บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ผลของคดีขาดอายุความ

ดัชนีบทความ
ผลของคดีขาดอายุความ
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

ผลของคดีขาดอายุความ

            ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๖) สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไปเมื่อคดีขาดอายุความ

            นี่เป็นผลตายตัวของอายุความฟ้องคดีอาญากับมีประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำผิดก็ดีคดีขาดอายุความแล้วก็ดีให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป

            ๑) ผลเกี่ยวกับศาล ถ้าปรากฏว่าคดีที่โจทก์ฟ้องขาดอายุความแล้วศาลต้องพิพากษายกฟ้องสถานเดียว ถึงแม้ว่าข้อเท็จจริงที่ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วนั้น ปรากฏแก่ศาลเองไม่ว่าจะในชั้นศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์หรือชั้นฎีกา

            กรณีอาจมีได้ที่โจทก์ก็ฟ้องโดยเห็นว่าคดียังไม่ขาดอายุความ และจำเลยก็มองไม่เห็นว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว จึงมิได้ยกประเด็นข้อขาดอายุความขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การจำเลย ทั้ง ๆ ที่ตามข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายในสำนวนปรากฏว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว

            ทั้งนี้เพราะศาลถือว่าปัญหาว่าคดีโจทก์ขาดอายุความแล้วหรือไม่เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ซึ่งศาลยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง โดยไม่จำเป็นที่คู่ความฝ่ายใดจะยกขึ้นอ้างหรือต่อสู้ไว้

            สังเกตว่าในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕,๙๖,และ ๙๗ ต่างก็มิได้บัญญัติไว้ว่าเมื่อคดีขาดอายุความแล้วห้ามมิให้ฟ้องคดีนั้นต่อศาล หรือห้ามมิให้ศาลรับคดีไว้พิจารณาพิพากษา ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่ามีประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙ (๖) ห้ามมิให้ฟ้องคดีอาญาที่ขาดอายุความไว้แล้ว

            อายุความที่ว่านี้ รวมทั้งอายุความทั่วไปในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ และอายุความร้องทุกข์ในคดีความผิดอันยอมความได้ตามมาตรา ๙๖

            อนึ่งถ้าโจทก์ฟ้องในขณะที่คดียังไม่ขาดอายุความ แต่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ปรากฏว่าคดีขาดอายุความแล้ว หรือขาดอายุความระหว่างคดีอยู่ในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา เช่นนี้ถือว่าศาลนั้น ๆ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้นต่อไปได้จนถึงที่สุด เช่นนี้ถือว่าศาลนั้น ๆ มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีนั้นต่อไปจนถึงที่สุด ส่วนกรณีที่ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๘๕ บัญญัติว่าถ้าศาลเห็นว่าคดีขาดอายุความแล้ว ให้พิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยไปนั้นเป็นกรณีที่ในขณะที่โจทก์ฟ้อง ทั้งโจทก์และศาลเห็นว่าคดียังไม่ขาดอายุความ ศาลจึงสั่งประทับรับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป แล้วในชั้นพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลย มีข้อเท็จจริงปรากฏว่าคดีนั้นขาดอายุความแล้ว มาตรา ๑๘๕ จึงให้ศาลพิพากษายกฟ้องปล่อยจำเลยไป

            กรณีราษฎรเป็นโจทก์ ซึ่งศาลต้องทำการไต่สวนมูลฟ้องก่อน ถ้าปรากฏว่าในระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว แต่ในขณะฟ้องยังไม่ขาด เช่นนี้ก็ถือว่าศาลมีอำนาจทำการไต่สวนมูลฟ้องต่อไปได้ อย่างไรก็ดีถ้าศาลสั่งคดีมีมูล แต่ยังไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลจนขาดอายุความสำหรับความผิดนั้น ก็ถือว่าคดีขาดอายุความเช่นเดียวกัน เพราะ ป.อ.มาตรา ๙๕ กำหนดตายตัวว่าถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดมายังศาลคือต้องฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดไปศาลพร้อมฟ้องนั้น หรือได้ตัวผู้กระทำผิดไปศาลในภายหลัง ในขณะที่คดียังไม่ขาดอายุความสำหรับความผิดนั้น ๆ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา๙๕ ศาลจึงจะทำการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นได้ ย้อนไปดูคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๗๘๐/๒๕๓๑

            ถ้าโจทก์ฟ้องคดีอาญาต่อศาลซึ่งโจทก์เห็นว่าเป็นศาลที่มีเขตอำนาจเหนือคดีนั้น แต่ศาลสั่งไม่รับฟ้องคดีของโจทก์ โดยวินิจฉัยว่าคดีที่โจทก์ฟ้องไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลนั้น โจทก์จึงไม่ฟ้องต่อศาลอื่นซึ่งคดีอยู่ในเขตอำนาจศาลนั้นสั่งรับฟ้องและหมายเรียกตัวจำเลยพร้อมกับส่งสำเนาฟ้องไปให้จำเลยรู้ว่าคดีโจทก์จะขาดอายุความในอีกสองวันข้างหน้า จึงไปศาลในวันที่สามซึ่งคดีขาดอายุความแล้วเช่นนี้ต้องถือว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ เพราะถึงแม้จะได้ฟ้องภายในกำหนดอายุความ แต่เพิ่งได้ตัวจำเลยมาศาลเมื่อคดีขาดอายุความแล้ว

            ในระยะจวนๆ จะขาดอายุความนี้ไม่ว่าระยะเวลาจะกระชั้นชิดแค่ไหนก็ไม่อาจขยายอายุความอาญาให้เป็นผลร่ายแก่จำเลยได้ และศาลก็จะออกคำสั่งกำหนดระยะเวลาให้โจทก์นำฟ้องไปยื่นต่อศาลที่มีเขตอำนาจ โดยระยะเวลาดังกล่าวเกินกำหนดอายุความแล้วก็ไม่ได้ทั้งนี้ผิดกับคดีแพ่ง ซึ่งมาตรา ๑๙๓/๑๗ วรรคสองได้ขยายอายุความให้เป็นคุณแก่เจ้าหนี้ คือในกรณีที่คดีนั้นศาลไม่รับหรือคืน หรือให้ยกคำฟ้องเพราะเหตุคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลหรือศาลให้ยกคำฟ้องโดยไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ และปรากฏว่าอายุความครบกำหนดไปแล้วในระหว่างพิจารณา หรือจะครบกำหนดภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นถึงที่สุด ให้เจ้าหนี้มีสิทธิฟ้องคดีเพื่อตั้งหลักฐานสิทธิเรียกร้องหรือเพื่อให้ชำระหนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งนั้นถึงที่สุด

            เฉพาะอายุความร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๖ ย่อมไม่ผูกพันศาลกล่าวคือ แม้ผู้เสียหายจะมิได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่ได้ฟ้องผู้กระทำความผิดต่อศาลภายในกำหนดสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้วศาลย่อมรับฟ้องนั้นไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปได้ เพราะการร้องทุกข์ภายในสามเดือนดังกล่าวนี้เป็นเงื่อนไขในการดำเนินคดีอาญาความผิดอันยอมความได้ของพนักงานสอบสวนและอัยการเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับศาล