บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การไม่ปฏิบัติครบถ้วนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความผิดศุลกากรหรือไม่

ดัชนีบทความ
การไม่ปฏิบัติครบถ้วนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นความผิดศุลกากรหรือไม่
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

การไม่ปฏิบัติครบถ้วนตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ถือเป็นความผิดศุลกากรหรือไม่

 ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธ ศักราช๒๔๖๙ได้มีบทบัญญัติกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการนำของออกจากอารักขาศุลกากรตามมาตรา ๔๐วรรคหนึ่งว่า “ก่อนที่จะนำของใดๆ ไปจากอารักขาของศุลกากร ผู้นำของเข้า ต้อง ปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระ ราชบัญญัตินี้ และตามกฎ หมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากร กับต้องยื่นใบขนสินค้าโดยถูกต้อง และเสียภาษีอากรจนครบถ้วนหรือ วางเงินไว้ เป็นประกัน การขอวางเงินประกันให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด”สำหรับการส่งออกได้มีบทบัญญัติทำนองเดียวกันตามมาตรา ๔๕ วรรคหนึ่งที่บัญญัติว่า“ก่อนที่จะส่งของใดๆ ออกนอกราชอาณาจักร ผู้ส่งของออก ต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามพระราชบัญญัตินี้ และตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรกับต้องยื่นใบขนสินค้าโดยถูกต้องและเสียภาษีอากรจนครบถ้วน หรือวางเงินไว้เป็นประกัน การขอวางเงินประกันให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด”

การนำของเข้าหรือส่งของออกจึงต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการศุลกากรด้วย หากไม่ปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนด ผู้นำของเข้าจะไม่สามารถนำของขาเข้าออกจากอารักขาศุลกากรและผู้ส่งของออกจะไม่สามารถส่งของออกนอกราชอาณาจักรได้เช่นเดียวกัน สำหรับความผิดทางอาญา หากการกระทำนั้นเข้าองค์ประกอบความผิดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ย่อมต้องเป็นความ ผิดตามกฎหมายนั้นๆ

ปัญหาที่ต้องพิจารณาต่อไป คือ การกระทำความผิดดังกล่าวจะถือว่าเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทหรือไม่ซึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ ที่บัญญัติว่า เมื่อการกระทำใดอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ให้ใช้กฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดลงโทษแก่ผู้กระทำความผิด”หรือเป็นความผิดต่างกรรมต่างวาระ ตามมาตรา๙๑ที่บัญญัติว่า“เมื่อปรากฏว่าผู้ใดได้กระทำการอันเป็นความผิดหลายกรรมต่าง กัน ให้ศาลลงโทษผู้นั้นทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป......”  กรณีจึงอาจพิจารณาเป็นความผิดศุลกากรตามพระราช บัญญัติศุลกากร พระพุทธ ศักราช๒๔๖๙มาตรา ๒๗ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดนำหรือพาของที่ยังมิได้เสียค่าภาษี หรือของต้องจำกัด .......เข้ามาในพระราชอาณาจักรไทยก็ดี หรือส่ง หรือพาของเช่นว่านี้ออกไปนอกพระราชอาณา จักรก็ดี.......หรือในการหลีก เลี่ยง หรือพยายามหลีกเลี่ยงบทกฎหมายและข้อจำ กัดใดๆ อันเกี่ยวแก่การนำของเข้า ส่งของออก...... หรือ หลีกเลี่ยงข้อห้ามหรือข้อจำกัดอันเกี่ยวแก่ของนั้นก็ดี สำหรับความผิดครั้งหนึ่งๆ ให้ปรับเป็นเงินสี่เท่าราคาของซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยก หรือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือทั้งปรับทั้งจำ และมาตรา ๒๗ ทวิ ที่บัญญัติว่าผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ จำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร โดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม หรือข้อจำกัด มีความผิดต้องระวางโทษ.........”