บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ปัญหาการส่งออกก๊าซ LPGตามแนวชายแดน

 

ปัญหาการส่งออกก๊าซ LPGตามแนวชายแดน

ตามแนวเขตแดนทางบกที่ติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน พบว่ามีการลักลอบส่งออกก๊าซ LPGไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อการบริโภคของชาวบ้านตามแนวชายแดนนั้น แม้นจะพยายามดำเนินการส่งออกให้ถูกต้องตามกฎหมายแต่ยังคงมีปัญหาในทางปฏิบัติเพราะผู้ค้าตามแนวชายแดนเป็นผู้ค้ารายย่อยจึงไม่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้

การทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงมีกฎหมายหลักที่ควบคุมกำกับดูแลสองฉบับคือ พระราชบัญญัติควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2542 เพื่อปกป้องให้ประชา ชนมีความปลอดภัย ป้องกันเหตุเดือดร้อนรำคาญหรือความเสียหายหรืออันตรายที่จะมีผลกระ ทบต่อบุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ หรือสิ่งแวดล้อม ในส่วนที่เกี่ยวกับ การเก็บรักษา การขนส่ง การใช้ การจำหน่าย การแบ่งบรรจุน้ำมันเชื้อเพลิง ตลอดจนการกำหนดที่ตั้ง แผนผัง รูปแบบและลักษณะของสถานที่เก็บรักษาน้ำมันเชื้อ เพลิงสถานีบริการน้ำ มันเชื้อเพลิงและคลังน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งแต่เดิมกฎหมายฉบับนี้ไม่ครอบคลุมถึงเชื้อ เพลิงที่เป็นก๊าซ ทั้งก๊าซปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติ การควบ คุมในส่วนของก๊าซจึงต้องอาศัยบทบัญญัติของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 28ที่เกี่ยวกับวัตถุอันตรายและประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 58 ที่เกี่ยวกับกิจการค้าขายที่กระทบถึงความปลอดภัย ต่อมาได้มีการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายฉบับดัง กล่าวให้ครอบคลุมถึงก๊าซด้วยแล้ว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 

(กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตันขึ้นไป หรือเป็นผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่เพียงชนิดเดียว ปีละตั้งแต่ห้าหมื่นเมตริกตันขึ้นไป (ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน โดยผู้ขออนุญาตต้องมีคุณสมบัติในส่วนที่สำคัญคือ ต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัด มีทุนชำระแล้วไม่น้อยกว่าห้าสิบล้านบาท และต้องไม่ลดทุนให้เหลือน้อยกว่าห้าสิบล้านบาท มีวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุน เวียน ในการประกอบกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยล้านบาท และต้องไม่ใช่ผู้ค้าน้ำมันที่เคยถูกเพิกถอนใบอนุญาต และยังไม่พ้นหนึ่งปี นอกจากนี้ต้องมีหรือมีสิทธิการเช่าถังน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเก็บสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงตามขนาดที่กำหนดไว้ 

(กำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าไม่ถึงปริมาณเป็นผู้ค้าตามมาตรา  คือปีละไม่ถึงหนึ่งแสนเมตริกตัน แต่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดเกินสามหมื่นเมตริกตัน หรือมีขนาดของถัง ที่สามารถเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด หรือรวมกันทุกชนิดได้เกินสองแสนลิตร หรือกรณีเป็นผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลวชนิดเดียว มีปริมาณไม่ถึงห้าหมื่นเมตริกตันแต่เกินสามหมื่นเมตริกตัน หรือมีขนาดของถังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลวได้เกินสองแสนลิตร (ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่าจ๊อบเบอร์หรือผู้ค้าตามมาตรา ๑๐ต้องขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 

(กำหนดให้ผู้ค้าประเภทสถานีบริการหรือปั๊มน้ำมัน เว้นแต่เป็นผู้ค้าตามมาตรา  หรือผู้ค้าตามมาตรา ๑๐ ต้องขอจดทะเบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิง 

