บริการของเรา

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับพิธีการศุลกากรและสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร เช่น การลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามมาตรา๑๒หรือมาตรา๑๔แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ๒๕๓๐

· ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคดีผิดศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอคืนภาษีศุลกากร

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอใบอนุญาตตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

· ให้คำปรึกษาและดำเนินการขอจัดตั้งคลังสินค้าทัณฑบนหรือเขตปลอดอากร

  

 


สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ของติดตัวผู้โดยสารขาเข้า

 

ของติดตัวผู้โดยสารขาเข้า      

 

ของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรทุกชนิดเป็นของที่ต้องชำระภาษีอากร เว้นแต่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ยกเว้นค่าภาษีอากร
         

๑. ของที่ต้องภาษีอากร
              -   ของที่ผู้โดยสารนำเข้ามามีปริมาณเกินกว่าที่จะใช้สำหรับส่วนตนและหรือมีมูลค่ารวมทั้งหมดเกิน  2๐,๐๐๐ บาท
              -   สินค้าที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากรซึ่งมีมูลค่ารวมเกินกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท
              -   ของที่นำเข้ามาโดยมีลักษณะทางการค้า

          

๒. ของต้องห้าม เช่น สารเสพติด วัตถุหรือสื่อลามก เป็นต้น
         

๓. ของต้องกำกัด เช่น อาหาร ยา พืช สัตว์มีชีวิต เป็นต้น
         

๔. ของใช้ในบ้านเรือนจากการย้ายภูมิลำเนา
         

ของใช้ในบ้านเรือนหมายถึง ทรัพย์สินอื่นๆที่ไม่ใช่ของใช้ส่วนตัวและต้องมีกรรมสิทธิ์อยู่ก่อนการย้ายภูมิลำเนา เช่น โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เป็นต้น ซึ่งได้ผ่านการใช้งานมาแล้ว จะได้รับการยกเว้นอากรเพียงอย่างละหนึ่งหน่วย แต่หากย้ายภูมิลำเนาทั้งครอบครัวจะได้รับการยกเว้นอากรอย่างละ ๒ หน่วย สำหรับส่วนที่นำเข้ามาเกินกว่าที่กำหนดไว้จะต้องเสียอากร ตามปกติ โดยคำนวณจากหน่วยที่มีอากรสูงสุดหรือราคาสูงสุดตามลำดับ
         

ทั้งนี้ ของดังกล่าวจะต้องนำเข้าถึงประเทศไทยไม่เกิน ๑ เดือน ก่อนที่ผู้นำเข้ามาถึง หรือไม่เกิน ๖ เดือนนับแต่วันที่ผู้นำเข้ามาถึงและ/หรือนับแต่วันที่ได้รับสิทธิ์

 

หมายเหตุ

 

ตามประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร กำหนดของใช้ส่วนตัวต้องมีมูลค่าไม่เกิน๑๐ง๐๐๐ บาท

สำหรับการได้รับสิทธิ์ยกเว้นอากรสำหรับ สินค้าที่ซื้อจากร้านค้าปลอดอากร ที่ตั้งอยู่ในสนามบินศุลกากร ที่มีมูลค่ารวมไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ข้อ (๒๑)