บริการของเรา

*  ให้คำปรึกษา  กฎหมายและพิธีการศุลกากร

                   กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

                   ตรวจสอบการได้สิทธิพิเศษทางภาษีอากร

                   คดีผิดศุลกากร

* การแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับ การนำเข้า-การส่งออก 



สอบถามรายละเอียดติดต่อ

ชนิด ศุทธยาลัย Tel 081-261-9024 E-mail : chanidservice@hotmail.com

การขอคืนรถยนต์ของกลางที่ถูกโจรกรรม

ดัชนีบทความ
การขอคืนรถยนต์ของกลางที่ถูกโจรกรรม
หน้าที่ 2
ทุกหน้า

 

การขอคืนรถยนต์ของกลางที่ถูกโจรกรรม

 

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๖๐๙/๒๕๕๒

 

เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่ารถยนต์ของกลางที่เจ้าหน้าที่ได้ยึดไว้เป็นรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมในต่างประเทศแล้วมีผู้ลักลอบนำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยเจ้าของไม่มีส่วนรู้เห็นด้วย เจ้าของหรือผู้มีสิทธิย่อมมีสิทธิติดตามเอาคืนรถยนต์ของกลางนั้นได้ตามมาตรา 1336 และมาตรา 1337 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กรมศุล กากรจึงมีอำนาจสั่งคืนรถยนต์ของกลางดังกล่าวได้ และโดยที่ตามมาตรา 3 แห่งพระ ราชบัญญัติว่าด้วยเอกสิทธิและความคุ้มกันทางกงสุลฯ กำหนดให้กงสุลมีหน้าที่คุ้ม ครองผลประโยชน์ของรัฐผู้ส่งและของคนชาติของรัฐผู้ส่ง  ดังนั้นกงสุลมาเลเซียประ จำจังหวัดสงขลาจึงสามารถยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ที่ถูกโจรกรรมในประเทศมาเลเซียและมีการลักลอบนำเข้ามาในประเทศไทยแทนเจ้าของหรือผู้มีสิทธิซึ่งเป็นชาวมาเล เซียได้

 

เรื่องเสร็จที่ ๖๐๙/๒๕๕๒

 

บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

เรื่อง  การขอคืนรถยนต์ของกลางที่ถูกยึดไว้ในการกระทำความผิด

        ตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

 

กรมศุลกากรได้มีหนังสือ ที่ กค ๐๕๐๓/๗๒๘๓ ลงวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๒ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สรุปความได้ว่า  กรมศุลกากรได้เก็บรักษาของกลางประเภทรถยนต์ไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นของกลางที่เจ้าพนักงานศุลกากรและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดไว้ในความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของลักลอบหนีศุลกากรตามมาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกา กรฯ โดยแยกของกลางที่เก็บรักษาได้ดังนี้

 

๑. คดีที่มีผู้ต้องหากระทำความผิดฐานลักลอบหนีศุลกากรตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ หรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของลักลอบหนีศุลกากรตามมาตรา ๒๗ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯ ซึ่งผู้ต้องหาขอทำความตกลงระงับคดีในชั้นศุลกากร โดยยินยอมยกของกลางให้เป็นของแผ่นดินตามเกณฑ์ระงับคดีตามที่อธิบดีกรมศุลกากรกำหนดตามมาตรา ๑๐๒ แห่งพระราช บัญญัติศุลกากรฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒) พุทธ ศักราช ๒๔๙๗

 

๒. คดีที่ไม่มีผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดของกลางไว้เนื่องจากเป็นของที่เกี่ยวเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากรฯของกลางที่อยู่ในการเก็บรักษาของกรมศุลกากรในกรณีดังกล่าวนั้น เจ้าของหรือผู้มีสิทธิยื่นคำร้องเรียกเอาคืนโดยกล่าวอ้างว่ามิได้รู้เห็นหรือมีส่วนร่วมในการกระทำผิด แต่ของกลางดังกล่าวถูกโจรกรรมมาโดยละเมิด ซึ่งเจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วพบว่า มีพยานหลักฐานอันเชื่อได้ว่าของกลางดังกล่าวถูกโจรกรรมมาโดยละเมิดตามที่ผู้ร้องกล่าวอ้าง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีการยื่นคำร้องใน ๓ กรณี ดังนี้ 

กรณีที่หนึ่ง เจ้าของหรือผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนของกลางภายในกำหนดหกสิบวัน สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิดหรือสามสิบวันสำหรับสิ่งอื่นนับแต่วันที่ยึด 

กรณีที่สอง เจ้าของหรือผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนของกลางเกินกว่ากำหนดหกสิบวัน สำหรับยานพาหนะที่ใช้ในการกระทำผิดหรือสามสิบวันสำหรับสิ่งอื่นนับแต่วันที่ยึด

กรณีที่สามการยื่นคำร้องบางส่วนกระทำโดยกงสุลมาเลเซีย ประจำจังหวัดสง ขลา (กรณีที่เจ้าของหรือผู้มีสิทธิเป็นชาวมาเลเซีย) โดยมีทั้งกรณีที่ยื่นภายในและเกินกำหนดหกสิบวัน 



แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2014 เวลา 11:52 น.