บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

พิธีการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

ดัชนีบทความ
พิธีการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

พิธีการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

พิธีการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นพิธีการเฉพาะเพราะการตรวจสอบปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงแตกต่างจากการตรวจสอบสินค้าชนิดอื่นและต้องตรวจ สอบปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงร่วมกับเจ้าหน้าที่สรรพสามิตเพื่อการจัดเก็บหรือคืนภาษีสรรพสามิตแล้วแต่กรณี สำหรับการส่งออก แม้ว่าน้ำมันเชื้อเพลิงจะไม่เป็นสินค้าควบคุมการส่งออกตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ แต่เนื่องจากการประกอบกิจการเกี่ยวกับการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้นำของออกมีฐานะเป็นผู้ค้านำมันเชื้อเพลิงในการติดต่อค้าขายน้ำมันเชื้อ เพลิงกับต่างประเทศ จึงต้องอยู่ในบังคับของพระ ราชบัญญัติ การค้าน้ำมันเชื้อ เพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ดังนั้นการนำเข้า-ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงจึงต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดังนี้

๑ การนำเข้า

ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการจัดระเบียบในการนำน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาในราชอาณาจักร(ฉบับที่ ๑๒๗) พ.ศ. ๒๕๔๑ 

ข้อ ๔  การนำน้ำมันเบนซินและน้ำมันที่คล้ายกันสำหรับเครื่องยนต์ ตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๒๗๑๐.๐๐๑ น้ำมันก๊าด (KEROSENE) ตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๒๗๑๐.๐๐๒ และน้ำมันแนฟทา (NAPHTHA) ตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๒๗๑๐.๐๐๕  และประเภทที่ ๒๗๑๐.๐๐๑ เข้ามาในราชอาณาจักร ผู้นำเข้าต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้                             

(๑)  เป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๒๑  ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์แจ้งให้กรมศุลกากรทราบ หรือ

                              (๒)  เป็นผู้ที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เห็นชอบให้นำเข้าได้โดยมีหนังสือรับรองของกรมทะเบียนการค้า ไปแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรในการนำเข้าตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมทะเบียนการค้ากำหนด 

                    ข้อ ๕  การนำน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว (HIGH SPEED DIESEL OIL) ตามพิกัดอัตราอากรขาเข้าประเภทที่ ๒๗๑๐.๐๐๓ เข้ามาในราชอาณาจักร ผู้นำเข้าต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๒๑  ซึ่งอยู่ในบัญชีรายชื่อที่กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์แจ้งให้กรมศุลกากรทราบ และผู้นำเข้าต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการนำเข้าดังต่อไปนี้ ต่อกรมทะเบียนการค้าอย่างช้าภายในกำหนด ๒ วัน  นับแต่วันที่ส่งออกจากท่าต่างประเทศต้นทาง แต่ทั้งนี้ต้องแจ้งก่อนวันที่เรือที่ใช้ในการขนส่งได้เข้ามาในราชอาณาจักร                             

(๑)  ปริมาณของน้ำมันดีเซลหมุนเร็วที่จะนำเข้ามาในราช อาณา จักร ในกรณียังไม่ทราบปริมาณแน่นอนให้ใช้ค่าโดยประมาณ

                   (๒)..................................

ดังนั้นผู้นำเข้าดังกล่าวจึงถูกจำกัดต้องเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๒๑เท่านั้น ปัจจุบันกฎหมายฉบับเดิมคือพระราชบัญญัติ น้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๒๑ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว จึงต้องแก้ไขเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.๒๕๔๓ ดังนี้

พระราชบัญญัติ การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ 

มาตรา ๓  ให้ยกเลิก 

(๑) พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๒๑

(๒) พระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ 

มาตรา ๗  “ผู้ใดเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิด หรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตันขึ้นไป หรือเป็นผู้ค้าน้ำมันชนิดก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่เพียงชนิดเดียวที่มีปริมาณการค้าปีละตั้งแต่ห้าหมื่นเมตริกตันขึ้นไป ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี 

การขออนุญาต การออกใบอนุญาต และคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตให้เป็น ไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง 

ผู้ขออนุญาต..............................” 

๒ การส่งออก 

สำหรับการส่งออก แม้น้ำมันเชื้อเพลิงจะไม่กำหนดให้เป็นสินค้าควบคุมการส่งออกตามประกาศกระทรวงพาณิชย์แต่ผู้นำของออกยังคงมีฐานะเป็นผู้ค้านำมันเชื้อเพลิง จึงต้องอยู่ในบังคับของพระราชบัญญัติ การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ ดังนี้ 

พระราชบัญญัติ การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ 

มาตรา ๗  “ผู้ใดเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิด หรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตันขึ้นไป หรือเป็นผู้ค้าน้ำมันชนิดก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่เพียงชนิดเดียวที่มีปริมาณการค้าปีละตั้งแต่ห้าหมื่นเมตริกตันขึ้นไป ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรี” 

มาตรา ๑๐  “ผู้ใดเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าปีละไม่ถึงปริมาณที่กำหนดตามมาตรา๗แต่เป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดเกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดหรือเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีขนาดของถังที่สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงได้เกินปริมาณที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ต้องยื่นขอจดทะ เบียนต่ออธิบดี” 

“การขอจดทะเบียนและการจดทะเบียนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง”