บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

หน้าที่นำสืบตามกฎหมายศุลกากร

 

หน้าที่นำสืบตามกฎหมายศุลกากร

            1.  พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

                มาตรา 100 ในการฟ้องร้องคดีอันเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษีหรือเพราะเหตุพึงริบโดยประการอื่นก็ดีหรือยึดเพื่อเอาค่าปรับตามพระราช บัญญัตินี้ก็ดี ถ้ามีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นว่าค่าภาษีสำหรับของนั้น ๆ ได้ส่งชำระถูกต้องแล้วหรือหาไม่ หรือว่าของนั้น ๆ ได้นำเข้ามา ได้ขนขึ้นจากเรือ ได้ส่งออก ได้บรรทุกลงเรือ ได้ย้ายขนไป ได้เก็บ ได้ขาย หรือได้จัดการอย่างอื่นโดยชอบด้วยกฎหมายหรือหาไม่ไซร้ ท่านว่าหน้าที่พิสูจน์ตกอยู่แก่จำเลยทุกคดีไป

                2.  คำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบ

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2479

                พระราชบัญญัติศุลกากร 2469 มาตรา 100 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบว่าของได้เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยนำสืบไม่ได้ จำเลยก็ต้องมีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/1498/2479

                หน้าที่นำสืบตามมาตรา 100 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ลักลอบหนีภาษีขาเข้าหรือขาออก หากเกี่ยวกับผู้ซื้อของจากพ่อค้าในตลาดเปิดเผยไม่

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 211-217-2482

                จำเลยซื้อสินค้าที่ทำจากต่างประเทศภายในพระราชอาณาจักรสยามโดยสุจริต ไม่รู้ว่าสินค้านั้นยังมิได้เสียภาษี ดังนี้จำเลยไม่มีความผิด และกรณีเช่นนี้ เป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องนำสืบ จะยกมาตรา 100 มาปรับแก่คดีมิได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 736/2482

                พระราชบัญญัติศุลกากรบัญญัติว่า หน้าที่พิสูจน์ตกแก่จำเลยนั้น หมายความว่าจำเลยรับหรือพิจารณาได้ความปรากฏว่าของที่ต้องยึดนั้นจำเลยนำเข้ามาในพระราชอาณาจักรไม่มีข้อโต้เถียงในข้อแรกแล้ว ประเด็นข้อโต้เถียงข้อหลังที่ว่าค่าภาษีสำหรับของนั้นได้ชำระถูกต้อง หรือจำเลยนำเข้ามาโดยมิชอบด้วยกฎหมายจึงตกเป็นหน้าที่จำเลยจะต้องพิสูจน์

                โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นผู้กระทำผิดสักลอบนำของซึ่งยังมิได้เสียภาษีเข้ามาในพระราชอาณาจักร จำเลยปฏิเสธต่อสู้ว่าจำเลยซื้อในพระราชอาณาจักร ฉะนั้นประเด็นข้อแรกที่ว่าจำเลยเป็นผู้นำของนี้เข้ามาจริงดังโจทก์กล่าวหาหรือไม่นั้นจึงเป็นหน้าที่โจทก์ต้องนำสืบให้สมฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 970/2497

                พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 มิใช่จะลงโทษแต่เฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของก็หาไม่ ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังไม่ได้เสียภาษีเข้ามา หรือเกี่ยวข้องด้วยประการใด ๆ ในการหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียภาษีต้องมีความผิด

                พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 บัญญัติให้เป็นหน้าที่ของจำเลยจะต้องนำสืบว่าของได้เสียภาษีถูกต้องตามกฎหมายแล้ว เมื่อจำเลยนำสืบไม่ได้จำเลยก็ต้องมีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 70/2503

                ในการฟ้องร้องคดีอันเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษี ถ้ามีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นว่าค่าภาษีสำหรับของนั้น ๆ ได้ส่งชำระถูกต้องแล้ว หรือหาไม่หน้าที่พิสูจน์ตกแก่จำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 834/2503

