บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับการถ่ายลำ

 

คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดเกี่ยวกับการถ่ายลำ

คดีหมายเลขแดงที่ อ.630/2556 คดีหมายเลขดำที่ อ.660/2551 

ผู้ฟ้องคดีเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ได้รับการว่าจ้างจากบริษัท ในประเทศมาเล เซีย ให้ดำเนินการขนสินค้าไม้แปรรูปประเภทไม้รกฟ้า โดยมีข้อตก ลงว่าจ้างให้ ผู้ฟ้องคดีรับสินค้าไม้แปรรูปดังกล่าวจากผู้ขายซึ่งอยู่ในประเทศสหภาพ เมียนมาร์เข้ามายังประเทศไทยโดยผ่านด่านศุลกากรที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กรมศุลกากร) และนำส่งสินค้าดังกล่าวบรรทุกรถยนต์ขนส่งไปยังท่าเรือกรุงเทพ เพื่อนำสินค้าดัง กล่าวลงเรือบรรทุกสินค้าส่งต่อไปยังผู้ว่าจ้างซึ่งอยู่ที่ประเทศมาเลเซียต่อมาผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำร้องลงวันที่16พฤศจิกายน 2549 ขออนุญาตดำเนินการปฏิบัติพิธีการถ่ายลำต่อนายด่านศุลกา กร แม่สอด แต่ปรากฏว่านายด่านศุลกากรแม่สอดได้มีหนังสือปฏิเสธไม่รับดำเนินการปฏิบัติพิธีการ ถ่ายลำสินค้าตามคำขอของผู้ฟ้องคดี โดยอ้างว่าผู้ฟ้องคดีจะต้องใช้เอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (c/o) หรือหลักฐานการอนุ ญาตให้ส่งออกจากประเทศอื่นตามประ กาศกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการ นำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 92) พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 30 พฤศจิ กายน 2535 และระเบียบกระทรวงพาณิชย์ว่าด้วยการกำหนดด่านศุลกากรนำไม้เข้ามาในราช อาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2548

ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสืออุทธรณ์คำสั่งต่อผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 (กรมการค้าต่างประเทศ) ต่อมาผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1และที่ 2 ได้มีหนังสือถึงผู้ฟ้องคดี โดยยืนยันว่าการที่ผู้ฟ้องคดีจะนำไม้แปรรูปดังกล่าวผ่านแดนประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม ในลักษณะถ่ายลำนั้น จะต้องเป็นไปตามประกาศของกระทรวงพาณิชย์ที่บังคับให้ต้องมีเอกสารใบรับ รองถิ่นกำเนิดสินค้าหรือหลักฐานการอนุญาตให้ส่งออกจากประ เทศที่ส่งออกเพื่อแสดงต่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ประกอบพิธีการนำเข้า ผู้ฟ้องคดีเห็นว่าการปฏิเสธไม่รับดำเนินการปฏิบัติพิธีการถ่ายลำสินค้าตามคำขอของผู้ฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายและทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงฟ้องคดีต่อศาล ศาลปกครองชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ผู้ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า การขนส่งสินค้าไม้แปรรูปประเภทไม้รกฟ้าของผู้ฟ้องคดีในลักษณะการถ่ายลำหรือการขนส่งสินค้าผ่านแดนเป็นการปฏิบัติตามมาตรา 58 ประกอบมาตรา 120 และมาตรา 121 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พุทธ ศักราช 2469 มิใช่เป็นการนำสินค้าไม้เข้ามาในราชอาณา จักรและมิใช่การส่งสินค้าไม้ออกไปนอกราชอาณาจักร จึงไม่อยู่ในบังคับแห่ง พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 เห็นว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายในมาตรา 58 มาตรา 121 และมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พุทธ ศักราช 2469 บัญญัติเกี่ยว กับการขนส่งสินค้าในลักษณะการถ่ายลำว่า เป็นการลำเลียงถ่ายของจากเรือลำหนึ่งลงเรืออีกลำหนึ่ง ซึ่งรวมถึงการนำของเข้าและส่งของออกหรือการค้าข้ามแดนแห่งพระราชอาณาจักรในทางบกด้วย อันเป็นการขน ส่งสินค้าจากประเทศต้นทางผ่านประเทศไทยไปยังประเทศที่สาม และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติให้เจ้าหน้าที่ของ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 พิจารณาดำ เนินการอนุญาตให้มีการขนส่งสินค้าในลักษณะการถ่ายลำตาม คำสั่งทั่วไปกรมศุลกากร ที่ 52/2547 ลงวันที่ 27 กันยายน 2547 เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลระเบียบปฏิบัติกรมศุลกากร พ.ศ. 2544 ภาค 4 หมวด 6 บทที่ 1 ว่าด้วยพิธีการ ว่าด้วยการถ่ายลำ ดังนั้น ผู้ที่จะดำเนินการขนส่งสินค้าลักษณะการถ่ายลำต้องขออนุ ญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร และต้องมีพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรกำกับการขนส่งสินค้าในลักษณะการถ่ายลำอยู่ด้วยการดำเนินการขนส่งสินค้าในลักษณะ การถ่ายลำจึงอยู่ในบังคับแห่งมาตรา 58 ประกอบมาตรา 121แห่ง พ.ร.บ ศุลกากร พุทธศักราช 2469 และคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากร ที่ 52/2547 ลงวันที่ 27 กันยายน 2547 ดังกล่าว รวมทั้งกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรด้วย และเมื่อพิจารณาบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราช อาณาจักร ซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 แม้จะมิได้บัญญัตินิยามความหมายของการถ่ายลำสินค้าไว้ด้วยก็ตาม แต่โดยที่ การถ่ายลำสินค้ามีลักษณะเป็นการนำสินค้าจากประเทศหนึ่งเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อทำการ ถ่ายเปลี่ยนยานพาหนะในประเทศ ซึ่งอาจเปลี่ยนยานพาหนะทางบก ทางน้ำ หรือทางอากาศ ผ่านราชอาณาจักรไทยเพื่อส่งสินค้า ออกไปยังประเทศที่สาม การถ่ายลำสินค้าจึงอยู่ในความหมายของการนำ เข้าและการส่งออกตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ประ กอบกับ มาตรา 16 แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน บัญญัติว่า บทกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร และอำนาจพนักงานศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในส่วนที่ว่าด้วยการตรวจของและป้องกันการลักลอบหนีศุลกากร การตรวจค้น การยึดและริบของ หรือการจับกุมผู้กระทำความผิด การสำแดงเท็จ และการฟ้อง ร้อง ให้ใช้บัง คับแก่การส่งออกหรือการนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 จึงถือเป็นกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวกับการศุลกากรตามมาตรา 40 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469

ดังนั้น การขนถ่ายลำหรือการขนส่งสินค้าผ่านแดนประเภทไม้ ไม้แปรรูปทุกชนิด รวมทั้งสิ่งประดิษฐ์ เครื่องใช้หรือสิ่งอื่นใดที่ทำด้วยไม้ จึงต้องปฏิบัติให้เป็น ไปตาม พ.ร.บ. ศุลกากร พุทธศักราช 2469 ประกอบกับ พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นคำร้องต่อนายด่านศุลกากรแม่สอด ขออนุญาตดำเนินการปฏิบัติพิธีการถ่ายลำไม้แปรรูปประเภทไม้รกฟ้าจำนวน 5,850 ชิ้น จากประเทศสหภาพเมียนมาร์ เข้ามายังประเทศไทยโดยผ่านด่านศุลกากรอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งเป็นด่านศุลกากรบริเวณชาย แดนตามระเบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการกำหนดด่านศุลกากรนำไม้เข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 และนำส่งสินค้าดังกล่าวบรรทุกรถยนต์ขนส่งไปยังท่าเรือกรุง เทพ เพื่อนำสินค้าลงเรือบรรทุกสินค้าส่งต่อไปยังประเทศมาเลเซีย โดยไม่มีใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าหรือหลัก ฐาน การอนุญาตให้ส่งออกของประเทศที่ส่งออกแสดงต่อพนักงานเจ้า หน้าที่ ซึ่งไม่อยู่ภายใต้ข้อยกเว้นตามข้ 4 ของประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนำสินค้าเข้ามาในราช อาณาจักร (ฉบับที่ 92) พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2535 จึงเป็นกรณีที่มิได้ปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนำสินค้า เข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 92) พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2535 ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. การส่ง ออก ไปนอกและการนำเข้ามาในราช อาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ประกอบกับระเบียบกระ ทรวง พาณิชย์ ว่าด้วยการกำหนดด่านศุลกากรนำไม้เข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 ซึ่งเป็นกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร ดังนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 โดยนายด่านศุลกากรแม่สอดได้มีคำสั่งไม่รับดำเนินการปฏิบัติพิธีการถ่ายลำตามคำขอของผู้ฟ้องคดี โดยอ้างว่าคำร้องของผู้ฟ้องคดียังขาดเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสิน ค้า (c/o) หรือหลักฐานการอนุญาต ให้ส่งออกจากประเทศอื่นตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการนำสินค้าเข้ามาในราชอา ณาจักร (ฉบับที่ 92) พ.ศ. 2535 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2535 และระ เบียบกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการกำหนดด่านศุลกากรนำไม้เข้ามาในราชอาณา จักร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 14 กรกฎาคม 2548 นั้น จึงยังมิอาจถือได้ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดี องคดีอ้างถ้อยคำพยานบุคคลที่ให้ต่อศาลปกครองชั้นต้นว่า การถ่ายลำสินค้าไม้ไม่อยู่ในบังคับของ พ.ร.บ. การส่งออกไปนอกและการนำ เข้ามาในราช อาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. 2522 ซึ่งเป็นการสนับสนุนเหตุผลของผู้ฟ้องคดีว่าถูก ต้องและชอบด้วยกฎ หมายนั้น กรณี เป็นเพียงความเห็นโดยส่วนตัวของบุคคลผู้นั้น ซึ่งแม้จะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบเกี่ยวกับงานด้านกฎหมายของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แต่ความเห็นดังกล่าวไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามกฎหมายต้องปฏิบัติตามแต่อย่างใด 

ส่วนที่ผู้ฟ้องคดีได้อ้างพยานเอกสาร และพยานบุคคลต่อศาลปกครองสูงสุด โดยข้ออ้างบันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การขนส่งผ่านแดนและการถ่ายลำ ซึ่งสินค้าใบยา และยาสูบ เรื่องเสร็จที่ 168/2552 และคุณพรทิพย์จาละในฐานะ   เลขาธิการคณะกรรมการกฤษ ฎีกา ซึ่งเป็นผู้มีส่วนร่วมประชุมในเอกสารบันทึกที่อ้างถึงนั้น เห็นว่า กรณีดังกล่าวเป็นการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการขนส่งผ่านแดนและการถ่ายลำ ซึ่งสินค้าใบยาและยาสูบตาม พ.ร.บ. ยาสูบ พ.ศ. 2509 ซึ่งมิใช่กรณีปัญหาในลักษณะเดียวกันกับ กรณีการขนถ่ายลำไม้แปรรูปของผู้ฟ้องคดีในคดีนี้  จึงมิอาจนำมารับฟังประกอบการพิจารณาของศาลได้ ส่วนที่ผู้ ฟ้องคดีอุทธรณ์ว่า หนังสือของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามหนังสือลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549  มิใช่หนังสือตอบข้อหา รือ แต่เป็นคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ต้องปฏิบัติตามแนวทางของผู้ถูกฟ้องคดีที่2อันมีผลให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ไม่อนุญาตให้ผู้ฟ้องคดีดำเนินการถ่ายลำสินค้าไม้ตามคำขอ ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายโดยตรง หนังสือดังกล่าวจึงเป็นคำสั่งทางปก ครองที่ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิฟ้องขอให้ศาลปกครองเพิกถอนได้นั้น เห็นว่าหนังสือลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2549 เป็นหนังสือที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีไปถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เพื่อเวียนแจ้ง แนวทางการปฏิบัติกรณีนำเข้าและส่งออกสินค้าไม้ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมของกระ ทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็นการประสานการปฏิบัติของส่วนราช การเพื่อให้การควบคุมการนำเข้าและส่งออกสินค้าไม้เป็นไปโดยถูกต้องตามกฎ หมาย กรณีมิได้มีลักษณะเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายที่มีผลเป็นการสร้าง นิติสัมพันธ์ขึ้นระหว่างบุคคลในอันที่จะก่อเปลี่ยน แปลง โอน สงวน ระงับ หรือมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิและหน้าที่ของบุคคล จึงมิใช่คำสั่งทางปกครองตามมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ. วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 ที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีโดยตรง ผู้ฟ้องคดีจึงมิใช่ผู้มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อขอให้เพิกถอนหนังสือดังกล่าวได้ตามมาตรา 42 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ

___________________________

หมายเหตุ

พระราชบัญญัติ การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ. ๒๕๒๒

 

มาตรา ๔  ในพระราชบัญญัตินี้

“ส่งออก” หมายความว่า นำหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งสินค้า

“นำเข้า” หมายความว่า นำหรือส่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า

“..................

 

มาตรา ๑๖  บทกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร และอำนาจพนักงานศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในส่วนที่ว่าด้วยการตรวจของและป้องกันการลักลอบหนีศุลกากร การตรวจค้น การยึดและริบของ หรือการจับกุมผู้กระทำความผิด การสำแดงเท็จ และการฟ้องร้อง ให้ใช้บังคับแก่การส่งออกหรือการนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้ด้วย