บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

 

ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

เจ้าหน้าที่ศุลกากรมีหน้าที่บังคับใช้กฎหมายและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อการบริการประชาชนเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออก แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ศุลกากรส่วนใหญ่จะถือปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรเท่านั้นโดยอ้างมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติ ศุลกากร พระพุทธศักราช 2469ที่บัญญัติว่าเมื่อ ใดบทพระราชบัญญัตินี้แตกต่างกับบทกฎหมายพระราชบัญญัติ หรือประกาศอื่นที่ใช้อยู่ ณ บัดนี้ ท่านว่าในเรื่องอันเกี่ยวแก่ศุลกากรนั้น ให้ยกเอาบทพระราชบัญญัตินี้ขึ้นบังคับ และกฎหมายพระราชบัญญัติหรือประกาศใดซึ่งจะได้ให้ใช้ในภายหน้านั้น มิให้ถือว่าเพิกถอนจำกัดเปลี่ยนแปลงหรือถอนไปเสียซึ่งอำนาจและบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ เว้นไว้แต่ในกฎหมายพระราชบัญญัติหรือประกาศใหม่นั้น จะแสดงไว้โดยชัดแจ้งว่า มีประสงค์จะให้เป็นเช่นนั้น “ ตัวอย่าง เช่น

1 การพิจารณาว่าของใดเป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่ศุลกากรบางนายจะพิจาร ณาเพียงแต่ว่าหากกฎหมายกำหนดห้ามนำเข้าหรือการนำเข้าต้องปฏิบัติตามเงื่อน ไขที่กำหนด จะถือว่าเป็นของต้องห้ามหรือของต้องกำกัดโดยไม่พิจารณาบทบัญ ญัติของกฎหมายนั้นว่าของนั้นมีเงื่อนไขการห้ามนำเข้าอย่างไรหรือให้นำ เข้าได้โดยผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างไรซึ่งเงื่อนไขที่กำหนดนั้นอาจไม่เข้าข่ายว่าของนั้นเป็นของต้องกำกัด

2 การตรวจสอบใบขนสินค้าขาเข้าที่ใช้สิทธิพิเศษเขตการค้าเสรีโดยได้รับลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามประกาศกระทรวงการคลัง จึงต้องตรวจสอบว่าผู้นำของเข้าได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงการคลังที่เกี่ยว ข้องหรือไม่ แต่ในทางปฏิบัติกลับนำไปตรวจสอบกับระเบียบปฏิบัติว่าด้วยใบขนสิน ค้าขาเข้าที่ใช้สิทธิพิเศษเขตการค้าเสรีโดยไม่นำไปตรวจสอบกับประกาศกระทรวง การคลังที่เกี่ยวข้องและหากตรวจพบว่าผิดพิธีการศุลกากรจะระงับการได้รับลดอัตราอากรหรือยกเว้นอากรตามประกาศกระทรวงการคลัง

 3 การพิจารณากำหนดราคาศุลกากรสำหรับของนำเข้า เจ้าหน้าที่ศุลกากรบางนายจะพิจารณาตามระเบียบปฏิบัติของกรมศุลกากรโดยไม่พิจารณาบทบัญ ญัติของกฎหมายและกฎกระทรวงว่าด้วยการกำหนดราคาศุลกากร กรณีจึงอาจบังคับใช้กฎหมายโดยไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย

คณะกรรมการกฤษฎีกาเคยมีความเห็นเกี่ยวกับการบังคับใช้ มาตรา120 ตามบันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 721/2551ได้มีความเห็นดังนี้