                ในการฟ้องคดีเกี่ยวด้วยรับของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ถ้ามีข้อโต้เถียงขึ้นเกี่ยวกับการชำระภาษีถูกต้องแล้วหรือไม่ หรือว่าของนั้น ๆ ได้นำเข้ามาโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หน้าที่พิสูจน์ตกแก่จำเลย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 543/2506

                เมื่อคดียังเป็นที่โต้เถียงกันอยู่ว่าสินค้าของกลางเป็นของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศอันจะต้องเสียภาษีศุลกากร หรือว่าเป็นของที่ผลิตขึ้นในประเทศ โจทก์ย่อมมีหน้าที่นำสืบให้ได้ความก่อน ถ้าได้ความว่า เป็นของที่นำเข้ามาจากต่างประเทศอันจะต้องเสียภาษีแล้ว จึงจะเป็นหน้าที่ของจำเลยตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 ที่จะต้องพิสูจน์ต่อไปว่าได้นำเข้ามาโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 789/2506

                ในการฟ้องร้องเกี่ยวด้วยของซึ่งต้องยึดเพราะไม่เสียภาษี หรือเพราะเหตุพึงริบโดยประการอื่นก็ดี หรือยึดเพื่อเอาค่าปรับก็ดีนั้น พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 100 บัญญัติให้หน้าที่พิสูจน์ตกอยู่แก่จำเลย ถ้ามีข้อโต้เถียงเกิดขึ้นว่าค่าภาษี สำหรับของนั้น ๆ ได้ส่งชำระถูกต้องแล้วหรือหาไม่หรือว่าของนั้น ๆ ได้นำเข้ามาฯ ได้ย้ายขนไปฯ โดยชอบด้วยกฎหมายหรือหาไม่ ถ้าจำเลยพิสูจน์ความบริสุทธิ์ไม่ได้จำเลยมีความผิด

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1038/2507

                หน้าที่ของจำเลยที่จะสืบตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 ต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ลักลอบหนีอากรขาเข้า ขาออก หรือเป็นผู้สมรู้ในการนั้น หรือหลีกเลี่ยงโดยเจตนาฉ้อค่าภาษี ถ้าหากว่าจำเลยซื้อของไว้จากพ่อค้าในตลาดเปิดเผย แม้ของนั้นจะยังมิได้เสียภาษี จำเลยหาตกอยู่ในบังคับแห่ง มาตรา100 ไม่ จึงเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องสืบให้สมฟ้อง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1884/2516

                ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 53 ห้ามมิให้นำสินค้าที่ผลิตหรือมีกำเนิดในประเทศจีนคอมมิวนิสต์ หรือซึ่งมาจากประเทศจีนคอมมิวนิสต์ เข้ามาในราชอาณาจักร ผู้ใดนำสินค้าดังกล่าวนี้เข้ามาในราชอาณาจักรมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วย ศุลกากรฐานนำของต้องห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร เมื่อจำเลยเป็นผู้นำเขากวางอ่อนของกลางเข้ามาในราชอาณาจักรคงโต้เถียงกันว่าเขากวางเป็นของที่มีกำเนิดในประเทศจีนคอมมิวนิสต์หรือไม่ หน้าที่การพิสูจน์อยู่แก่จำเลยตามนัยแห่งมาตรา 100 พระราชบัญญัติศุลกากร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2520

                ฟ้องว่าจำเลยนำของเข้ามาในราชอาณาจักรหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร หรือช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ฯลฯ ซึ่งของนั้นโดยรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิ ไม่ใช่ฟ้องที่ขัดแย้งเอาเปรียบไม่เคลือบคลุม

                ฟ้องตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27, 27 ทวิ เกี่ยวไปถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2482 มาตรา 17 เป็นฟ้องเกี่ยวกับของซึ่งต้องยึดตามมาตรา 100 โจทก์สิบข้อเท็จจริงได้ว่าเป็นของต่างประเทศที่ต้องเสียภาษีแล้ว เป็นความผิดและริบของกลางเหล่านั้น