บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การค้าชายแดน

ดัชนีบทความ
การค้าชายแดน
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

การค้าชายแดน

1. ความเป็นมาและความหมายการค้าชายแดน

การค้าชายแดนเป็นรูปแบบหนึ่งของการค้าระหว่างประเทศ ที่เริ่มมาจาก การซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินค้าที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของประชาชนที่อาศัยตามแนวพรมแดนของประเทศ ส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูง และไม่มีการส่งมอบเอกสารหรือหลักฐานทางการค้า

แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยและประเทศต่างๆในภูมิภาคมีความร่วมมือกันในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมหลายโครงการ เช่น โครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคกลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ หรือหกเหลี่ยมเศรษฐกิจ (Greater Mekong Subregion : GMS) และ ยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Economic Cooperation Strategy : ECS) ทำให้มีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานในภูมิภาคในหลากหลายด้าน ที่สำคัญได้แก่ โครงข่ายเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงประเทศต่างๆในภูมิภาค ตามแนวตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor) เชื่อมโยงพม่า-ไทย-ลาว-เวียดนาม และแนวเหนือ-ใต้ (North-South Economic Corridor) เชื่อมโยงไทย-พม่า-ลาว-จีนตอนใต้ (ยูนนาน) รวมทั้ง ความร่วมมือระหว่างประเทศที่นำไปสู่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม การเพิ่มขึ้นของระดับรายได้ อัตราค่าจ้าง หรือการจ้างงาน ปัจจัยต่างๆนี้ ล้วนส่งเสริมให้การค้าชายแดนมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น และมีศักยภาพขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต

2. ภาพรวมการค้าชายแดน

2.1 รูปแบบการค้าชายแดน ในทางปฏิบัติสามารถแบ่งการค้าชายแดนได้ใน 2 ลักษณะ คือ

2.1.1 การค้าผ่านระเบียบพิธีการศุลกากร เป็นการค้าที่ดำเนินการ/ปฏิบัติตามขั้นตอนข้อกำหนดของทางการ

2.1.2 การค้าไม่ผ่านระเบียบพิธีการศุลกากร จะมีทั้งการค้าที่ถูกกฎหมายและไม่ถูกกฎหมาย ขึ้นอยู่กับเจตนาและปัจจัยแวดล้อมต่างๆ หากเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าในวงเงินและในพื้นที่ที่ทางการกำหนด เช่น การค้าภายในบริเวณจุดผ่อนปรนในเรื่องระเบียบพิธีการทางการค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนของทั้ง 2 ประเทศ สามารถซื้อขายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน นับเป็นการค้าที่ถูกกฎหมาย แต่หากเป็นการค้าที่มีเจตนาเลี่ยงการทำพิธีการศุลกากรหรือเลี่ยงภาระภาษี หรือลักลอบทำการค้า นับเป็นการค้าที่ไม่ถูกกฎหมาย

2.2 จุดการค้าชายแดนไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีจุดการค้าชายแดนกระจายรอบพรมแดนไทย ประกอบด้วยจุดการค้าผ่อนปรน และจุดการค้าถาวร ลักษณะที่แตกต่างกันของจุดการค้าทั้ง 2 ประเภท คือ จุดการค้าผ่อนปรน เป็นจุดการค้าที่ทางการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติเปิดหรือปิดจุดการค้า ส่วนใหญ่มักเป็นจุดการค้าที่ชุมชนชายแดนใช้เป็นที่ซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ามาตั้งแต่อดีต ในปัจจุบันจุดผ่อนปรนหลายแห่งได้ยกระดับเป็นจุดการค้าถาวร ซึ่งเปรียบเหมือน International Border การเปิด/ปิด จุดการค้าถาวรต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ

2.3 มูลค่าการค้าชายแดน และโครงการสร้างการนำเข้า/ส่งออก สินค้า

มูลค่าการค้าชายแดนไทยกับเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ที่ผ่านระเบียบพิธีการศุลกากรขยายตัวต่อเนื่อง ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2545-2547) มีอัตราการขยายตัวประมาณร้อยละ 20-35 และมีมูลค่าการค้าเฉลี่ยประมาณปีละ 2.9 แสนล้านบาท มูลค่าการค้าดังกล่าวไม่รวมการค้าชายแดนที่ไม่ผ่านระเบียบพิธีการศุลกากรที่คาดว่ามีมูลค่าไม่น้อย อย่างไรก็ดี ด้วยข้อจำกัดด้านข้อมูลตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดน ในรายงานนี้จะเป็นข้อมูลเฉพาะการค้าชายแดนที่ผ่านระเบียบพิธีการศุลกากรเท่านั้น