                “นอกจากนี้ การที่กรมศุลกากรให้เหตุผลว่า การถ่ายลำสินค้าเป็นเรื่องอันเกี่ยวกับศุลกากรโดยตรงจึงย่อมตกอยู่ภายใต้บังคับของมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 3) ที่เคยวินิจฉัยเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวไว้ในเรื่องการดำเนินการกับไม้ของกลางตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ (เรื่องเสร็จที่ 132/2551) นั้นเห็นว่ากฎหมายว่าด้วยศุลกากรเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำของเข้าและส่งของออก โดยของนั้นอาจเป็นของต้องเสียอากรหรือไม่ก็ได้และของนั้นอาจเป็นของต้องห้ามหรือของต้องจำกัดตามกฎหมายที่บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ซึ่งมาตรา 120 กำหนดให้กรณีที่แตกต่างกับกฎหมายอื่นในเรื่องอันเกี่ยวกับศุลกากร ให้ยกเอาพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ขึ้นบังคับและกฎหมายพระราชบัญญัติ หรือประกาศใดซึ่งจะได้ใช้ในภายหน้านั้น มิให้ถือว่าเพิกถอน จำกัด เปลี่ยนแปลงหรือถอนไปเสียซึ่งอำนาจและบทแห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ เว้นไว้แต่กฎหมายที่ใช้บังคับในภายหลังจะแสดงไว้โดยชัดแจ้งว่ามีความประสงค์จะให้เป็นเช่นนั้น มาตราดังกล่าวจึงต้องตีความโดยเคร่งครัดว่าเฉพาะกรณีที่เกี่ยวแก่ศุลกากรเท่านั้น แต่บทบัญญัติตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองบำรุงรักษาป่าไม้อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติให้ได้ผลดียิ่งขึ้น จึงกำหนดวิธีการควบคุมการนำไม้เคลื่อนที่ ซึ่งเป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่บัญญัติขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์พิเศษ ถือว่ากฎหมายดังกล่าวบัญญัติไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงไม่อาจงดเว้นการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยป่าไม้ได้ ดังนั้น การนำไม้ผ่านแดนโดยวิธีการถ่ายลำจึงต้องอยู่ภายใต้บังคับของบทบัญญัติในมาตรา 38 และมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่บัญญัติขึ้นใช้บังคับในภายหลัง”

                นอกจากนี้ตามบันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ 132/2551ได้มีความเห็น ดังนี้

                ประเด็นที่ 1  เมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้ยึดไม้ของกลางโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ย่อมมีผลให้ไม้ของกลางอยู่ในความรักษาของกรมศุลกากรตั้งแต่วันที่ยึด ไม้ของกลางจึงอยู่ในความรักษาของหน่วยงานของรัฐแล้ว เจ้าหน้าที่ป่าไม้ซึ่งถูกเชิญไปตรวจสอบชนิดและวัดปริมาตรไม้ของกลางในฐานะผู้เชี่ยวชาญ จึงไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะทำการยึดไม้ของกลางซ้ำอีกภายหลังการตรวจยึดจับกุมของเจ้าหน้าที่ศุลกากร

                ประเด็นที่ 2  เมื่อเจ้าหน้าได้ยึดไม้ของกลาง และไม้ของกลางนั้นได้ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว อธิบดีกรมศุลกากรย่อมมีดุลยพินิจที่จะสั่งให้จำหน่ายไม้ของกลางตามมาตรา 25 วรรคหนึ่งแต่หากไม้ของกลางนั้นยังไม่ได้ตกเป็นของแผ่นดิน เพียงแต่เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ยึดไม้ของกลางโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 120 ไว้แล้วเท่านั้น อธิบดีกรมศุลกากรย่อมไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้จำหน่ายไม้ของกลางตามมาตรา 25 วรรคหนึ่งได้ เพราะเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในไม้ของกลางยังคงเป็นเจ้าของหรือผู้มีสิทธิในไม้ของกลางอยู่ ส่วนการพิจารณาเกี่ยวกับอำนาจในการขายไม้ของกลางของอธิบดีกรมศุลกากรตามมาตรา 1327 แห่ง ป.พ.พ. นั้นเป็นกรณีที่ต้องบังคับตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯที่ให้นำมาตรา 24 และมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯมาใช้บังคับ

                ประเด็นที่ 3  หากคดีถึงที่สุดโดยศาลมีคำพิพากษาริบไม้ของกลาง และสั่งลงโทษผู้กระทำผิด ไม้ของกลางย่อมตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 35 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และเมื่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรได้ยึดไม้ของกลางโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 24 วรรคหนึ่ง ประกอบกับมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ กรมศุลกากรจึงเป็นผู้มีอำนาจขายไม้ของกลางดังกล่าว มิใช่อำนาจของกรมป่าไม้

  ดังนั้น การพิจารณาบังคับใช้ มาตรา120 จึงต้องเป็นไปตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาดังกล่าวข้างต้น แต่การบริการประชาชนเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกได้เลือกบังคับใช้เฉพาะกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและระเบียบปฏิบัติที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในกฎหมายว่าด้วยศุลกากรโดยอ้างมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราช 2469 จึงเกรงว่าอาจขัดหรือแย้งกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาดังกล่าวและอาจขัดกับมาตรา40ที่บัญญัติว่า “ก่อนที่จะนำของใด ๆ ไปจากอารักขาของศุลกากร ผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร... .... .....”และมาตรา 45ที่บัญญัติว่า “ก่อนที่จะส่งของใด ๆ ออกนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งของออกต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร................” กรณีจึงอาจเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการ ค้าระหว่างประเทศของประเทศไทย

: ชนิด ศุทธยาลัย