บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การค้ากับประเทศเวียตนาม

 

การค้ากับประเทศเวียตนาม

การค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียตนามมีการขยายตัว

ค่อนข้างมาก โดยไทยผลิตสินค้าที่มีมูลค่าสูงกว่า และใช้เทคโนโลยีสูงกว่าประเทศเวียตนาม ที่เน้นการผลิตที่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบขั้นพื้นฐานเป็นหลัก สำหับสินค้าหลักที่ไทยส่งไปเวียตนามคือ เม็ดพลาสติก น้ำมันสำเร็จรูป เหล็ก ก๊าซปิโตรเลียม ปูนซีเมนต์ เคมีภัณฑ์ รถจักรยานยนต์ และส่วนประกอบขณะที่ไทยนำเข้าเครื่องจักรไฟฟ้า น้ำมันดิบ ถ่านหิน เมล็ดพืช น้ำมัน และผลิตภัณฑ์สัตว์ทะเลจากเวียตนาม สำหรับการแข่งขันส่งออกสินค้าเกษตรสู่ตลาดโลกไทยเฉพาะการส่งออกข้าว ปรากฏว่าเวียตนามสามารถส่งออกได้เป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากภาคใต้สามารถปลูกข้าวได้ปีละ 3-4 ครั้ง ส่วนภาคเหนือปลูกข้าวได้ 3 ครั้ง แต่เป็นข้าวคุณภาพต่ำ แต่ของไทยเป็นข้าวคุณภาพสูงกว่าข้าวของเวียตนาม ดังนั้นข้าวไทยกับข้าวเวียตนามจึงเป็นสินค้าคนละตลาดกัน นอกจากนี้เวียตนามกำลังก้าวเข้าสู่การเป็นประเทศผู้ส่งออกยางพาราแข่งกับไทย โดยเข้าไปลงทุนปลูกยางในลาวที่แขวงจำปาสัก และจีนเป็นผู้นำเข้ายางจากเวียตนาม เนื่องจากเวียตนามมีเส้นทางคมนาคมทางบกติดต่อกับจีน โดยข้ามพรมแดนจีนที่ด่านหม่าลู่ (MALU) ผ่านเข้าสู่เมืองซินโจว (QUINZHOU) สำหรับการค้าระหว่างประเทศไทยกับประเทศเวียตนาม ปัจจุบันใช้เส้นทางขนส่งทางทะเล แต่ทางเวียตนามส่งเสริมให้ใช้ทางเลือกการขนส่งทางถนนหมายเลข 9 เชื่อมโยงเส้นทางขนส่งผ่านประเทศลาวที่สะหวันนะเขต ตรงข้ามจังหวัดมุกดาหารของไทย ที่มีสะพานข้ามแม่น้ำโขง เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าขายกับภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย หรือขนส่งสินค้าไปส่งออกที่ท่าเรือคำนิง, ท่าเรือไซง่อน หรือท่าเรือไฮฟอง

1. ด้านการลงทุน

เวียตนามมุ่งส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจของ

ประเทศสังคมเกษตรมาสู่สังคมอุตสาหกรรมเพื่อลดความแตกต่างของระดับการพัฒนากับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน ทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมส่งออกและทดแทนการนำเข้า การปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัย การส่งเสริมเขตอุตสาหกรรม

ส่งออกและอุตสาหกรรมไฮเทคเพื่อสนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศเวียตนามมากขึ้น โดยมีความได้เปรียบทางด้านวัตถุดิบ และต้นทุนการผลิตสินค้า เพราะมีค่าจ้างแรงงานต่ำกว่า โดยนักลงทุนส่วนใหญ่จะเส้นการสร้างโรงงานในเขตส่งเสริมการลงทุน ซึ่งจัดตั้งเป็นเขตเศรษฐกิจได้ มีสหรัฐอเมริกาลงทุนในเวียตนามมากที่สุดรองลงมาเป็นการลงทุนของนักลงทุนญี่ปุ่นที่กระจายความเสี่ยงการลงทุนในประเทศจีน ลำดับต่อมาเป็นนักลงทุนจากเกาหลีและไต้หวันตามลำดับ สำหับการลงทุนของญี่ปุ่นในเวียตนามมีสัดส่วนการลงทุนสูงกว่าไทย แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับสินค้าอุตสาหกรรมเวียตนามทีศักยภาพที่จะผลิตสินค้าประเภทใช้แรงงานที่ไร้ฝีมือเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี่