การนำเข้าและส่งออกสินค้าผ่านการค้าชายแดน ประกอบด้วยสินค้าหลากหลายประเภท ที่สำคัญ คือ สินค้าอุปโภค/บริโภค ไม้แปรรูป ยางพารา โค กระบือ รวมทั้ง ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีมูลค่าการซื้อขายระดับสูง โดยการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) นำเข้าจากประเทศพม่าตั้งแต่ปี 2543 เพื่อนำมาใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าที่โรงงานไฟฟ้า จังหวัดราชบุรี มูลค่าประมาณปีละ 4.1 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 14 ของยอดรวมมูลค่าการค้าชายแดน

เมื่อพิจารณาฐานะดุลการค้าชายแดนไทย โดยไม่นับรวมมูลค่าการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศพม่าพบว่า ประเทศไทยมีฐานะเกินดุลการค้ากับเพื่อนบ้านทั้ง 5 ประเทศ แต่หากนับรวมมูลค่าการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งมีมูลค่าการนำเข้าระดับสูง พบว่าประเทศไทยจะมีฐานะขาดดุลการค้ากับประเทศพม่า แต่ยังเกินดุลการค้ากับประเทศมาเลเซีย จีนตอนใต้ ลาวและกัมพูชา

2.4 เปรียบเทียบสัดส่วนของการค้าชายแดนกับการค้าระหว่างประเทศ

หากพิจารณาความสำคัญของมูลค่าการค้าชายแดน โดยเปรียบเทียบมูลค่าการค้าชายแดนเทียบกับมูลค่าการค้าระหว่างประเทศ เฉลี่ยปี 2545-2547 พบว่า มูลค่าการค้าชายแดนไทยกับเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ มีสัดส่วนน้อยมากเพียงร้อยละ 4 ของมูลค่ารวมการค้าระหว่างประเทศไทยกับทุกประเทศ ในโลก อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของประเทศไทยกับทุกประเทศ ในโลก อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ พบว่าส่วนใหญ่เป็นการค้าชายแดน กล่าวคือประมาณร้อยละ 70-90 ของการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศพม่า ลาว และกัมพูชา เป็นการค้าชายแดน และเนื่องจากประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่มีศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจระดับสูงทำให้มูลค่าการค้าชายแดนมีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนการค้าชายแดนไทยกับจีนตอนใต้ แม้ปัจจุบันมีสัดส่วนที่ต่ำเมื่อเทียบกับการค้าระหว่างประเทศ แต่ประเทศจีนเป็นประเทศที่มีแนวโน้มการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง และรัฐบาลจีนมีแผนพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง รวมทั้ง การทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศไทย-จีน (FTA) ภายใต้ข้อตกลงอาเซียนเมื่อเดือนตุลาคม 2546 ที่ผ่านมา ทำให้มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทย-จีนตอนใต้มีโอกาสขยายตัวเพิ่มขึ้นในอนาคต สำหับการค้าระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียมีสัดส่วนของการค้าชายแดนและการค้าระหว่างประเทศในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน คือ ประมาณร้อยละ 50

เมื่อพิจารณาสัดส่วนการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 5 ประเทศ เฉลี่ยปี 2545-2547 พบว่าการค้าชายแดนประเทศไทยกับมาเลเซียมีสัดส่วนมากที่สุดหรือประมาณร้อยละ 60-75 ของมูลค่าการค้าชายแดนรวมทั้ง 5 ประเทศ เนื่องจาก ประเทศมาเลเซียมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ และดำเนินนโยบายการค้าเสรีมากกว่าประเทศเพื่อนบ้านอื่น ส่วนการค้าชายแดนไทยกับประเทศลาว และกัมพูชา มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน คือ ประมาณร้อยละ 6-9 ส่วนการค้าชายแดนไทยกับพม่าหากรวมการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ จะมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 20 ขณะที่การค้าชายแดนไทยกับจีนตอนใต้มีสัดส่วนที่ต่ำเพียงร้อยละ 1-2 ของมูลค่าการค้าชายแดนไทยกับเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ



แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2012 เวลา 13:54 น.