บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

ปัญหาการปฏิเสธการได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลัง

ดัชนีบทความ
ปัญหาการปฏิเสธการได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลัง
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

ปัญหาการปฏิเสธการได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลัง

ปัญหาการโต้แย้งสิทธิระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้นำของเข้า สำหรับใบขนสินค้าขาเข้าที่ได้รับสิทธิพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลังแต่ผู้นำของเข้ามิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามประกาศกรมศุลกากรที่เกี่ยวข้อง จะมีผลให้ต้องเสียสิทธิพิเศษตามประกาศกระทรวงการคลังหรือไม่ กรณีนี้เคยได้รับพิจารณาและมีความ เห็น ดังนี้

1.  ปัญหาในทางปฏิบัติ

            การใช้สิทธิยกเว้นอากรและลดอัตราอากรสำหรับเขตการค้าเสรี กรณีของที่มีราคา เอฟ โอ บี เกินสองร้อยดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ผู้นำของเข้าต้องแสดงหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ออกโดยหน่วยงานที่มีอำนาจในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของประเทศภาคีผู้ส่งออกตามกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าสำหรับเขตการค้าเสรีนั้น แต่ในขั้นตอนการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศุลกากร หากพบว่ารายการในใบขนสินค้าขาเข้าและ เอกสารประกอบกับต้นฉบับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ามีข้อมูลไม่ถูกต้องตรงกันซึ่งตามระเบียบปฏิบัติกำหนด กรณีตรวจสอบพบรายการไม่ถูกต้องตรงกันและมีเหตุอันควรสงสัย หรือจำเป็นต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้แจ้งผ่านส่วนกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า สำนักพิกัดอัตราศุลกากรหรือในกรณีที่ไม่มีข้อสงสัยในถิ่นกำเนิดสินค้าของสินค้า แต่ตรวจพบว่ามีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยที่มิใช่ สาระสำคัญ ระหว่างข้อความที่ระบุในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้ากับเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพิธีการศุลกากร ถ้าข้อเท็จจริงสอดคล้องถูกต้องกับสินค้าที่นำเข้า กรณีเช่นนี้จะไม่มีผลทำให้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับดังกล่าวต้องเสียสิทธิไป แต่ในทางปฏิบัติหากเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบว่า รายการบางรายการในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไม่ถูกต้องตรงกับข้อมูลในใบขนสินค้าขาเข้าและเอกสารประกอบ จะไม่ยอมรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับนั้น มีผลให้ไม่ได้รับสิทธิยกเว้นอากรและลดอัตราอากร สำหรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอากรสำหรับเขตการค้าเสรีนั้น           

2.  กฎหมายที่เกี่ยวข้อง

            เขตการค้าเสรีเกิดขึ้นจากความตกลงว่าด้วยความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศเพื่อปฏิบัติตามกรอบความตกลงนั้นเป็นหน้าที่ของประเทศภาคี ต้องนำความตกลงดังกล่าว มาดำเนินการให้มีผลบังคับเป็นกฎหมายโดยอาศัยอำนาจกฎหมายภายในของแต่ละประเทศภาคี สำหรับประเทศไทยในส่วนที่เกี่ยวกับการยกเว้นอากรและลดอัตราอากรศุลกากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และที่แก้ไขเพิ่มเติมออกประกาศกระทรวงการคลังยกเว้นอากรและลดอัตราอากรตามข้อผูกพันนั้น สำหรับระเบียบปฏิบัติที่กำหนดในความตกลง อธิบดีกรมศุลกากรอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรพระพุทธศักราช 2469 และที่แก้ไขเพิ่มเติมออกเป็นระเบียบปฏิบัติและระเบียบพิธีการสำหรับเขตการค้าเสรี ในรูปของคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากร และประกาศกรมศุลกากร ซึ่งมีฐานะทางกฎหมายเป็นระเบียบปฏิบัติสำหรับเจ้าหน้าที่ศุลกากรและเป็นระเบียบพิธีการสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งได้นำคำแปลความตกลงดังกล่าวมากำหนดไว้ในเอกสารแนบและภาคผนวกซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากรและประกาศกรมศุลกากรจึงมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับระเบียบปฏิบัติและระเบียบพิธีการด้วย

            ดังนั้น ระเบียบปฏิบัติตามคำสั่งทั่วไปกรมศุลกากร และประกาศกรมศุลกากรจึงไม่อาจถือเป็นหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามประกาศกระทรวงการคลังเพราะมิได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

มาตรา 14 แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 และที่แก้ไขเพิ่มเติมบัญญัติว่า

            “เพื่อปฏิบัติตามข้อผูกพันตามสัญญาหรือความตกลงระหว่างประเทศที่เป็นประโยชน์แก่การเศรษฐกิจของประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีมีอำนาจประกาศยกเว้น ลด หรือ เพิ่มอากรตามอัตราที่กำหนดไว้ในพิกัดอัตราศุลกากร สำหรับของที่มีถิ่นกำเนิดจากประเทศที่ร่วมลงนามหรือลักษณะตามที่ระบุไว้ในสัญญาหรือความตกลงดังกล่าว ทั้งนี้จะกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้”

            “การประกาศ การยกเลิก หรือการเปลี่ยนแปลงประกาศวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา”

            มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พระพุทธศักราชและที่แก้ไขเพิ่มเติม บัญญัติว่า