จุดแข็งอื่นของเวียตนาม อยู่ที่มีฐานประชากรกว่า 81 ล้านคน ทำให้เป็นตลาดรองรับการผลิตภายในประเทศ ประชากรมีความขยัน และค่าจ้างต่ำกว่าไทยกว่าครึ่ง ทำให้มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง และเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจจากการลงทุนจากต่างประเทศมาก สำหรับตำแหน่งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เหมาะสมต่อการเป็นศูนย์กลางขนส่งทางทะเลที่สำคัญในอนาคต เนื่องจากมีแนวชายฝั่งทะเลยาวกว่าสามพันกิโลเมตร แต่จุดด้อยของเวียตนามคือ แรงงานส่วนใหญ่ยังไร้ฝีมือ และมาตรการด้านกฎหมายที่ไม่แน่นอน โดยเฉพาะปัญหาความไม่โปร่งใส สำหรับการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ที่ยังไม่ก้าวหน้าส่งผลให้ค่าขนส่งสูง เมื่อเปรียบเทียบกับไทย การไม่มีอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ทำให้ขาดวัตถุดิบป้อนอุตสาหกรรม และแม้นว่าเวียตนามจะมีอุตสาหกรรมที่ตั้งใกล้จีน, แต่ไม่ได้ตั้งอยู่กึ่งกลางของประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ไทย จึงมีการพิจารณาว่าไทยมีศักยภาพสูงกว่า

2. ด้านการขนส่ง

เนื่องจากเวียตนามไม่มีพรมแดนทางบกติดต่อกับไทยการขนส่ง

สินค้าทางถนนต้องผ่านประเทศลาวหรือประเทศกัมพูชา สำหรับเส้นทางหลักของเวียตนามเป็นทางหมายเลข เริ่มจากภาคเหนือลงสู่ทางใต้ จากฮานอยถึงโฮจิมินห์ซิตี้ มีระยะทางประมาณ 1,800 Km. ด้านเหนือติดกับมณฑลกวางสีของจีน

เส้นทางเชื่อมโยงระหว่างเวียตนามกับไทย

(1) เส้นทางผ่านด่านศุลกากรหนองคาย ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำ

โขง ไปตามทางหมายเลข 13 (ถนนเลียบแม่น้ำโขง) ของลาวถึงเมืองปากซัน แขวงบอริคำไซ และผ่านทางหมายเลข 8 ที่เชื่อมต่อกับทางหมายเลข 13 ถึงพรมแดนเวียตนามที่ด่านน้ำเภา

(2) เส้นทางผ่านด่านศุลกากรนครพนมข้ามแม่น้ำโขงไปเมืองท่าแขก

แขวงคำม่วนของลาวซึ่งอยู่ตรงข้าม จังหวัดนครพนม และใช้เส้นทางหมายเลข 8 หรือเส้นทางหมายเลข 12 ถึงพรมแดนเวียตนาม

(3) เส้นทางผ่านด่านศุลกากรมุกดาหาร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำโขงไป

สะหวันนะเขตของลาว  ซึ่งอยู่ตรงข้ามจังหวัดมุกดาหาร    และใช้เส้นทางหมายเลข 9 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทาง EAST-WEST ECONOMIC CORRIDOR ถึงเมืองดองชาของเวียตนาม สามารถลงใต้สู่ท่าเรือดานังหรือขึ้นเหนือถึงเมืองรินท์

(4) เส้นทางผ่านด่านศุลกากรอรัญประเทศ จากอรัญประเทศ จังหวัด

สระแก้ว เข้าสู่เมืองปอยเปตของกัมพูชา ผ่านพนมเปญไปสู่โฮจิมินท์ซิตี้ของเวียตนามได้เช่นกัน

(5) เส้นทางผ่านด่านศุลกากรคลองใหญ่ เป็นการขนส่งทางทะเล โดย

จังหวัดตราดมีน่านน้ำเชื่อมกับประเทศกัมพูชาและประเทศเวียตนามตอนใต้

ศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 การนำของเข้าหรือส่งของออกนอกทางอนุมัติ “ในกรณีผู้นำเข้าหรือผู้ส่งของออก หรือผู้ขนส่งมีเหตุจำเป็น และแสดงความจำนงล่วงหน้าต่ออธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายว่าจะขนส่งของผ่านเขตแดนใด ๆ ทางบกหรือตอนใดแห่งเขตแดนนั้น ตามทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ อธิบดีหรือผู้ที่อธิบดีมอบหมายอาจอนุญาตเป็นหนังสือให้ขนส่งตามทางที่ขอ โดยจะกำหนดเงื่อนไขในการปฏิบัติประการใดก็ได้ ให้ถือว่าทางที่ได้อนุญาตเช่นว่านี้เป็นทางอนุมัติเฉพาะคราว”