บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

สิทธิพิเศษทางภาษีอากรสำหรับเครื่องจักร ประหยัดพลังงานหรือที่รักษาสิ่งแวดล้อม

 

สิทธิพิเศษทางภาษีอากรสำหรับเครื่องจักร
ประหยัดพลังงานหรือที่รักษาสิ่งแวดล้อม

ตามประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง การลดอัตราอากรและยกเว้นอากรศุลกา กรตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐กำหนดให้ลดอัตราอากรสำหรับเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานหรือที่รักษาสิ่งแวดล้อมโดยมีหลัก เกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้

(๒) เครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานหรือที่รักษาสิ่งแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นของตามพิกัดประเภทใด ให้ลดอัตราอากรตาม (๒.๑) หรือ (๒.๒) แล้วแต่อัตราใดคำนวณได้เป็นเงินต่ำกว่า 

(๒.๑) ลดลงเหลือกึ่งหนึ่งของอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร 

(๒.๒) ในกรณีที่ต้องเสียอากรตามอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกา กรในอัตราตามราคาสูงกว่าร้อยละ ๕ ให้ลดอัตราอากรลงเหลือร้อยละ ๕ หรือในอัตราตามสภาพซึ่งเมื่อเทียบเป็นร้อยละของราคาแล้วสูงกว่าร้อยละ ๕ ให้ลดอัตราอากรลงเหลือเทียบเท่าร้อยละ ๕ 

การลดอัตราอากรและการกำหนดให้ของได้รับการลดอัตราอากรตาม (๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 

(ก) เครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานที่อยู่ในข่ายได้รับการลดอัตราอากรต้องเป็นชนิดและประเภท และเป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ 

(๑)นำของเสียหรือพลังงานปล่อยทิ้งจากอุตสาหกรรมมาใช้ประโยชน์เป็นพลังงานได้อีก 

(๒)ใช้แหล่งพลังงานอื่นทดแทนพลังงานที่ใช้ไฟฟ้าหรือเชื้อเพลิงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม 

(๓) เสริมหรือทดแทนเครื่องจักรเดิมหรือกระบวนการเดิม เพื่อให้ประหยัดพลังงาน 

(๔) เครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานต้องมีระยะ เวลาคุ้มทุนไม่เกินเจ็ดปีนับแต่วันเริ่มใช้งานโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะ กรรมการพิจารณาเครื่องจักร วัสดุและอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่ง แวดล้อมกำหนด 

(ข) เครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่รักษาสิ่งแวดล้อม อันได้แก่ เครื่อง จักร วัสดุและอุปกรณ์ที่สามารถลดมลพิษที่ปล่อยออกจากกระบวนการผลิตหรือแหล่งกำเนิดมลพิษนั้น เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และทรัพย์สิน รวมทั้งเครื่องมือที่ใช้วิจัย วิเคราะห์ ตรวจวัด และติดตามผลเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องเป็นชนิดและประเภท ดังต่อไปนี้ 

(๑) ใช้บำบัดน้ำเสีย 

(๒) ใช้บำบัดอากาศเสีย 

(๓) ใช้ขจัดกากของเสียและขยะ 

(๔)  ใช้ลดหรือป้องกันเสียงรบกวนจากต้นกำเนิดเสียงในกิจการการอุตสาหกรรม หรือ 

(๕) ใช้เฉพาะการวิจัย วิเคราะห์ ตรวจวัด และติดตามผลเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม 

(ค) เครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ตาม (ก) และ (ข) จะต้อง 

(๑) นำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการประหยัดพลังงานหรือรักษาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ 

(๒) สำหรับเครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานจะต้องเหมาะสมสำหรับใช้ในอาคาร ในโรงงานอุตสาหกรรม ในโรงพยาบาล หรือในโรงแรมขนาดแปดสิบห้องขึ้นไป สำหรับเครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ใช้ในอาคารและยื่นขอลดอัตราอากรจะต้องมีราคารวมค่าประกันภัยและค่าขนส่ง (CIF) ไม่น้อยกว่าสี่แสนบาท 

(๓) ไม่เป็นของเก่าใช้แล้วหรือซ่อมแซมขึ้นใหม่ 

(๔) ไม่เป็นชนิดหรือประเภทที่มีขนาดเดียวกันหรือทดแทนกันได้กับของที่สามารถผลิตหรือประกอบได้ในประเทศ ในปริมาณและคุณภาพที่เท่าเทียมกัน หรือ 

(๕) ไม่เป็นชนิดหรือประเภทที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประ กาศกำหนดมิให้ได้รับการลดอัตราอากร 

(ง) ผู้นำของเข้าจะต้องยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาเครื่อง จักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมพิจารณาเสียก่อนว่า เครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์แต่ละรายการที่นำเข้ามีคุณสมบัติ ประสิทธิภาพ วิธีการใช้ การควบคุมการใช้และด้านเทคนิควิชาการอื่น ๆ อยู่ในขั้นที่ใช้ประหยัดพลังงานหรือรักษาสิ่งแวดล้อม และอยู่ในข่ายที่อาจจะได้รับการพิจารณาลดอัตราอากร  ทั้งนี้ โดยผู้นำของเข้าซึ่งมีความประสงค์จะขอลดอัตราอากร จะต้องปฏิบัติตามระเบียบและวิธีการที่คณะกรรมการพิจารณาเครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมกำหนด 

(จ) ให้อธิบดีกรมศุลกากรพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติการให้ลดอัตราอากรในรายที่คณะกรรมการพิจารณาเครื่องจักร วัสดุ และอุปกรณ์ที่ประหยัดพลังงานและรักษาสิ่งแวดล้อมได้แจ้งผลการพิจารณาตาม (ง) รวมทั้งกำหนดระเบียบพิธีการสำหรับการลดอัตราอากร