บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ปัญหาพิกัดศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรี อาเซียน-จีน

 

ปัญหาพิกัดศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรี อาเซียน-จีน 

1 ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 3/2555 กำหนด ดังนี้ 

ข้อ 3 หลักเกณฑ์เกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) 

(1)……………………. 

(7) พิกัดศุลกากรที่ระบุในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) ต้องเป็นพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ (HS Code) (ระดับ 6 หลัก) ของประเทศภาคีผู้นำ เข้า และรายละเอียดของสินค้า ปริมาณและน้ำหนักของสินค้า เครื่องหมายและเลขหมายของหีบห่อ จำนวนและชนิดของหีบห่อให้เป็นไปตามสินค้าที่ส่งออก 

(10) เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสา ธารณรัฐประชาชนจีน                       

(10.1) กรณีใช้เกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้าที่สินค้านั้นได้มาทั้งหมดหรือมีการผลิตขึ้นโดยใช้วัตถุดิบในประเทศภาคีผู้ส่งออกทั้งหมด (Wholly Obtained Products) ต้องเป็นไปตามกฎว่าถิ่นกำเนิดสินค้าของความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน (ภาคผนวก 3 แนบท้ายประกาศฯ นี้) หรือ             

(10.2) กรณีใช้เกณฑ์การคำนวณสัดส่วนมูลค่าวัตถุดิบที่เกิดขึ้นในเอซีเอฟทีเอ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของมูลค่า เอฟโอบีต้องเป็นไปตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิด สินค้าของความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีน (ภาคผนวก 3 แนบท้ายประกาศฯ นี้)                       

(10.3) กรณีใช้กฎเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules) ให้ปฏิบัติตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระ หว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณ รัฐประชาชนจีน (ภาคผนวก 3 และเอกสารแนบ ข แนบท้ายประกาศฯ นี้)           

(11) กรณีของที่มีเงื่อนไขการได้ถิ่นกำเนิดสินค้าในข้อ 3(10)                       

 11.1) การได้ถิ่นกำเนิดสินค้าตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า เงื่อนไขการได้ถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นไปตามประเภทและประเภทย่อยของพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ฉบับที่ 2007                       

(11.2) หากของที่นำเข้าเป็นไปตามเกณฑ์ในข้อ 3 (11) (11.1) ถือว่าได้รับสิทธิยกเว้นอากรและลดอัตราอากร โดยตรวจสอบพิกัดศุลกากรตามบัญชีอัตราอากร ท้ายประกาศการทรวงการคลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากรสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ลงวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2555 โดยใช้ตารางเปรียบเทียบพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ฉบับปี 2007 เป็นพิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ ฉบับปี 2012 (Correlation Table) (เอกสานแนบ ง แนบท้ายประกาศ) 

ข้อ 11 กรณีมีปัญหาเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า           

(1) ในกรณีที่มีสินค้าหลายรายการสำแดงภายใต้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสิน ค้าฉบับเดียวกัน ปัญหาที่พบในรายการหนึ่งรายการใดในหลายรายการนั้น จะไม่มีผลกระทบหรือทำให้การให้สิทธิพิเศษทางภาษีอากรภายใต้ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสาธารณรัฐประชาชนจีนของรายการสินค้าอื่นๆ ในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้านั้นเสียไปหรือล่าช้า           

(2) ในกรณีไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน ข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สาระสำคัญ เช่น การสำแดงพิกัดศุลกากรแตก ต่างกันระหว่างหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form E) กับเอกสารต่างๆ ที่ยื่นต่อหน่วยงานศุลกากรของประเทศภาคีผู้นำเข้าเพื่อพิธีการนำเข้า กรณีเช่นนี้จะไม่มีผลทำให้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับดังกล่าวเสียไป ถ้าหากข้อเท็จจริงสอดคล้องถูกต้องตรงกับสินค้าที่นำเข้า (เอกสารแนบ ก ระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า สำหรับกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าของความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน-จีน กฎข้อ 17)        

(3) ในกรณีที่ข้อความไม่ครบสมบูรณ์และ/หรือสงสัยว่ามีการสวมสิทธิในถิ่นกำเนิดสินค้า (Circumvention) เจ้าหน้าศุลกากรที่มีอำนาจหน้าที่หรือที่ได้รับมอบหมายอาจจะระงับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการชั่วคราวก่อน และหากสินค้านั้นมิได้เป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องกำกัดในการนำเข้า จะตรวจปล่อยสินค้านั้นโดยให้วางประกันให้คุ้มค่าภาษีอากรในอัตราปกติไปก่อนได้ 

2 ตามเอกสารแนบ ก ของประกาศกรมศุลกากรที่ ๓/๒๕๕๕กำหนด ดังนี้ 

กฎข้อ ๑๗ 

(เอ) ในกรณีไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับเขตการค้าเสรีอา เซียน-จีน ข้อแตกต่างที่ไม่ใช่สาระสำคัญเช่นการสำแดงพิกัดศุลกากรแตกต่างกันระหว่างหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (ฟอร์ม อี) กับเอกสารต่างๆ ที่ยื่นต่อหน่วย งานศุลกากรของประเทศภาคีผู้นำเข้าเพื่อพิธีการนำเข้า กรณีเช่นนี้จะไม่มีผลทำให้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับดังกล่าวเสียไป ถ้าหากข้อเท็จจริงสอดคล้องถูกต้องตรงกับสินค้าที่นำเข้า 

3 รายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาปัญหากฎหมายและพิธีการศุลกากร (กพพ.) ครั้งที่1/2552 เรื่องที่ 2 การขอสงวนสิทธิลดอัตราอากรตามประกาศกระทรวง การคลัง ภายหลังการตรวจปล่อยของไปจากอารักขาของศุลกากรแล้วและการขอคืนอากรตามมาตรา 10 วรรคห้าแห่พระราช บัญญัติ ศุลกากร พ.ศ.2469

        (1) คณะกรรมการฯเสียงข้างมากมีความเห็นว่า ”เมื่อมีประกาศกระทรวง การคลังซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายลดอัตราอากรแล้ว ของที่นำเข้าตามบัญชีท้ายประกาศ ถ้ามีคุณ สมบัติตามประกาศฯ ย่อมมีสิทธิได้รับการลดอากรโดยตัวของของนั้นเอง โดยผู้นำเข้าไม่ต้องร้องขอใช้สิทธิ นอกจากนั้นคณะกรรม การกฤษฎีกาได้มีคำวินิจฉัยตามเรื่องเลขเสร็จ ๖๙๕/๒๕๔๑ ว่าคณะ รัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้น ลดหรือเพิ่มอัตราอากรที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร แม้นประ กาศกระทรวง การคลังดังกล่าวกำหนดให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจที่จะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อน ไขให้ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตามอธิบดีจะกำหนดหลัก เกณฑ์เงื่อนไขใดๆเกี่ยวกับการยก เว้น ลดหรือเพิ่มอัตราอากรโดยที่คณะรัฐมนตรียังไม่ให้ความเห็นชอบไม่ได้ เว้นแต่ข้อกำหนดดังกล่าวเป็นเพียงกำหนดพิธีการสำหรับยื่นเอกสาร ดังนั้นถ้าอธิบดีกรมศุลกากรจะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขให้ผู้นำเข้าต้องปฏิบัติตาม ถ้าจะตัดสิทธิผู้นำ เข้าที่ไม่ปฏิบัติตามก็ต้องเสนอให้คณะรัฐมนตรีเห็นชอบหลักเกณฑ์และข้อกำหนดนั้นเสียก่อน ดังนั้นสินค้ารายที่เป็นปัญหานี้มีคุณสมบัติครบ ถ้วนที่จะได้รับลดอัตราอา กรซึ่งกรมศุลกากรมีสิทธิได้รับชำระค่าอากรในอัตราที่ได้ยกเว้นหรือลดตามประกาศกระ ทรวงการคลัง แม้นผู้นำ เข้าจะไม่ได้ปฏิบัติตามประกาศกรมศุล กากรที่ ๑๑๗/๒๕๔๙ ก็ไม่ทำให้ของที่นำ เข้าหมดสิทธิได้รับการลดอัตราอากร จึงเป็นเพียงการปฏิบัติพิธีการไม่ครบถ้วน คณะกรรมการฯเสียงข้างมากจึงมีความเห็นว่าผู้นำเข้ามีสิทธิได้รับการยกเว้นอากรตามประกาศกระทรวงการคลังดังกล่าว เมื่อได้ชำระอากรและได้สงวนสิทธิ์คืนอา กรไว้ ก็ต้องคืนอากรให้ผู้นำเข้า กรณีเป็นเพียงการปฏิบัติพิธีการไม่ถูกต้องเท่านั้น”

