บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การสำรวจเส้นทางถนนไทย- ลาว-เวียดนาม-จีน

ดัชนีบทความ
การสำรวจเส้นทางถนนไทย- ลาว-เวียดนาม-จีน
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

การสำรวจเส้นทางถนนไทย- ลาว-เวียดนาม-จีน

แส้นทางถนนไทย- ลาว-เวียดนาม-จีน (1)

ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2549 ผู้เขียนได้รับเชิญจากกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ในการลงพื้นที่สำรวจเส้นทางขนส่งทางถนนจากประเทศไทย โดยใช้เส้นทางสะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงเข้าไปในประเทศ สปป. ลาวผ่านประเทศเวียดนาม โดยการสำรวจจะไปสิ้นสุดที่นครหนานหนิงในมณฑลกวางสี ประเทศจีน โดยวัตถุประสงค์สำคัญของการเดินทางก็เพื่อที่จะได้หาลู่ทางการค้า และเส้นทางถนนเข้าไปสู่จีนตอนใต้ (ที่ถูกต้องควรเป็นจีนภาคตะวันตกฉียงใต้) เพื่อที่จะใช้เป็นทางเลือกกับขนส่งทางทะเล ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับค่าระวางเรือ (Sea Freight Charge) การขนส่งทางถนนอาจจะดูสูงกว่า แต่เมื่อดูถึงต้นทุนรวมพบว่าการขนส่งทางทะเลต้องใช้เวลาขนส่งจากท่าเรือแหลมฉบังจนถึงท่าเรือเซินเจิ้นหรือกวางโจว รวมระยะเวลาแล้ว 11-14 วัน และยังต้องขนส่งทางถนนจากท่าเรือไปจนถึงตอนกลางของประเทศ เมื่อรวมเบ็ดเสร็จแล้ว การขนส่งทางถนนก็ไม่ได้แพงกว่าการขนส่งทางทะเล โดยสามารถขนส่งได้จนถึงผู้รับปลายทางที่เรียกว่า Door To Door อีกทั้งการขนส่งจากหนองคายไปจนถึงนครหนานหนิงในมณฑลกวางสี ก็ใช้ระยะเวลาไม่เกิน 4 วัน ซึ่งจะรวดเร็วกว่าการขนส่งทางทะเล ผู้เขียนเห็นว่า ผลของการสำรวจเส้นทางครั้งนี้ น่าจะเป็นประโยชน์ จึงได้เรียบเรียงบทความออกเป็น 3-4 ตอน ซึ่งผู้อ่านที่มีความสนใจสามารถติดตามได้ อย่างไรก็ดี ข้อเขียนในบทความนี้เป็นมุมมองของผู้เขียน อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง ก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละคนถือว่ามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน..ไม่มีใครถูกและใครผิด อันนี้ต้องบอกกันไว้ก่อน!!

วันแรกของการเดินทาง ได้เริ่มจากจังหวัดหนองคาย โดยใช้เส้นทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวเข้าไปในเขตลาว โดยได้แวะประชุมกับทางศุลกากรลาว ที่เรียกในภาษาลาวว่า แผนกภาษีซึ่งพบว่าการขนส่งสินค้าจากลาวไปประเทศที่สาม ไทยยังไม่มีข้อตกลงสินค้าข้ามแดน จึงจะต้องมีการผ่านพิธีการศุลกากร โดยการทำ ใบประกัน”  ซึ่งก็สามารถใช้แบบเงินสดหรือธนาคารค้ำประกัน จากธนาคารซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศลาว โดยสินค้าผ่านแดน ที่เรียกว่า Transit จากลาว ทางศุลกากรของประเทศลาวจะมีการเปิดตรวจ ที่เรียกว่า เปิดเบิ่งหากสินค้าถูกต้องกับเอกสาร ก็จะทำการ Seal ตู้หรือที่ทางศุลกากรลาวเรียกว่า หนีบกั่วประเด็นที่น่าสังเกต จะมีรถสินค้าไทยไปจอดรอที่ด่านแต่เช้า โดยพิธีการศุลกากรของลาวก็ค่อนข้างจะมีมากพอควร โดยสินค้าที่เป็นผัก ผลไม้ ก่อนจะเข้าประเทศลาวได้ จะต้องมีการตรวจกักกันพืชจากฝั่งไทย โดยการทำใบขนสินค้าจะต้องกระทำ โดยชิปปิ้ง ซึ่งจะต้องมี License หรือใบอนุญาตจาก สปป.ลาว ซึ่งประเด็นสำคัญ ก็คือ การกรอกข้อความในใบขนสินค้า ซึ่งต้องใช้ภาษาลาว ซึ่งไม่ใช่ภาษาสากล ทำให้เป็นปัญหาเพราะต้องใช้เขียนด้วยลายมือ ขณะที่ของไทยเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDI  และกำลังจะข้ามขั้นไปสู่ระบบไร้เอกสาร Paperless สำหรับรถบรรทุกที่เข้าไปลาวนั้น เรื่องจากระบบการจราจรต่างกับไทย เพราะทางลาวขับชิดขวา รถไทย หากจะเข้าไปลาวจึงต้องเป็นแบบ พวงมาลัยจากขวาเป็นซ้าย หากเปลี่ยนก็จะต้องขออนุญาตตามระเบียบของลาว ซึ่งจะต้องมีตำรวจนำส่งจนถึงชายแดน (ข้อเท็จจริงคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง) โดยเส้นทางการขนส่งจากอีสานตอนบนที่จะไปประเทศเวียดนามจะต้องใช้เส้นทางหมายเลข 13 จากแขวงบอลิคำไซ โดยผ่านเมืองปากซัน ซึ่งจะอยู่ตรงข้ามกับอำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย หลังจากนั้นเส้นทางจะเข้าสู่เมืองคำเกิด ซึ่งเป็นทางแยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 8 ซึ่งหากตรงไปตามเส้นทางหมายเลข 13 ก็จะเข้าไปเมืองท่าแขก ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับนครพนม ทั้งนี้ การเดินทางของการสำรวจได้เลือกที่จะเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 8 จากเมืองคำเกิดเพื่อไปสู่เมืองหลักซาว ซึ่งถือเป็นชุมทางขนส่งหรือ HUB ของลาว โดยเส้นทางหมายเลข 8 เดิมทีเป็นถนนยุทธศาสตร์ทางทหาร เส้นทางจึงคดเคี้ยวผ่านไปทางไหล่เขา ถนนยังแคบแต่ก็มีควายมากกว่ารถ การจราจรจึงไม่เป็นปัญหา อีกทั้งต้องผ่านสะพานถึง 7 แห่ง ซึ่งสร้างด้วยไม้ โดยมีป้ายระบุว่า รับน้ำหนักได้ไม่เกิน 20 เมตริกตัน อาจจะเป็นปัญหาเมื่อมีการขนส่งด้วยรถคอนเทนเนอร์ ซึ่งปัจจุบันก็มีรถคอนเทนเนอร์ของไทย ซึ่งพึ่งบุกเบิกเส้นทางนี้ จะมีสัปดาห์ละประมาณ 4-5 เที่ยว แต่หากว่ามีการขนส่งเป็นเรื่องเป็นราวเดือนละหลายร้อยเที่ยว คงจะมีปัญหาเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยแน่นอน ประเทศลาวจะไม่ค่อยพัฒนาเส้นทางหรือสะพานเหล่านี้ เพราะถือว่าไม่มีรถบรรทุกลาวใช้ ซึ่งไม่ได้มีปัญหาเฉพาะเส้นทางหมายเลข 8 นี้เท่านั้น ในเส้นทาง R3E ที่เชื่อมไทย-ลาว-จีน จากอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย กับเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว ซึ่งประเทศไทยออกค่าใช้จ่ายให้ 1 ใน ส่วนที่เหลือประเทศลาว ก็ไม่สนใจที่จะก่อสร้าง อีกทั้งเส้นทางที่จะต่อเชื่อมไปจนถึงแขวงหลวงน้ำทาในส่วนของไทยนั้นก็คาดว่าในอีก 2 ปี คงเสร็จ สำหรับส่วนที่จีนรับผิดชอบจากเมืองบ่อหานก็คงเสร็จได้ในเวลาใกล้เคียงกัน แต่ส่วนที่ลาวต้องรับผิดชอบแขวงจากหลวงน้ำทามาเมืองเวียงภูคา ก็ยังไม่มีโครงการว่าจะก่อสร้างเมื่อใด ด้วยเหตุผลเดียวกันก็คือ ลาวไม่ได้ประโยชน์เพราะคงจะมีรถจีนกับไทยเท่านั้นที่ใช้ซึ่งทางลาวก็บอกว่าใครจะใช้ก็จ่ายเอง สู..ให้ที่สร้างเท่านั้น ดังนั้น ที่หลายฝ่ายฝากความหวังไว้กับเส้นทางนี้ก็คงจะต้องรออีกนาน นอกจากไทยหรือจีนจะควักกระเป๋าจ่ายค่าก่อสร้างแทนลาว อย่างนี้คงไม่มีปัญหา


แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2012 เวลา 14:55 น.