยบายของรัฐบาลและอาจส่ง ผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) โดยการเชื่อมโยงกับระบบคมนาคมการขนส่งกับประเทศเพื่อนบ้านและจีนตอนใต้หากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) จะส่งผลให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการเงิน การมีระบบศุลกากรที่เป็นมาตรฐานสากลที่มีความสดวกและรวดเร็วโดยเฉพาะพิธีการผ่านแดนที่ จะเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) ดังนั้นหากประเทศไทยมิได้มีการส่งเสริมการบริการพิธีการศุลกากรสำหรับของผ่านแดนให้ทัดเทียมประเทศเพื่อนบ้าน เช่นประเทศลาวและประเทศมาเลเซียแล้ว ประเทศไทยจะเป็นเพียง Gateway คือเป็นประตูให้รถผ่านเท่านั้น ผลประโยชน์ที่จะได้รับจะตกอยู่กับประ เทศเพื่อนบ้าน