         (2) คำสั่งอธิบดีกรมศุลกากร

         เห็นชอบตามมติคณะกรรมการฯ

4 ตามบันทึกของคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่0591/2553เรื่องการขอคืนอากรเพราะเหตุที่ได้เสียไว้เกินจำนวนที่พึงต้องเสียจริง

         คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๓) เห็นว่า เมื่อมีการนำของเข้าความรับผิดในอันที่จะต้องเสียค่าภาษีสำหรับของที่นำเข้าจะเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จตามความในมาตรา ๑๐ ทวิแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ ซึ่งแก้ ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๘) พ.ศ. ๒๕๔๓ และผู้นำของเข้าต้องเสียอากรของของที่นำเข้าตามที่กำหนดไว้ในพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐  อย่างไรก็ตาม ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐(ฉบับที่๑) พ.๒๕๓๗ ได้บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้น ลดหรือเพิ่มอากรจากอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกา กรสำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศที่ร่วมลงนามหรือลักษณะตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือความตกลงระหว่างประ เทศได้เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่เป็นประ โยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศโดยจะกำหนดหลัก เกณฑ์และเงื่อนไขใดๆไว้ด้วยก็ได้ ซึ่งได้มีประกาศกระทรวงการ คลัง เรื่อง การยกเว้นอากรและการลดอัตราอากรศุลกากร (อคล. ๙) เพื่อยกเว้นอากรและลดอัตราอากรสำหรับของในภาค๒แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกา กรฯเพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามความตกลง มาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก(WTO) โดยมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการได้รับยกเว้นอา กรและการลดอัตราอากรว่าของที่จะได้รับการยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรต้องเป็นของที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศภาคีของความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์การการค้าโลก (WTO) และผู้นำของเข้าต้องปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนด 

 

ดังนั้น เมื่อของที่นำเข้าเป็นของที่จะได้รับการยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากร เพราะเป็นของที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศภาคีของความตกลงมาร์ราเกชจัดตั้งองค์ การการค้าโลก (WTO) แล้วผู้นำของเข้าย่อมได้สิทธิตามประกาศกระทรวง การคลัง เรื่องการยกเว้นอากรและการลดอัตราอากรศุลกากร (อคล. ๙) แล้ว ส่วนการใช้สิทธิดัง กล่าวหากไม่ได้ปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนดให้ถูกต้องก็เป็นเรื่องที่ผู้นำของเข้าต้องรับผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรฯอีกส่วนหนึ่งและหากเป็นเรื่องการปฏิบัติตามระเบียบพิธีการที่มีข้อผิดพลาดเล็กน้อย ผู้นำของเข้าก็สามารถทำการแก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบพิธีการที่กรมศุลกากรกำหนดได้ต่อไปโดยมิได้ทำให้สิทธิที่จะได้รับการยกเว้นอากรหรือลดอัตราอากรของผู้นำของเข้าหมดสิ้นไปแต่อย่างใด........... 

หมายเหตุ 

ตามประกาศกรมศุลกากรที่ 3/2555 กำหนดให้ระงับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการชั่วคราวก่อนในกรณี ดังนี้ 

ข้อ 11(3) ในกรณีที่ข้อความไม่ครบสมบูรณ์และ/หรือสงสัยว่ามีการสวมสิทธิในถิ่นกำเนิดสินค้า (Circumvention) เจ้าหน้าศุลกากรที่มีอำนาจหน้าที่หรือที่ได้ รับมอบหมายอาจจะระงับการใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรเป็นการชั่วคราวก่อน และหากสินค้านั้นมิได้เป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องกำกัดในการนำเข้าจะตรวจปล่อยสินค้านั้นโดยให้วางประกันให้คุ้มค่าภาษีอากรในอัตราปกติไปก่อนได้