(กำหนดมาตรการการป้องกันและแก้ไขการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกำหนดให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 ต้องสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดและปริมาณตามที่กำหนด และในสถานที่ที่ใช้เก็บสำรองที่ผ่านการเห็นชอบแล้วไว้ทุกขณะ และในกรณีมีความจำเป็นเพื่อป้องกันและแก้ไขการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมีอำนาจสั่งเป็นหนังสือหรือออกประกาศในราชกิจจานุ เบกษา ให้ผู้ค้าน้ำมันต้องงดขาย หรือให้ขายน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งชนิดใด หรือให้นำน้ำมันเชื้อ เพลิงที่สำรองไว้ออกขายก็ได้ 

(กำหนดและควบคุมคุณภาพน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อคุ้มครองผู้ใช้น้ำมันเชื้อ เพลิงให้ได้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีคุณภาพ และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมโดยให้อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานมีอำนาจกำหนดลักษณะและคุณภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง หรือกำหนดชนิดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผู้ค้าจะต้องขอความเห็นชอบในเรื่องลักษณะและคุณภาพก่อนจำหน่าย และมีบทบัญญัติห้ามมิให้ผู้ค้าน้ำมันจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีลักษณะ หรือมีคุณภาพแตกต่างจากที่กำหนดหรือที่ให้ความเห็นชอบ ผู้ฝ่าฝืนมีโทษทางอาญาทั้งจำคุกและปรับ นอกจากนี้ก็มีบทกำหนดโทษผู้ปลอมปนน้ำมันเชื้อเพลิงบัญญัติไว้ด้วย 

ดังนั้น ตามบทบัญญัติของกฎหมายการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าว มีผลให้ผู้ประสงค์จะทำการค้าน้ำมันหรือเกี่ยวข้องกับการค้าน้ำมันในขั้นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตโดยตั้งโรงกลั่น หรือจำหน่ายในประเทศ หรือนำเข้าเพื่อจำหน่ายต้องจดทะ เบียนเป็นผู้ค้าน้ำมันตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เมื่อได้รับใบอนุญาตแล้วจึงจะทำการค้าได้ หากนำเข้ามาโดยไม่ได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ค้าน้ำมันจะมีความผิดจำคุกไม่เกินหนึ่งปีปรับไม่เกินหนึ่งล้านบาท หรือปรับไม่เกินมูลค่าน้ำ มันดีเซลที่นำเข้าบวกด้วยผลประโยชน์ที่ได้รับจากการค้าที่นำเข้าแล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า 

๒ ตามประกาศกรมธุรกิจพลังงาน เรื่อง กำหนดเงื่อนไขในการจำหน่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลวไปนอกราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ กำหนดให้ผู้ที่ต้องการส่งออกก๊าซ LPG ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 

(๑) ผู้ส่งออกก๊าซ LPG ต้องเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญ ญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ 

(๒) กรณีส่งออกก๊าซที่บรรจุถังก๊าซหุงต้ม ผู้ส่งออกต้องเป็นผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๗ ที่เป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้ประทับอยู่ที่ถังก๊าซหุงต้ม 

(๓) ผู้ส่งออกก๊าซ LPG ต้องขอหนังสือรับรองจากกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อแสดงต่อเจ้าพนักงานศุลกากรในการตรวจปล่อยสินค้า 

(๔) การส่งออกก๊าซ LPG ให้ส่งออกได้เฉพาะท่าหรือด่านศุลกากรซึ่งส่งของออกได้ทุกประเภทตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยศุลกากร กรณีผ่านเขตแดนทางบกให้ส่งออกได้ ณ จุดผ่านแดนถาวรเท่านั้น 

ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

: ชนิด ศุทธยาลัย 

พระราชบัญญัติ การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๔๓ 

มาตรา ๗ ผู้ใดเป็นผู้ค้าน้ำมันที่มีปริมาณการค้าแต่ละชนิด หรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่หนึ่งแสนเมตริกตันขึ้นไป หรือเป็นผู้ค้าน้ำมันชนิดก๊าซปิโตรเลียมเหลวแต่เพียงชนิดเดียวที่มีปริมาณการค้าปีละตั้งแต่ห้าหมื่นเมตริกตันขึ้นไป ต้องได้รับใบอนุ ญาตจากรัฐมนตรี 

การขออนุญาตการออกใบอนุญาตและคุณสมบัติของผู้รับใบอนุญาตให้เป็น ไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง