บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติ

 

การบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติ

1.  กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

1.1  รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ. 2550 มาตรา 29 บัญญัติว่า

“การจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทำมิได้เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายเฉพาะเพื่อการที่รัฐธรรมนูญนี้กำหนดไว้และจะกระทบกระเทือนสาระสำคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพนั้นได้”

“กฎหมายตามวรรคหนึ่งต้องมีผลใช้บังคับเป็นการทั่วไป และไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใดกรณีหนึ่ง หรือแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นการเจาะจง ทั้งต้องระบุบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญที่ให้อำนาจในการตรากฎหมายนั้นด้วย”

“บทบัญญัติในวรรคหนึ่งและวรรคสองให้นำมาใช้บังคับกับกฎที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายด้วยโดยอนุโลม”

1.2  พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 5 บัญญัติว่า

“กฎ” หมายความว่า พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ข้อบัญญัติท้องถิ่น ระเบียบ ข้อบังคับและบทบัญญัติอื่นที่มีผลบังคับเป็นการทั่วไป โดยไม่มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่กรณีใด หรือบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

1.3  ประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากร ข้อ 2 01 01 02 (2) กำหนดว่า

“ระเบียบปฏิบัติที่กำหนดในประมวลฯนี้ ใช้บังคับเป็นการทั่วไป เรื่องใดที่เป็นข้อปฏิบัติเฉพาะของหน่วยงานที่ยังมิได้กำหนดหรือแตกต่างไปจากที่กำหนดในประมวลฯนี้ ให้สำนัก/กองที่รับผิดชอบเสนอระเบียบปฏิบัติ ขอความเห็นชอบจากกรมศุลกากรเพื่อออกเป็นคำสั่งสำนัก/กอง เป็นหลักปฏิบัติต่อไป”

ดังนั้น การออกระเบียบปฏิบัติที่มีผลเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลจึงต้องออกโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายนั้นๆ หรือมีกฎหมายรองรับและการบังคับใช้ระเบียบปฏิบัติซึ่งเป็นการกำหนดวิธีปฏิบัติตามกฎหมายนั้นจึงต้องอยู่ภายในกรอบของบทบัญญัติแห่งกฎหมายนั้นด้วย ในกรณีที่การออกระเบียบปฏิบัติที่ขัดหรือแย้งหรือนอกเหนือจากบทบัญญัติของกฎหมาย อาจพิจารณาว่าเป็นการหักล้างบทบัญญัติของกฎหมายจึงถือว่าเป็นการออกระเบียบปฏิบัติ โดยไม่มีกฎหมายรองรับ ซึ่งขัดกับมาตรา 29 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร พ.ศ. 2550

2.  ผลพิจารณา

2.1  ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีการ

(1)  เรื่องเสร็จที่ 74/2551

ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ และระเบียบกระทรวงพาณิชย์ กำหนดให้การนำไม้และไม้แปรรูปเข้ามาในราชอาณาจักรทางด่านศุลกากรต้องมีใบรับรองถิ่นกำเนิด แต่ปรากฏว่า กรมศุลกากรได้ออกประกาศว่าด้วยพิธีการถ่ายลำ ระบุว่าการถ่ายลำสินค้าไม้ผ่านประเทศไทยเพื่อส่งไปยังประเทศที่สามมิใช่การนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร จึงไม่ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะเป็นข้อบังคับที่มีความขัดแย้งกัน กรณีนี้เมื่อพิจารณาประกาศกรมศุลกากรดังกล่าว ซึ่งเป็นการออกประกาศตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ส่วนประกาศและระเบียบกระทรวงพาณิชย์นั้นออกตามกฎหมายว่าด้วยการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า ซึ่งเป็นการบังคับตามกฎหมายคนละฉบับ ดังนั้นประกาศกรมศุลกากร จึงไม่เป็นการยกเว้นหรือกระทบต่อประกาศและระเบียบของกระทรวงพาณิชย์

(2)  เรื่องเสร็จที่ 110/2551

กองทัพอากาศ โดยกรมขนส่งทหารอากาศ กองบัญชาการสนับสนุนทหารอากาศ ได้ทำสัญญาซื้อรถยนต์สงครามชนิดช่วยรบประกอบถังน้ำ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่น FTS33H2 จำนวน 1 คัน จากบริษัท ส.จำกัด โดยมีข้อตกลงซื้อขายว่า ผู้ซื้อตกลงซื้อและผู้ขายตกลงขายรถยนต์สงครามโดยกำหนดราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มตลอดจนค่าภาษีอื่นๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงด้วยแล้ว แต่ไม่รวมค่าอากรศุลกากรขาเข้าประเทศไทย ต่อมาบริษัท ต. จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์อีซูซุในประเทศ โดยมีบริษัท ส. จำกัดเป็นผู้แทนจำหน่ายได้มายื่นคำร้องขอยกเว้นอากร โดยอ้างว่ารถยนต์คันดังกล่าวจำเป็นต้องนำเข้าโดยบริษัท ต. จำกัดซึ่งเมื่อบริษัท ส. และกองทัพอากาศได้ทำสัญญาซื้อขายรถยนต์ดังกล่าวแล้ว บริษัท ต. จะเป็นผู้ดำเนินการนำรถยนต์สงครามดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อส่งมอบให้กับกองทัพอากาศใช้ในราชการทหาร

ตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรฯ กำหนดไว้ชัดเจนว่าให้ยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในทางราชการเป็นของที่ได้รับยกเว้นอากร ซึ่งบทบัญญัติดังกล่าวมีเจตนารมณ์ที่จะยกเว้นอากรให้แก่ยุทธภัณฑ์โดยมิได้มุ่งพิจารณาถึงคุณสมบัติบุคคลผู้นำเข้า ทั้งนี้แม้ว่าจะมีประมวลระเบียบปฏิบัติศุลกากรฯ ก็เป็นเพียงคำสั่งของอธิบดีกรมศุลกากรที่กำหนดแนวทางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเท่านั้น ย่อมไม่อาจนำมาอ้างเพื่อลบล้างบทบัญญัติของกฎหมายได้ ดังนั้น เมื่อรถยนต์สงครามฯ เป็นยุทธภัณฑ์ที่นำเข้ามาใช้ในทางราชการจึงย่อมได้รับยกเว้นอากรขาเข้า และเมื่อบริษัท ต. เป็นผู้นำเข้ารถยนต์สงคราม ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในทางราชการเข้ามาในราชอาณาจักรโดยได้รับยกเว้นอากรขาเข้า ดังนั้น บริษัท ต. จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอยกเว้นอากรขาเข้าอันถือเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการปฏิบัติพิธีการศุลกากรตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ดังนั้นแม้บริษัท ต.จะมิได้เป็นคู่สัญญากับกองทัพอากาศ แต่มีบริษัท ส. ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์อีซูซุของบริษัท ต. ซึ่งเป็นคู่สัญญากับกองทัพอากาศ บริษัท ต. จึงมีสิทธิยื่นคำร้องขอยกเว้นอากรขาเข้า และเมื่อรถยนต์สงครามดังกล่าวเป็นยุทธภัณฑ์ที่ใช้ในราชการ ย่อมได้รับยกเว้นอากรขาเข้าตามพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรฯ

2.2  มติคณะกรรมการ กพพ. (คณะกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและพิธีการศุลกากร)

มติคณะกรรมการ กพพ. ครั้งที่ 1/2552 โดยความเห็นชอบของอธิบดีกรมศุลกากร

“คณะกรรมการฯเสียงข้างมากมีความเห็นว่า เมื่อมีประกาศกระทรวงการคลังซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายลดอัตราอากรแล้ว ของที่นำเข้าตามบัญชีท้ายประกาศ ถ้ามีคุณสมบัติตามประกาศฯ ย่อมมีสิทธิได้รับการลดอากรโดยตัวของของนั้นเอง โดยผู้นำเข้าไม่ต้องร้องขอใช้สิทธิ นอกจากนั้นคณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีคำวินิจฉัยตามเรื่องเลขเสร็จ 395/2541 ว่า คณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้น ลดหรือเพิ่มอัตราอากรที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร แม้ประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว กำหนดให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจที่จะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตาม อธิบดีจะกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขใดๆ เกี่ยวกับการยกเว้น ลด หรือเพิ่มอัตราอากรโดยที่คณะรัฐมนตรียังไม่ให้ความเห็นชอบไม่ได้ เว้นแต่ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นเพียงกำหนดพิธีการสำหรับยื่นเอกสาร ดังนั้นถ้าอธิบดีกรมศุลกากรจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ผู้นำเข้าปฏิบัติตามถ้าจะตัดสิทธิผู้นำเข้าที่ไม่ปฏิบัติตามก็ต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์และข้อกำหนดนั้นเสียก่อน ดังนั้น สินค้ารายที่เป็นปัญหานี้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะได้รับการลดอัตราอากรซึ่งกรมศุลกากรมีสิทธิได้รับชำระค่าอากรในอัตราที่ได้ยกเว้นหรือลดตามประกาศกระทรวงการคลัง แม้ผู้นำเข้าจะไม่ได้ปฏิบัติตามประกาศกรมศุลกากรที่ 117/2549 ก็ไม่ทำให้ของที่นำเข้าหมดสิทธิได้รับการลดอัตราอากร จึงเป็นเพียงการปฏิบัติพิธีการไม่ครบถ้วนคณะกรรมการเสียงข้างมากจึงมีความเห็นว่า ผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับยกเว้นอากรตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว เมื่อได้ชำระอากรและได้สงวนสิทธิ์คืนอากรไว้ก็ต้องคืนอากรให้ผู้นำเข้า กรณีเป็นเพียงการปฏิบัติพิธีการไม่ถูกต้องเท่านั้น”

 

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2012 เวลา 12:55 น.