                        “................................ อธิบดี ให้มีหน้าที่บังคับบัญชาควบคุมบรรดาพนักงานทั้งหลายในกรมศุลกากร มีอำนาจให้เงินเดือนและเงินรางวัล เรียกประกันสำหรับความประพฤติดีและออกข้อบังคับกำกับกรมตามที่เห็นว่าจำเป็น เพื่อดำเนินการให้เป็นไปโดยเรียบร้อย และบังคับการให้เป็นไปตามนั้น”

3.  ระเบียบปฏิบัติกรณีเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจพบความไม่ถูกต้องตรงกันของข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า

            3.1  กรณีตรวจสอบ/ตรวจพบสินค้าไม่ตรงตามข้อมูลในใบขนสินค้าขาเข้าและหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ให้บันทึกผลการตรวจไว้ในข้อมูลในใบขนสินค้าขาเข้าแล้วส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการตามระเบียบต่อไป

            3.2  กรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยในเรื่องถิ่นกำเนิดสินค้าว่า สินค้าที่นำเข้าไม่อยู่ในข่ายได้รับการยกเว้นอากร หรือลดอัตราอากร หากจำเป็นต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าก่อนหรืออยู่ระหว่างรอผลการพิจารณาของส่วนกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าสำนักพิกัดอัตราศุลกากรและหากสินค้านั้นมิได้เป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องกำกัดในการนำเข้าและไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉ้อฉลให้ท่าหรือที่หรือด่านศุลกากรหรือสำนักงานศุลกากรที่นำของเข้าสั่งการปล่อยของออกไปก่อนโดยให้วางประกันให้คุ้มค้าภาษีอากรตามอัตราปกติ

            3.3  กรณีรายการในข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้า เอกสารประกอบและต้นฉบับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไม่ถูกต้องตรงกัน และมีเหตุอันควรสงสัยหรือจำเป็นต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และหากสินค้านั้นมิได้เป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องกำกัดในการนำเข้าและไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉ้อฉล อาจสั่งการให้ปล่อยของไปก่อนและชักตัวอย่างไว้โดยวางประกันให้คุ้มค่าภาษีอากรตามอัตราปกติ

            ทั้งนี้การสอบถามไปยังหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้แจ้งส่วนกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า สำนักพิกัดอัตราศุลกากร โดยต้องแจ้งเหตุแห่งความสงสัยพร้อมทั้งประเด็นที่จะสอบถามกับหน่วยงานที่ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า และให้จัดส่งหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า ต้นฉบับที่เกี่ยวข้องพร้อมสำเนาเอกสารประกอบประเด็นที่สอบถามมาด้วย

            3.4  หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับเดียวอาจสำแดงรายการสินค้าหลายรายการได้ และสินค้าแต่ละรายการจะได้คุณสมบัติโดยสิทธิของตนเองแยกจากกันในกรณีที่มีรายการหลายรายการสำแดงภายใต้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าฉบับเดียวกันพบ ปัญหาในรายการหนึ่งรายการใดในหลายรายการนั้น จะไมมีผลกระทบหรือทำให้สิทธิพิเศษทางภาษีอากรของรายการอื่นๆ ในหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้านั้นเสียไปหรือล่าช้า

            สำหรับรายการที่ยังเป็นปัญหาอยู่ อาจจะระงับการให้สิทธิพิเศษฯในระหว่างที่กำลังรอฟังผลการตรวจสอบไว้เป็นการชั่วคราวก่อนก็ได้ และหากสินค้านั้นมิได้เป็นสินค้าต้องห้ามหรือต้องกำกัดในการนำเข้าและไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉ้อฉล อาจสั่งการให้ปล่อยของไปก่อนและชักตัวอย่างไว้โดยวางประกันให้คุ้มค่าภาษีอากรตามอัตราปกติ

            3.5  ในกรณีที่ประเทศภาคีผู้ส่งออกและประเทศภาคีผู้นำเข้ามีการจำแนกพิกัดศุลกากรที่แตกต่างกันสำหรับสินค้าที่ใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร แต่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อเท็จจริงสอดคล้องถูกต้องตรงกับสินค้าที่นำเข้าและไม่มีข้อสงสัยในถิ่นกำเนิดสินค้า ให้ผ่อนผันใช้อัตราอากรตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลังฯ ที่ได้รับสิทธิตามพิกัดศุลกากรที่ถูกต้องของสินค้าที่นำเข้านั้นโดยให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแก้ไขพิกัดข้อมูลในใบขนสินค้าขาเข้าให้ถูกต้อง แล้วให้รายงานทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังส่วนกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า สำนักพิกัดอัตราศุลกากรเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป

            กรณีผู้นำของเข้าประสงค์จะวางประกันและโต้แย้งในการจำแนกพิกัดของสินค้าตามหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้สั่งวางประกันในพิกัดอัตราอากรตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลังฯ ตามประเภทพิกัดของสินค้าที่ตรวจพบและดำเนินการเช่นเดียวกับใบขนสินค้าที่มีปัญหาพิกัด เมื่อได้ผลการพิจารณาปัญหาพิกัดแล้วเป็นที่แน่ชัดว่าสินค้านั้นมีถิ่นกำเนิดในประเทศภาคี ให้ใช้อัตราอากรตามบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลังฯตามพิกัดอัตราศุลกากรที่ถูกต้องนั้นและ ให้เจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายแก้ไขข้อมูลใบขนสินค้าขาเข้าในส่วนของพิกัดอัตราศุลกากรให้ถูกต้อง แล้วให้รายงานทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ไปยังส่วนกฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้าสำนักพิกัดอัตราศุลกากรเป็นรายเดือน ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป