บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การระงับคดีในความผิดศุลกากร

ดัชนีบทความ
การระงับคดีในความผิดศุลกากร
หน้าที่ 2
หน้าที่ 3
ทุกหน้า

 

การระงับคดีในความผิดศุลกากร

หลายคนเข้าใจว่าในคดีผิดศุลกากร เช่น ความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรและความผิดฐานหลีกเลี่ยงอากร เป็นต้น สำหรับส่วนกลาง เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมจะส่งคดีให้สำนักกฎหมาย กรมศุลกากร หรือส่วนราชการของกรมศุลกากรที่อยู่ในภูมิ ภาคจะส่งคดีให้นิติกรประจำส่วนราชการนั้น พิจารณาส่งคดีให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญาแล้วส่งสำนวนคดีพร้อมความเห็นไปให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณามีคำสั่งสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้องต่อไปจึงจำเป็นต้องเร่งรีบขอทำความตกลงระงับคดีในชั้นเจ้าหน้าที่ผู้จับกุมเพราะเกรงว่าหากล่าช้าออกไป แล้วคดีไปอยู่ในชั้นนิติกรหรือในชั้นพนักงานสอบสวนจะไม่สามารถขอระงับคดีได้

ความเข้าใจดังกล่าวเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเพราะการขอทำความตกลงระงับคดีเป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้กระทำผิดที่สามารถกระทำได้ก่อนส่งฟ้องศาลทั้งนี้เป็นไปตามที่พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนด ดังนี้

1 อำนาจอธิบดีกรมศุลกากร

            มาตรา 102  “ภายใต้บังคับแห่งมาตรา 102 ทวิ ถ้าบุคคลใดจะต้องถูกฟ้องตามพระราชบัญญัตินี้ และบุคคลนั้นยอม/และให้ค่าปรับหรือได้ทำความตกลง หรือทำทัณฑ์บน หรือให้ประกัน ตามที่อธิบดีจะเห็นสมควรแล้ว อธิบดีจะงดการฟ้องร้องเสียก็ได้ และการที่อธิบดีงดการฟ้องร้องเช่นนี้ ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มผู้กระทำผิดนั้น ในการที่จะฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น”

            “ในกรณีความผิดเกี่ยวกับอากรเล็ก ๆ น้อย ๆ จะออกกฎกระทรวงมอบอำนาจให้พนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบปรับและงดการฟ้องร้องก็ได้”

            “ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรที่จะฟ้องบุคคลใดฐานกระทำหรือยื่นคำสำแดงหรือบันทึกเรื่องราวซึ่งเป็นความเท็จหรือเป็นความไม่บริบูรณ์หรือเป็นความชักพาให้ผิดหลงในรายการใด ๆ หรือฐานหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงด้วยประการใด ๆ บรรดาการเสียอากรตามจำนวนที่ควรต้องเสีย หรือการจำกัด หรือการห้าม ให้อธิบดีบันทึกความเห็นว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงควรฟ้องผู้กระทำผิด”

2 อำนาจของคณะกรรมการ

            มาตรา 102 ทวิ  “สำหรับความผิดตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช 2469 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พุทธศักราช 2490 และมาตรา 31 มาตรา 36 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพุทธศักราช 2469 และมาตรา 5 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พุทธศักราช 2480 ถ้าราคาของกลางรวมค่าอากรเข้าด้วยแล้วเกินกว่าสี่หมื่นบาท ให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกรมศุลกากร ผู้แทนกระทรวงการคลัง และผู้แทนกรมตำรวจ ที่จะเปรียบเทียบและงดการฟ้องร้อง และการที่คณะกรรมการงดการฟ้องร้องเช่นนี้ ให้ถือว่าเป็นอันคุ้มกันผู้กระทำผิดนั้น ในการที่จะถูกฟ้องร้องต้องไปในกรณีความผิดอันนั้น”

              ตามมาตรา 102 กำหนดให้อำนาจอธิบดีอนุมัติระงับคดีในคดีผิดศุลกากร และให้ถือว่าเป็นอันคุ้มความผิดนั้นในการที่จะฟ้องร้องต่อไปในกรณีแห่งความผิดอันนั้น หมายความว่า เมื่ออธิบดีได้อนุมัติระงับคดีนั้นแล้ว คดีได้ระงับไปจะนำไปฟ้องศาลไม่ได้ สำหรับมาตรา 102 ทวิเป็นข้อยกเว้นของมาตรา 102ที่ กำหนดสำหรับความผิดตามมาตรา 27 มาตรา 31 มาตรา 36 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 และที่แก้ไขเพิ่มเติมและ มาตรา 5 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480 ที่ราคาของกลางรวมค่าอากรเกินกว่าสี่หมื่นบาทให้เป็นอำนาจของคณะกรรมการในการพิจารณาอนุมัติระงับคดี

ข้อสังเกต

สำหรับความผิดฐานรับของหนีภาษีศุลกากรหรือหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากรตามมาตรา 27 ทวิ ไม่ว่าราคาของกลางรวมค่าอากรจะเกินกว่าสี่หมื่นบาท ยังคงเป็นอำนาจของอธิบดีในการอนุมัติระงับคดี ตามมาตรา 102 เพราะมิได้มีบัญญัติให้มาตรา 27 ทวิ ต้องอยู่ในบังคับของมาตรา 102 ทวิ

3 อำนาจของพนักงานสอบสวน

ตามกฎกระทรวงที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 102 วรรคสองให้อำนาจพนักงานสอบสวนทำการเปรียบเทียบปรับและงดการฟ้องร้อง ดังนี้

กฎกระทรวงการคลัง ฉบับที่ 18 ลงวันที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2497 กำหนดว่า สำหรับความตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469  แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2490 มาตรา 31 มาตรา 36 และมาตรา 96 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 และมาตรา 5 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2480 เกี่ยวกับอากรเล็ก ๆ น้อย ๆ เฉพาะรายที่อัตราโทษอย่างสูงไม่เกินกว่าหนึ่งหมื่นบาท ให้พนักงานสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจทำการเปรียบเทียบปรับและงดการฟ้องร้อง